เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ตามด้วยเสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า เวลาแห่งการเจรจาได้หมดลงแล้ว
"ถ้าไม่อยากสมองไหลเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่ตรงนี้ ก็หุบปากแล้ววิ่งตามผมมาครับคุณนักต้มตุ๋น!"
เรนตวาดลั่นพร้อมกับกระชากแขนของคินให้พ้นจากวิถีวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกรอบประตูไม้สักทองเข้ามาอย่างแม่นยำ กลิ่นดินปืนและเศษปูนที่ฟุ้งกระจายทำให้บรรยากาศในเซฟเฮาส์สื่อวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อมในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ร่างสูงโปร่งของนักสืบสวนหนุ่มไม่ได้เปิดโอกาสให้คนถูกลากได้โวยวาย มือข้างหนึ่งกำด้ามปืนพกแน่น ขณะที่มืออีกข้างยังคงรั้งข้อมือเรียวของคินไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"คุณนี่มันตัวซวยระดับพรีเมียมจริงๆ เรน! รู้แบบนี้ผมเอาเงินปลอมยัดใส่กระเป๋าแล้วหนีไปตั้งแต่มืดแล้วดีกว่า!" คินสวนกลับทันควัน แม้ลมหายใจจะหอบกระชั้นด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยังคงแย้มยิ้มเยาะเย้ยได้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์ระคนตื่นตระหนกเล็กน้อยยามที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดไม้
เบื้องหลังของพวกเขาทั้งคู่คือกลุ่มมาเฟียท้องถิ่นที่กุมความลับเรื่องคดีปริศนาที่เรนกำลังตามสืบอยู่ และดูเหมือนว่าการที่คินบังเอิญเข้ามาพัวพันกับ "สัมผัสพิเศษ" ในเซฟเฮาส์แห่งนี้ จะทำให้พวกมันต้องการปิดปากทั้งคู่ให้
"ตายสนิท" โดยไม่มีข้อยกเว้น
"ถ้าไม่อยากตายก็ใช้ขาเรียวๆ ของคุณวิ่งให้เร็วกว่าปากหน่อยครับ!" เรนกัดฟันกรอด ยามที่หางตาเหลือบเห็นเงาดำทะมึนของมือปืนร่างยักษ์โผล่พ้นมุมทางเดิน
เขากระชากคินให้เลี้ยวหักศอกเข้าสู่ห้องเก็บของแคบๆ ที่มีเพียงช่องระบายอากาศเก่าๆ เป็นทางรอดเดียว ประตูไม้ผุๆ ถูกถีบเปิดออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี ฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนแสบจมูก ทว่าเสียงตะโกน "มันหนีไปทางนั้น! ตามไปอย่าให้รอด!" ที่ดังไล่หลังมา ทำให้รู้ว่าพวกมันอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสิบก้าวเท่านั้น
"ทางตันครับนักสืบ... คุณพาผมมาตายรึไงเนี่ย!" คินร้องอุทานเสียงหลง เมื่อพบว่าเบื้องหน้ามีเพียงผนังปูนทึบและหน้าต่างบานเกล็ดเหล็กดัดที่ขึ้นสนิมเขรอะ ทว่าเรนกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แววตาคมกริบกวาดมองรอบตัวด้วยความรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยตรรกะขั้นสูงสุดอย่างเฉียบคม
"ช่องนั้น... ปีนขึ้นไป!" เรนดันร่างของคินให้ชิดกับชั้นวางของเก่าๆ ก่อนจะใช้ไหล่กระแทกบานเกล็ดเหล็กที่ผุกร่อนจนหลุดออกไปทั้งแถบ ลมเย็นยามวิกาลปะทะเข้ากับใบหน้าชุ่มเหงื่อ ทว่าความหนาวเย็นนั้นเทียบไม่ได้กับความร้อนรุ่มของสถานการณ์
"ผมตัวใหญ่นะครับ จะให้มุดออกไปทางรูกะaจิ๋วเนี่ยนะ!" คินโวยวายพลางทำหน้ายุ่ง แต่ร่างกายกลับยอมปีนขึ้นไปตามแรงดันของเรนอย่างรู้งาน
"อย่าบ่นน่า!" เรนใช้มือทั้งสองข้างช้อนสะโพกของอีกฝ่ายขึ้นอย่างไม่ลังเล เพื่อส่งร่างโปร่งให้พ้นขอบหน้าต่างแคบๆ นั้น ท่าทางที่ใกล้ชิดกันจนเกินความจำเป็นทำให้กลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวของคินลอยปะทะนาสิกของเรนอย่างจัง หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของนักสืบผู้เคร่งขรึมกลับกระหน่ำรัวจนน่าตกใจ
"จับมือผมไว้!" คินที่หลุดออกไปยืนอยู่บนระเบียงแคบๆ ด้านนอก ยื่นมือเรียวลงมาฉุดข้อมือของเรนที่กำลังปีนตามออกมาอย่างทุลักทุเล เสียงปืนนัดแรกดัง "ปัง!" เฉี่ยวหูไปนิดเดียว กระสุนเจาะเข้ากับวงกบไม้ด้านหลังจนเศษไม้กระจาย
เรนใช้จังหวะนั้นเหวี่ยงตัวหลบออกมาริมระเบียงได้อย่างหวุดหวิด ทั้งคู่ร่วงลงไปกองกับพื้นระเบียงด้านนอกที่แคบและลื่นจากน้ำค้างยามดึก ร่างกายของทั้งสองแนบชิดติดกันสนิทอย่างไร้ช่องว่าง เรนทาบมือข้างหนึ่งยันกับกำแพงปูนเพื่อค้ำยันน้ำหนักไม่ให้ทับอีกฝ่าย ขณะที่คินนอนหงายอยู่ใต้ร่างของเขา ลมหายใจที่ร้อนผ่าวรดรดกันจนสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นที่ยังคงพลุ่งพล่านในกระแสเลือด
ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมลัวของแสงไฟจากถนนเบื้องล่าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันระเบิดออกมาอย่างเงียบเชียบในความเงียบงันของซอกตึกแคบๆ
"คุณนี่... ชอบหาเรื่องใส่ตัวเก่งเป็นบ้าเลยนะคิน" เรนกระซิบเสียงต่ำด้วยความดุ แต่น้ำเสียงกลับเจือความหอบสะท้านและแววตาที่ลึกซึ้งจนคนฟังถึงกับชะงัก
"ผมต่างหากที่ต้องพูดประโยค U นั้น... ถ้าคุณไม่เข้ามาจุ้นจ้านในชีวิตผมแต่แรก ป่านนี้ผมนอนนับเงินสบายใจไปแล้ว" คินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวไม่แพ้กัน ริมฝีปากที่มักจะต่อปากต่อคำเก่งกาจกลับเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ยามที่สายตาของเรนเลื่อนลงมามองริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว ความเย้ายวนที่แฝงอยู่ในบรรยากาศรอบตัวทำให้โลกภายนอกที่กำลังไล่ล่าพวกเขาราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงทุบประตูด้านในห้องระเบียงใกล้เคียงดังขึ้นปลุกสติทั้งคู่ให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เรนรีบดึงสติแล้วเอื้อมมือไปปิดปากซนๆ ของอีกฝ่ายทันทีเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกไป
พวกเขานอนแนบชิดกันอยู่หลังคอมเพรสเซอร์แอร์ตัวใหญ่ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ อำพรางสายตาของศัตรูที่กำลังส่องไฟฉายกราดไปทั่วบริเวณระเบียงด้านนอก มือของเรนยังคงทาบทับอยู่บนริมฝีปากนุ่มของคิน ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดผ่านผิวเนื้อ ขณะที่ดวงตาคู่คมของนักสืบหนุ่มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววระคนหวาดหวั่นและ... ความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าคำว่าคู่กัด
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังโรยตัวและความใกล้ชิดเริ่มสร้างแรงดึงดูดจนยากจะต้านทาน เรนก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างสะท้อนอยู่ในเงากระจกของตึกฝั่งตรงข้าม
แสงสีแดงเล็กๆ จากลำกล้องปืนไรเฟิลซุ่มยิง... กำลังเล็งตรงมาที่ศีรษะของคิน!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะครับ
**ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ**
เซฟเฮาส์สื่อวิญญาณกับนักต้มตุ๋นตัวแสบ•ตอนที่ 3
ทางออกที่ไม่มีให้เลือก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์สื่อวิญญาณกับนักต้มตุ๋นตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
