นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร•ตอนที่ 15

ใต้แสงจันทร์สีเลือด

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นจนเกือบเป็นเนื้อเดียวกับความชื้นยามวิกาล ภายในห้องโถงใต้ดินของพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ควรจะหลับใหล ไร้ซึ่งผู้คน กลับสะท้อนเงาตะคุ่มนับสิบชีวิตที่เคลื่อนไหวราวกับฝูงแมลงในความมืด พวกเขาสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังไว้ด้วยหน้ากากโลหะรูปทรงหน้าจั่วโบราณ ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงสวดพึมพำภาษาโบราณที่ดังประสานกันเป็นระลอกคลื่นแห่งความวิปลาส "คุณประเมินความบ้าคลั่งของพวกเขาต่ำเกินไปค่ะ, ศรุต" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เฉียบคมดังมาจากด้านหลังเสาศิลาอัคนี รินรดา แนบแผ่นหลังเข้ากับความเย็นเยียบของหินโบราณ มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังกำลังกระชับมีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิมที่ฉวยมาจากกระเป๋าอุปกรณ์นิติเวชของชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังแท่นบูชาตรงกลางห้อง ที่ซึ่งร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกำลังถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนโบราณ ศรุต ไม่ได้ตอบทันที แพทย์นิติเวชหนุ่มกวาดสายตาผ่านเลนส์แว่นกรอบโลหะ ประเมินสถานการณ์ด้วยสมองที่ทำงานด้วยตรรกะและเหตุผล แม้เบื้องหน้าจะเป็นพิธีกรรมบูชายانيที่หลุดออกมาจากตำรามนต์ดำ แต่มือของเขากลับนิ่งสนิท ชีพจรไม่มีความตื่นกลัว มีเพียงประกายความเย็นชาที่วับวามอยู่ในดวงตาสีเข้ม "วิทยาศาสตร์ไม่ได้ปฏิเสธความเชื่อโบราณค่ะ, รินรดา..." ศรุต เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงความกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอึดอัด "แต่มันพิสูจน์ได้ว่า... ทุกความงมงาย มักมีมนุษย์กระหายอำนาจเป็นผู้ขับเคลื่อนเสมอ" ที่ใจกลางลานพิธีกรรม ร่างของชายในชุดสูทหรูหราผู้เป็นประธานลัทธิกำลังชูมีดกริชโบราณขึ้นสูง แสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ เหนือเพดานใต้ดินอาบไล้คมมีดจนกลายเป็นสีแดงฉาน และในวินาทีที่คมมีดกำลังจะปักลงบนอกของเหยื่อ... "พอแค่นั้นแหละค่ะ, ดร.อคิน!" รินรดา พุ่งตัวออกจากที่ซ่อน พร้อมกับก้อนหินอัคนีขนาดย่อมที่ถูกซัดตรงไปยังคบเพลิงหลัก ทำให้แสงไฟวูบดับลงครึ่งหนึ่ง ความโกลาหลชั่วขณะเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มคนในชุดคลุมหันมามองผู้บุกรุก แต่ดร.อคิน กลับหยุดมือ เขาลดมีดลงช้าๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ภายใต้หน้ากากโลหะที่ถูกเลิกขึ้นเผยให้เห็นแววตาสีเทาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "นึกว่าใคร... ภัณฑารักษ์สาวผู้กุมความลับแห่งภาษา และหมอนิติเวชผู้ยึดติดกับซากศพ" เสียงของอคินก้องกังวานน่าขนลุก "พวกคุณคิดจริงๆ หรือว่า การมาที่นี่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้? ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความจริงค่ะ... แต่มันถูกชำระล้างด้วยเลือด" "และฆาตกรก็มักจะมีข้ออ้างที่น่าสมเพชแบบนี้เสมอในห้องผ่าตัดของฉันค่ะ" ศรุต ก้าวเท้าออกมาจากเงาสมทบ ยืนเคียงข้างรินรดาอย่างมั่นคง แผ่นหลังของเขาสร้างความรู้สึกปลอดภัยแปลกประหลาดให้แก่หญิงสาว แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ "คุณใช้อุดมการณ์บังหน้าเพื่ออำพรางความเสื่อมทรามทางจิตวิทยา รอยกรีดบนศพสามรายก่อนหน้านี้... ฝีมือคุณสินะครับ... อ้อ, ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันติดนิสัยพูดภาษานิติเวช" อคิน หัวسะ in รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนเป็นความบิดเบี้ยว "แกเข้าใจอะไร... ศรุต? นายคิดว่านายเข้าใจความตายดีงั้นเหรอ? นายเป็นแค่ไอ้หมอที่คอยเย็บซากศพเพื่อหลอกตัวเองว่าควบคุมความตายได้! แต่ที่นี่... เรากำลังปลุกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น" สิ้นคำสั่งของอคิน ชายชุดดำนับสิบคนก็ชักอาวุธมีดโบราณพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนทันที บรรยากาศระเบิดขึ้นด้วยความรุนแรง รินรดาหมุนตัวหลบคมมีดได้อย่างเฉียดฉิว ประสบการณ์จากการศึกษาวัตถุโบราณทำให้เธอรู้จุดอ่อนของโครงสร้างสถาปัตยกรรม เธอใช้ศอกกระแทกเข้ากับเสาค้ำยันกลไกเก่าแก่ ส่งผลให้โคมไฟสำริดขนาดใหญ่หล่นลงมาขวางกั้นเส้นทางของศัตรูเบื้องหลังได้อย่างทันท่วงที ในขณะเดียวกัน ศรุตก็แสดงทักษะการต่อสู้ที่เฉียบคมและแม่นยำรากับผ่าตัด เขาไม่ได้ใช้กำลังเข้าห้ำหั่น แต่ใช้หลักการทางกายวิภาคศาสตร์และจุดกดประสาท ปัดป้องและเล่นงานจุดอ่อนบนร่างกายของคู่ต่อสู้จนล้มลงทีละคนอย่างเลือดเย็น แววตาของแพทย์หนุ่มไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความนิ่งงันดั่งหุบเหว เคมีระหว่างคนทั้งสองทำงานประสานกันอย่างน่าทึ่ง รินรดาคอยระวังหลังให้ศรุต ขณะที่ศรุตก็ดึงรินรดาหลบจากวิถีการโจมตีได้อย่างไร้รอยต่อ ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและเสียงเหล็กกระทบกัน หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างรุนแรง ท่ามกลางความตายและความมืดมิดที่โอบล้อม เพียงไม่กี่นาทีต่อมา กลุ่มคนชุดดำก็กองระเนระนาดอยู่บนพื้น ศรุตหอบหายใจเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองตรงไปยังดร.อคินที่ถอยร่นไปจนชิดแท่นบูชา มือของอคินสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแผนการพังทลายลง "คุณแพ้แล้วค่ะ, ดร.อคิน" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ปลายมีดผ่าตัดในมือมั่นคงไร้รอยสั่น "ยอมจำนนเสียเถอะค่ะ" อคินหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงใต้ดิน "ฉันแพ้เหรอ? ฮ่าๆๆ... รินรดา เธอนี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริง เธอกดทับสัมผัสพิเศษของตัวเองไว้ เพราะกลัวความจริงในสายเลือด... แล้วคิดว่าตัวเองปลอดภัยงั้นเหรอ? ลองก้มลงมองที่พื้นเบื้องล่างสิคะ..." ศรุตขมวดคิ้วฉับ พลันดึงตัวรินรดาถอยหลังหนึ่งก้าว เมื่อสังเกตเห็นว่าเลือดจากร่างของเหยื่อบนแท่นบูชาไม่ได้หยดลงสู่พื้นธรรมดา แต่ไหลซึมไปตามร่องศิลาโบราณรูปอสรพิษที่พวกเขายืนอยู่ รอยสลักบนพื้นดินเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นทีละน้อย รากับว่ามันกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยพลังงานบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ "เกิดอะไรขึ้น..." รินรดาพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นดิน สัมผัสพิเศษที่เธอพยายามกดทับมาตลอดชีวิตกรีดร้องเตือนภัยในหัว และก่อนที่ศรุตจะได้ใช้หลักการทางตรรกะมาอธิบายปรากฏการณ์ตรงหน้า ผนังศิลาเบื้องหลังแท่นบูชาก็เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงโซ่ตรวนขนาดใหญ่ที่ถูกลากถู และกลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ลอยอบอวลออกมา พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดหลังผนังลับ... เงาร่างที่ไม่มีควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - **เงาจันทราลี้ลับ**
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%