กลิ่นไวน์แดงวินเทจราคาแพงระยับยังลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องสูทเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางกรุง แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศในห้องนี้ตึงเครียดจนแทบขาดใจ ไม่ใช่รสชาติของแอลกอฮอล์ หากแต่เป็นปลายกระบอกปืนสีดำสนิทที่กำลังจ่อตรงมายังหว่างอกของชายหนุ่มผู้กำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหนังแท้
"ใจเย็นน่าสารวัตร... การใช้ความรุนแรงกับคนหน้าตาดี มันผิดศีลธรรมข้อไหน ผมจำไม่ได้เสียด้วยสิครับ"
คินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งยียวน กะล่อน และชวนให้คนมองอยากซัดหมัดหนักๆ เข้าสักทีให้หายหมั่นไส้ ดวงตาแพรวพราวระยับราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่ออาวุธในมือของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เขายังคงหมุนแก้วไวน์ในมือเล่นอย่างใจเย็น ทั้งที่รอบตัวมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนพรมราคาแพงถึงสองคน
เรนขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววคุกกรุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนชิงชัง นักสืบสวนหนุ่มผู้ยึดมั่นในความถูกต้องอย่างเขาเกลียดนักไอ้พวกนักต้มตุ๋นหน้าตัวผู้ที่ใช้ลิ้นลมหลอกลวงเงินทองชาวบ้านไปวันๆ และไอ้ผู้ชายตรงหน้านี่ก็คือมงกุฎเพชรแห่งวงการต้มตุ๋นที่เขาตามล่าตัวมาสามเดือนเต็ม
"เลิกเล่นลิ้นสักทีคิน เกมของคุณมันจบลงแล้ว" เรนกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้าไปประชิด ปลายกระบอกปืนขยับเข้าไปใกล้หน้าอกอีกฝ่ายจนแทบจะแนบเนื้อ "เซ็นชื่อในหมายจับแล้วเดินไปกับผมดีๆ หรือจะให้ผมใส่กุญแจมือแล้วลากคุณออกไปประจานต่อหน้าสื่อล่างล็อบบี้ เลือกเอา"
คินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับนักสืบหนุ่ม ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้จนเกินความจำเป็น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูกของเรน ทำให้สติที่ควรจะนิ่งสนิทเกิดอาการสั่นไหววูบหนึ่งอย่างน่าหงุดหงิด
"โหดร้ายจังนะครับ... อุตส่าห์ลงทุนมาหาผมถึงห้องนอนส่วนตัวทั้งที แทนที่จะชวนคุยเรื่องสวีทหวานแหวว กลับเอาเหล็กเย็นๆ มาทักทายกันซะได้" คินเอียงคอเล็กน้อย แววตาซุกซนพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้ปั่นหัวเสือสมิงให้คลั่งเล่น "อีกอย่าง... ผมไม่ได้ต้มตุ๋นนะ ผมแค่ ‘ช่วยจัดการความโลภ’ ของคนอื่นให้มันถูกที่ถูกทางต่างหาก เลิกใส่ร้ายผมเถอะครับสารวัตรคนเก่ง"
"ปากดีนักนะ" เรนก้าวเท้าเข้าประชิดอีกนิดจนแผ่นอกของคินแทบจะแนบติดกับปลายกระบอกปืน "หวังว่าปากดีๆ แบบนี้ จะยังตอบคำถามศาลได้เหมือนตอนที่นั่งยิ้มระรื่นอยู่ตรงนี้นะ"
นิ้วแกร่งเตรียมจะกดล็อกกุญแจมือที่ถือไว้ในมือซ้าย ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที
อุณหภูมิในห้องสูทหรูหราลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับตู้แช่แข็ง ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ ความเงียบงัดที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม เรนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจที่ถูกปลุกเร้า เขารู้จักอาการนี้ดี มันคือสัญชาตญาณของนักสืบที่เตือนภัยขั้นวิกฤต แต่ทว่า... มันไม่ใช่ภัยจากคิน
ในขณะเดียวกัน รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าของคินก็หายวับไปกับตา แววตากะล่อนถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด ร่างเพรียวสะดุ้งเฮือกโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาสัมผัสได้ถึง ‘บางสิ่ง’ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาในห้องนี้ สิ่งที่คนธรรมดาไม่มีวันมองเห็น... แต่เขากลับรับรู้มันได้ดีเกินไป
"เฮ้... ปืนของคุณน่ะ เก็บลงก่อนเถอะครับ" คินเอ่ยเสียงพร่า ประโยคที่เคยเล่นหัวกลับหายไปสิ้น เหลือเพียงความเคร่งเครียดที่ซ่อนไม่มิด
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง เดินไป..."
"เงียบปากแล้วตั้งใจดูให้ดีสิครับสารวัตร!" คินหมดความอดทน เขาเอื้อมมือคว้าข้อมือของเรนที่ถือปืนไว้อย่างรวดเร็วแล้วกดมันลงต่ำ สัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะโดนผิวทำเอาเรนชะงักไปชั่วขณะ แต่ยังไม่ทันที่เรนจะต่อว่า คินก็ดึงตัวเขาให้เซถอยหลังเข้ามาหลบหลังโซฟาด้วยกันอย่างแรง "ไม่งั้นพวกเราอาจจะไม่ได้ออกจากห้องนี้ทั้งเป็น"
"นายหมายความว่า..."
เรนยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงลากสิ่งของบางอย่างดังครูดคราดมาจากนอกระเบียงกระจกใส ทั้งที่ห้องนี้อยู่สูงลิ่วถึงชั้นสี่十五 และระเบียงถูกล็อกตายสนิทจากด้านใน!
เงาดำทะมทนร่างหนึ่งทาบทับลงบนม่านโปร่งแสงด้านนอก ร่างนั้นบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนราวกับกระดูกทุกท่อนหักแหลกละเอียด ก่อนที่กระจกใสบานยักษ์จะปรากฏรอยร้าวเป็นทางยาวราวกับมีแรงมหาศาลกดทับจากด้านนอก
เรนเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเป็นตำรวจทำให้เขาเล็งปืนไปที่ระเบียงทันที แม้สมองส่วนลึกจะร้องเตือนว่ามันผิดตรรกะสิ้นเชิงที่มนุษย์จะปีไต่ขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ
*เพล้ง!*
กระจกนิรภัยแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับลมพายุหมุนขนาดย่อมที่พัดกระหน่ำข้าวของในห้องกระจัดกระจาย กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นสาปซากศพเน่าเฟะตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนน่าคลื่นไส้
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้ลมหายใจของเรนสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ร่างของชายสวมชุดสูทนักธุรกิจคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นพรมกลางห้อง แผ่นหลังมีรอยกรีดลึกจนเห็นกระดูกสันหลังสีขาวโพลน เลือดสดๆ ไหลนองแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทว่า... สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีทางเข้าอื่นนอกจากระเบียงที่เพิ่งแตก และที่สำคัญที่สุด... ประตูห้องสูทด้านนอกถูกล็อกกลอนหนาแน่นจากภายในโดยที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาได้เลยตั้งแต่แรก!
คินหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาจับจ้องไปยังศพตรงหน้าสลับกับร่างของเรนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะกระซิบเสียงสั่นพร่าข้างหูของนักสืบหนุ่ม
"ยินดีต้อนรับสู่คดีฆาตกรรมที่คุณไม่มีวันไขมันได้ด้วยตรรกะหรอกนะครับสารวัตร... เพราะตอนนี้ พวกเราตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมที่คนตายเดินทะลุกำแพงเข้ามาตายคาห้องซะแล้วล่ะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมวงปั่นหัวไปกับความลับและเคมีสุดร้อนแรงนี้นะครับ
เซฟเฮาส์สื่อวิญญาณกับนักต้มตุ๋นตัวแสบ•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญในห้องสูท
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์สื่อวิญญาณกับนักต้มตุ๋นตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
