"ถ้าพวกคุณยังยืนเถียงกันเรื่องตำแหน่งยืนแทงค์อยู่แบบนี้ รังของราชันย์พฤกษาเพลิงคงได้เผาพวกเราจนเกรียมเป็นตอตะโกก่อนที่สกิลฮีลแรกจะได้ร่ายเสียอีกนะคะ"
เสียงหวานใสที่เจือความระอาเล็กน้อยดังแทรกขึ้นท่ามกลางความชุลมุนของกลุ่มผู้เล่นระดับท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ กลุ่มนักรบแนวหน้าในชุดเกราะเหล็กกล้าสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงต่างสะดุ้งเฮือก หันขวับมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว รินยืนกอดอกพิงผนังถ้ำหินย้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสป้องปัดฝุ่นละอองออกจากเสื้อคลุมสถาปนิกสีเทาเข้มของตนอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน รอบตัวเธอมีกองแปลนก่อสร้างและแท่นศิลาเวทมนตร์ลอยเคว้งคว้าง ปล่อยแสงสีฟ้าจางๆ วิเคราะห์โครงสร้างธรณีวิทยาของดันเจี้ยนระดับ S นี้อย่างแม่นยำ
ไทسون หัวหน้ากิลด์อัศวินโล่เหล็ก ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปม เขากวาดสายตามองเด็กสาวร่างบางที่แต่งตัวราวกับหลุดมาจากสำนักงานออกแบบ มากกว่าจะมาลุยดันเจี้ยนเขาวงกตมรณะ แต่ข้อมูลในหน้าต่างระบบกิลด์ที่แจ้งเตือนอัตราการเคลียร์ดันเจี้ยนของเธอนั้น... เป็นตัวเลขศูนย์ความตายที่น่าเหลือเชื่อ
"คุณคือ... ริน สถาปนิกวิญญาณคนนั้นจริงๆ หรือ?" ไทسونเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลังเล แม้ศักดิ์ศรีของหัวหน้ากิลด์ใหญ่จะค้ำคออยู่ แต่สภาพความพินาศของห้องโถงชั้นก่อนหน้า ซึ่งถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยระบบคานรับน้ำหนักทางสถาปัตยกรรมจนบล็อกการโจมตีของบอสได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็เป็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้
"ถ้าไม่ใช่ฉัน แล้วคุณคิดว่าใครจะมานั่งคำนวณมุมตกกระทบของรากไม้พิษให้พวกคุณยืนหลบได้พอดีเป๊ะล่ะคะ?" รินอมยิ้มบางๆ เดินเข้ามาใกล้แผนที่โฮโลแกรมสามมิติที่เธอกางขึ้นกลางวง "เอาล่ะ เลิกกังขาแล้วฟังให้ดีนะคะ ในเมื่อพวกคุณยอมรับความช่วยเหลือจากฉันแล้ว กฎข้อแรกคือ ห้าม-แตะ-ต้อง-เสา-ค้ำ-ยัน-พวก-นั้น เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นโครงสร้างรับแรงอัดจะพังลงมาทับพวกเราฝังใต้ดินชั่วกัลปวสานค่ะ"
บรรยากาศในกลุ่มผู้เล่นเงียบกริบลงทันที ความอีโก้และความถือดีในฐานะผู้เล่นระดับแถวหน้าค่อยๆ มลายหายไปเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของดันเจี้ยนที่ฆ่าพวกเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ความรู้เชิงกลไกและระบบเวิลด์บิลดิ้งของรินไม่ได้เป็นเพียงแค่ทฤษฎี แต่มันคือ "ทางรอด" เดียวที่พวกเขามีในยามนี้
เอเลน่า อาจารย์สาวลึกลับที่ยืนกอดดาบเล่มยักษ์อยู่มุมห้อง ปรายตามองกลุ่มผู้เล่นชายฉกรรจ์ด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก นางขยับตัวเข้ามารินช้าๆ พร้อมกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลังงานอันตราย
"เจ้าพวกมนุษย์ตัวจิ๋วเหล่านี้ดูอ่อนแอกว่าที่ข้าคิดเสียอีกนะริน... จะให้ข้ากวาดล้างพวกมันแล้วเดินไปทุบหัวบอสเองเลยดีกว่าไหม เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยอธิบายอะไรให้มากความ"
รินรีบเอื้อมมือไปดึงชายผ้าคลุมของอาจารย์สาวไว้ทันท่วงที พร้อมส่งสายตาปราม "อาจารย์คะ! ห้ามใช้ความรุนแรงตามอำเภอใจนะคะ เราไม่ได้มาถล่มดันเจี้ยน แต่เรามา 'ร่วมมือ' กับพวกเขาเพื่อเก็บเกี่ยววัตถุดิบหายากต่างหากเล่าคะ อีกอย่าง... ถ้าอาจารย์เผลอปล่อยพลังเวทระเบิดใส่อีก บ้านในฝันของฉันที่สะสมเงินมาสามเดือนคงได้ปลิวหายไปกับสายลมพอดีค่ะ"
เอเลน่าพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ อย่างขัดใจ แต่นางก็ยอมลดออร่าสังหารลงโดยดี สะท้อนถึงความเชื่อใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบระหว่างศิษย์และอาจารย์ผ่านการผจญภัยอันยาวนาน
ไทسونสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพ "ตกลง... พวกเราจะทำตามแผนของคุณรินทุกประการ ขอแค่คุณช่วยนำพาพวกเราผ่านประตูชั้นในไปได้ กิลด์ของเราพร้อมจะมอบทรัพยากรแร่ธาตุหายากทั้งหมดที่ขุดได้ในชั้นนี้ให้คุณเป็นกรณีพิเศษ"
"ข้อเสนอatractiveดีนี่คะ ไทسون" รินแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอดดีดนิ้วครั้งหนึ่ง แผนที่โฮโลแกรมก็ขยายใหญ่ขึ้นแสดงจุดอ่อนของราชันย์พฤกษาเพลิง "งั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม ทีมแทงค์ยืนแนวหลังเสาหินศิลาเวทที่ฉันสร้าง ทีมดาเมจเตรียมร่ายสกิลธาตุไฟตามจังหวะที่ฉันเคาะระฆัง... เริ่มปฏิบัติการได้ค่ะ!"
การประสานงานระหว่างผู้เล่นสายต่อสู้ผู้เก่งกาจและสถาปนิกผู้กุมความลับของระบบดำเนินไปอย่างลื่นไหลและงดงาม รินใช้ไหวพริบและความเข้าใจในระบบเกมพลิกแพลงสถานการณ์คับขันครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่เอเลน่าคอยคุ้มกันแนวหลังไม่ให้มีมอนสเตอร์หลุดรอดเข้ามาแม้แต่ตัวเดียว มิตรภาพที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นจากความแตกต่างและความไว้วางใจ กำลังหลอมรวมผู้คนเหล่านี้ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันในโลกเสมือนจริงอันกว้างใหญ่
ทว่า... ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ และราชันย์พฤกษาเพลิงกำลังจะสิ้นฤทธิ์ภายใต้คานเหล็กดัดเวทมนตร์ของรินนั้นเอง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมไม่ได้ดังมาจากหน้าจอของริน แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ด้วยโทนเสียงสีแดงฉานที่ทุกคนไม่เคยได้ยินมาก่อน หน้าต่างโฮโลแกรมสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกคนอย่างไร้ที่มา พร้อมกับข้อความอักษรสีเลือดที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงภายนอก: เขตแดนดันเจี้ยนหมายเลข 00 ถูกปลดล็อกโดยผู้เล่นที่ไม่ทราบฝ่าย]
[คำเตือน: 'ผู้พิทักษ์แห่งบรรพกาล' ที่หลับใหลมานานกว่าสามร้อยปี ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกท่านแล้ว]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: 'เสียงกระซิบจากใต้พิภพ' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ—โปรดระวังเบื้องหลังของพวกท่าน... เพราะมันกำลังลืมตาตื่นขึ้นมามองคุณ]
รินชะงักมือที่กำลังถือแปลนก่อสร้าง ร่างกายแข็งทื่อในขณะที่ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้าสู่สันหลัง เมื่อเงาดำมหึมาที่ทาบทับอยู่เหนือเพดานถ้ำเริ่มขยับตัวและส่งเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความตื่นเต้น และเติบโตไปพร้อมกับรินและเอเลน่าในตอนนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ!
สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว•ตอนที่ 26
พลังแห่งมิตรภาพและข้อมูล
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!