เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 36

เผชิญหน้าในที่ลับตา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บเอกสารเก่าหลังร้านกาแฟสไตล์วินเทจ ไม่ได้น่ากลัวเท่าเงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางทางออกอยู่ตรงนั้น รินลัดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อผลักประตูบานไม้ทึบออกมาแล้วพบว่า โลกทั้งใบของเธอกำลังถูกปิดตายด้วยแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอพยายามหนีให้พ้นมาตลอดหลายเดือน คินน์ อัครเดโช... ประธานหนุ่มผู้เคยถือตัวและมองเธอเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่ บัดนี้เรือนร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงกลับยับยู่ยี่เล็กน้อย ราวกับเขาเพิ่งฝ่าพายุฝุ่นและอารมณ์บ้าคลั่งเพื่อตามล่าหาเธอจนเจอ ดวงตาคมก్రిบสีนิลคู่นั้นไม่ได้เย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนวันวานอีกต่อไป แต่มันกลับแดงก่ำ เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า ความสำนึกผิด และประกายไฟบางอย่างที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "คุณตามฉันมาทำไม..." รินลดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบและเย็นเยียบยิ่งกว่ากระจกเงาเคลือบน้ำแข็ง ปราศจากความหวาดกลัว ปราศจากความอ้อนวอน และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีเยื่อใยเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย คินน์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาเธอทีละก้าว แรงกดดันจากตัวตนของเขาทำให้ห้องแคบๆ ยิ่งดูอึดอัดราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบหายไป ผู้ชายที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความหยิ่งทะนง บัดนี้กลับมีท่าทีลังเลและหวาดหวั่นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตแต่งงานสามปีนรกนั่น "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและบาดลึกหัวใจเธอ บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้ง "เราต้องคุยกัน... คุณไม่มีสิทธิ์หนีผมไปแบบนี้" "สิทธิ์เหรอคะ?" รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยามหยันและบาดแผลฉกรรจ์ในอดีต เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "วันที่ฉันเคยร้องขอคำอธิบาย วันที่ฉันกราบกรานขอให้คุณมองเห็นฉันในฐานะภรรยา คุณเคยให้สิทธิ์อะไรฉันบ้างคะ คุณคินน์? ตอนนี้เราหย่ากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ฉันจะเป็นอิสระไปอยู่ที่ไหน หรือจะหายไปจากชีวิตคุณ มันก็ไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาตามจู้จี้อีก!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมของคินน์อย่างแม่นยำ เขารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนซ้ำ ภาพที่เขายืนมองเธอเซ็นใบหย่าด้วยความเย็นชา ภาพที่เขาปล่อยให้ศิรินทร์ปั่นหัวจนมองข้ามความรักอันบริสุทธิ์ที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้ "ผมรู้ว่าผมเลว..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบประชิดตัว รินลดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางแฟ้มเอกสาร เสียงแฟ้มกระดาษร่วงหล่นลงพื้นดังตุ้บ แต่ไม่มีใครสนใจเสียงนั้น สายตาของคินน์ทอดมองเธอด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันให้อภัยไม่ได้ แต่ริน... ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัว ได้ไถ่บาปในสิ่งที่ผมทำกับคุณบ้างเถอะนะ" "การไถ่บาปของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ" รินลดาตอกกลับทันควัน แววตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน เธอยื่นมือไปผลناءอกแกร่งของเขาเต็มแรง แม้ร่างของเธอจะบอบบางกว่า แต่แรงผลักนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังจนคินน์ต้องเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว "คุณคิดว่าน้ำตาปลอมๆ กับคำว่า 'ขอโทษ' ของคุณ มันจะลบความเจ็บปวดปางตายที่ฉันได้รับในบ้านหลังนั้นได้งั้นเหรอ? คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้ววันนี้คุณจะมาขอร้องให้ฉันกลับไปเป็นของเล่นในกำมือคุณอีกครั้งเหรอคะ? ฝันไปเถอะ!" "ไม่ใช่ของเล่น!" คินน์ตะโกนออกมาอย่างสุดจะกลั้น น้ำเสียงของเขาเจือความเจ็บปวดจนแทบจะเป็นเสียงคำราม "ริน... คุณไม่ใช่ของเล่นสำหรับผมตั้งแต่แรกแล้ว! ผมแค่มันโง่... โง่เง่าที่ปล่อยให้ความระแวงและคำพูดของคนอื่นมาทำลายครอบครัวของเรา ผมเพิ่งรู้ตัวในวันที่สายไปว่า โลกทั้งใบของผมมันพังทลายลงอย่างไร้ความหมาย ตั้งแต่ไม่มีคุณอยู่ตรงนั้น..." มือหนาเอื้อมไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางมารั้งไว้ แต่รินลดากลับสะบัดหนีอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน แววตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ซึ่งนั่นคืออาวุธที่เชือดเฉือนหัวใจคินน์ได้เจ็บปวดที่สุด ยิ่งกว่าการถูกตบหน้าเสียอีก "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวาดระแวงและดุดันของเธอหลุดออกมา "ออกไปจากชีวิตฉันเสียที คินน์ อัครเดโช! ถ้าคุณยังมีความเป็นลูกผู้ชายเหลืออยู่บ้าง ได้โปรด... อย่าตามมาวุ่นวายกับฉันอีกเลย ถือว่าฉันขอร้อง... หรือถ้าไม่ไหว จะให้ฉันไปศาลเพื่อฟ้องร้องข้อหาคุกคามชีวิต คุณถึงจะพอใจใช่ไหมคะ?" คำขู่ที่จะใช้กฎหมายตัดขาดความสัมพันธ์ ทำให้คินน์ชะงักง่าม เขายืนนิ่งงันราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและความโกรธเกรี้ยวที่ยังคงคุโชนอยู่ในอากาศ รินลดาใช้จังหวะนั้นเบี่ยงตัวหลบผ่านร่างสูงของเขาไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่หันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย ฝีเท้าก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังประตูหลังร้านที่เชื่อมต่อกับตรอกซอยส่วนตัว หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นปนความโกรธ การเผชิญหน้าในที่ลับตาครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขายังคงเป็นเงาอัปลักษณ์ที่ตามหลอกหลอนเธอไม่เลิกรา แต่ทว่า... ในจังหวedที่เธอกำลังจะผลักประตูก้าวออกไปสู่แสงสว่างด้านนอก เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวใสๆ ของเด็กหญิงวัยสองขวบก็ดังแว่วมาจากเบาะหลังรถยนต์คันหรูที่จอดลับตาคนอยู่ตรงหัวมุมถนน "มัมมี่ขา! น้องลินน์หิวน้ำจังเลยค่ะ ซื้อน้ำส้มให้หนูหน่อยน้า..." ร่างของรินลดาแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม ใบหน้าซีดเผือกในพริบตา เธอรีบหันขวับกลับไปเพื่อจะตะโกนห้ามลูกสาว แต่สายตากลับกวาดไปเห็นเงาร่างของคินน์ที่เดินตามออกมาติดๆ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... สายตาคมกริบของประธานหนุ่มก็เบนไปหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงผมหยักศก ดวงตากลมโตสุกใส และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับส่องกระจกเงา คินน์หยุดชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที สมองที่ปั่นป่วนจากคำตัดพ้อของอดีตภรรยาพลันขาวโพลน ว่าว่างเปล่าก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความจริงอันน่าตกตะลึงที่พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกอย่างจัง ดวงตาสีนิลของคินน์เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อเขากวาดตามองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนที่สายตาจะเลื่อนกลับมาสบเข้ากับดวงตาที่ตื่นตระหนกและพยายามซ่อนพิรุธของรินลดา "ริน..." เสียงของคินน์ขาดห้วง ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่สมองกำลังประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ห้วงเวลาที่เธอหายตัวไป "เด็กคนนั้น... แก... ลูกใคร?" หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจรี้ดที่รักทุกท่านนะคะ กระจกเงาต้องสาปจะกลับมาทอประกายความแค้นให้รุนแรงยิ่งขึ้นในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสะท้อนสลับวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%