เซฟเฮาส์ไร้เงา กับรอยร้าวในคดีพิศวาส•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของนักโทษ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความหวังอันริบหรี่ที่หลงเหลืออยู่ในอกของรินรดา พังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาเต็มตา แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนภายในห้องนิรภัยใต้ดินสะท้อนกระทบกับโครงหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักขึ้นจากหินผา ดวงตาคู่นคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองมาที่เธอนิ่งสนิท มันไม่ใช่แววตาของความประหลาดใจที่มีผู้บุกรุกย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัว แต่เป็นสายตของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ คาร์ลอส... อดีตทหารรับจ้างผู้กุมชะตากรรมของทุกชีวิตในเซฟเฮาส์แห่งนี้ "คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่านักสืบเอกชนคนเก่ง จะอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาฉันถึงในหลุมหลบภัยส่วนตัวแบบนี้... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าในยามวิกาลดังขึ้น มันทั้งเยือกเย็นและทรงอำนาจจนทำให้เส้นขนทั่วร่างของเธอลุกชัน รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกพันธนาการไว้ด้วยกุญแจมือเหล็กกล้าที่ยึดติดกับขาโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม่อาจเทียบเท่ากับความรู้สึกอัปยศที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอพลาดท่าอย่างมหันต์ และตอนนี้เธอกำลังตกเป็นเบี้ยล่างของอัลฟ่าจอมบงการผู้ไร้ความปรานีคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ "ปล่อยฉันออกไป คาร์ลอส คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้แบบนี้" เธอกัดฟันกรอด พยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอก CAGE คาร์ลอสไม่ตอบคำชายหนุ่มเพียงแค่แค่นسหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเยาะเย้ย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายบุรุษเพศอันเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก รินรดาผถอยหลังหนีจนสุดแขนที่ถูกตรึงไว้ แต่พื้นที่จำกัดทำให้เธอไม่มีทางหนีพ้น ร่างสูงทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมขึ้นมาจับคางคางเรียวของเธอไว้แล้วบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา แรงบีบที่ปลายคางไม่ได้รุนแรงจนถึงกับเจ็บ แต่เด็ดขาดและมั่นคงจนเธอรู้ดีว่าไม่มีทางสะบัดหลุด "สิทธิ์งั้นเหรอ?" คาร์ลอสกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความโกรธขึง "เธอเป็นคนก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉันเอง รินรดา... เธอเป็นคนเลือกที่จะเปิดประตูห้องนี้เข้ามาหาความตายด้วยตัวเอง คิดว่าเกมนี้ใครกันแน่ที่เป็นคนถือไพ่เหนือกว่า?" นิ้วโป้งหยาบกร้านไล้เบาๆ บนริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก แรงสัมผัสที่จงใจหยอกเย้าทำให้รอดพ้นจากการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่เกรงกลัว "คุณมันไอ้โรคจิต คดีที่คุณทำอยู่เบื้องหลังมันสกปรกแค่ไหน ฉันมีหลักฐานหมด..." "ชู้่ว..." คาร์ลอสใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากเธอเพื่อหยุดคำพูดที่เหลือ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหายใคร่รู้ "ฉันชอบคนฉลาดนะ... แต่คนที่ฉลาดแต่ไม่รู้จักเจียมตัว สมควรได้รับบทเรียนที่สาสม" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท มันคือแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทและเอกสารลับชุดหนึ่งที่เธอพยายามตามหามาตลอดสามเดือนเต็ม รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นมันอยู่ในมือของเขา "นาย... เอามาจากไหน?" "ของสำคัญแบบนี้ ถ้าฉันไม่จงใจปล่อยให้เธอตามกลิ่นมา... เธอคิดว่าจะหาเจอหรือไง?" คาร์ลอสยิ้มเยาะโยนเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ "จากนี้ไป นี่คือกฎเหล็กสามข้อในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฉันในฐานะ 'นักโทษ' ของที่นี่ จำใส่สมองอันชาญฉลาดของเธอเอาไว้ให้ดี เพราะถ้าฝ่าฝืนแม้แต่ข้อเดียว... บทลงโทษที่จะได้รับ มันจะทำให้เธออยากตายแต่ตายไม่ได้" รินรดากำมือแน่น จ้องมองหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ฉันไม่สนกฎบ้าบออะไรของนายทั้งนั้น!" "ข้อแรก..." คาร์ลอสทำเป็นไม่ได้ยินเสียงประท้วงของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบแต่น่ากลัว "ห้ามก้าวเท้าออกจากห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืน... ฉันจะล่ามโซ่เธอไว้กับเตียงนอนตลอดไป" หัวใจของรินรดากระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคหลัง สายตาของเขาที่มองไล่ลงมาตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ทำให้เธอรู้ทันทีว่าคำว่า 'ล่ามโซ่ไว้กับเตียง' ของเขามันมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งและอันตรายแค่ไหน "ข้อสอง..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ทุกคำสั่งของฉันคือประกาศิต ห้ามเถียง ห้ามต่อรอง และต้องปฏิบัติตามทันทีอย่างไร้เงื่อนไข" "คุณมันเผด็จการ!" "และข้อสุดท้าย..." คาร์ลอสเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเร่าร้อนขึ้นอย่างกะทันหัน จนรินรดารู้สึกเหมือนถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น "ร่างกายและจิตวิญญาณของเธอ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... อยู่ภายใต้การครอบครองของฉันคนเดียว จนกว่าฉันจะเบื่อและปล่อยเธอไป" สิ้นคำพูดนั้น คาร์ลอสก็เอื้อมมือไปปลดล็อกกุญแจมือที่พันธนาการข้อมือเรียวของเธอไว้ออกอย่างรวดเร็ว รินรดารีบชักมือกลับแล้วเตรียมจะพุ่งตัวหนีไปที่ประตู แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามารวบเอวบางไว้แน่นด้วยแขนเพียงข้างเดียวแล้วเหวี่ยงเธอกลับลงมาบนโซฟาหนังตัวใหญ่อย่างแรง "ปล่อยนะ! ไอ้คนสารเลว!" รินรดาโวยวายพร้อมกับใช้กำปั้นทุบตีลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แต่แรงแค่นั้นเปรียบเสมือนการสะกิดสำหรับอัลฟ่าหนุ่มผู้มีกล้ามเนื้อแน่นขนัด คาร์ลอสใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้กระโปรงทรงแคบอย่างถือวิสาสะ "บอกแล้วไงว่าการขัดขืนมีราคาที่ต้องจ่าย..." คาร์ลอสโน้มตัวลงมาทาบทับร่างของเธอไว้ทั้งหมด น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม "และเธอกำลังทำให้ฉันต้องทบทวนบทลงโทษข้อแรกเสียใหม่แล้วสิ" กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาแผ่ซ่านโอบล้อมร่างเธอไว้ทุกทิศทาง รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าเข้ามาสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนละเอียด ทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายของเธอเริ่มทรยศต่อจิตใจ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนและถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามแปลกประหลาดที่เธอเกลียดชังนักหนา ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอหอบหายใจ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนี แต่คาร์ลอสกลับใช้มืออีกข้างบีบกรามเธอให้หันมารับจูบอันเร่าร้อนที่จู่โจมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศชัยชนะและการครอบครอง รสชาติของความดุดันและเสน่หาที่ผสมปนเปกันทำให้สมองของรินรดากลวงโบ๋ ลมหายใจของเธอกลืนหายไปกับริมฝีปากของเขา สัมผัสวาบหวามที่มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนเว้าโค้งอย่างชำนาญทำให้เรียวขาของเธออ่อนยวบ ความตั้งใจที่จะขัดขืนพังทลายลงในอุ้งมือของซาตานร้ายอย่างแท้จริง ในขณะที่สติสัมปชัญญะของรินรดากำลังจะหลุดลอยไปกับรสจูบอันเร่าร้อนที่แผดเผาร่างกายจนแทบหลอมละลาย ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูกระจกนิรภัยด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่น ตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนิรภัยแห่งนี้ พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแทรกขึ้นมาว่า "นายครับ... คนของเราพบร่องรอยการบุกรุกจากภายนอก พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่!" คาร์ลอสชะงักริมฝีปากที่กำลังซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะเหลือบมองรินรดาที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหมาย มือหนาละจากเอวบางแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างใจเย็น ปืนพกกระบอกโตถูกชักออกมาจากซองพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะหันมามองหน้าเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ทำให้เธอต้องหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะ รินรดา... อยู่รอฉันตรงนี้ อย่าไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นคราวหน้า ฉันจะไม่แค่ล่ามโซ่เธอไว้บนเตียงแน่" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงแห่งความมืดและปรารถนานี้นะครับ **ภาคินทร์เที่ยงคืน**
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงา กับรอยร้าวในคดีพิศวาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%