“เซ็นชื่อลงไปตรงนี้ครับ... แล้วทุกอย่างที่เคยเป็นกรงขังของเราจะจบลงในวินาทีนี้”
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า เธอวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้โอ๊คราคาแพง เอกสารที่ดูธรรมดาแต่กลับมีอำนาจทำลายล้างสถานะ ‘ภรรยาที่แสนดี’ ของเธอให้มลายหายไปในพริบตา
ธราธิปเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เขามองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าที่เรียบเฉยของหญิงสาวที่เขาเคยเรียกเธอว่า ‘สมบัติส่วนตัว’ มาตลอดห้าปี
“ริน... นี่เธอทำบ้าอะไร?” เขาขยับเนกไทให้หลวมขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด “วันนี้งานผมยุ่งมาก อย่ามาเล่นละครตลกๆ แบบนี้ในเวลาที่ผมไม่ว่าง”
“เล่นละคร?” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นอย่างที่เขาเคยได้รับ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความสมเพชจนธราธิปต้องชะงัก “คุณลืมไปแล้วใช่ไหมธราธิป ว่าวันนี้วันอะไร... ไม่สิ คุณไม่เคยจำมันได้เลยต่างหาก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่กว้างขวางจนน่าใจหาย ธราธิปขมวดคิ้วแน่น สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว แต่นอกจากตัวเลขกำไรขาดทุนในไตรมาสล่าสุด หรือการประชุมบอร์ดบริหารในวันพรุ่งนี้ เขาก็ไม่พบข้อมูลใดที่สำคัญพอจะทำให้ภรรยาของเขาดูเย็นชาได้ขนาดนี้
“มันแค่วันจันทร์ที่น่าเบื่อวันหนึ่ง ไม่ใช่หรือไง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามนิสัยปกติ
“สำหรับคุณมันอาจจะแค่วันจันทร์... แต่มันคือวันครบรอบห้าปีที่เราแต่งงานกัน” เธอขยับเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เขามักจะบอกว่ารำคาญใจโชยเข้าปะทะจมูก “ห้าปีที่ฉันเป็นเพียงแค่เงาในบ้านของคุณ เป็นแค่คนที่รอคอยเวลาที่คุณจะหันมามอง... แต่พอกันทีครับธราธิป ผมเหนื่อยจนเกินกว่าจะวิ่งตามเงาที่ไม่มีตัวตนของคนอย่างคุณแล้ว”
ธราธิปวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันเธอด้วยรูปร่างที่ได้เปรียบ “อย่ามางี่เง่าให้มันมากนัก รินรดา ฉันให้บ้าน ให้เงิน ให้ชีวิตที่หรูหรา เธอจะเอาอะไรอีก? อยากได้ของขวัญชิ้นใหม่หรือไง? ได้ เดี๋ยวฉันโอนเงินเข้าบัญชีให้เธอหลักล้าน ไปซื้อสิ่งที่อยากได้ซะแล้วจบเรื่องนี้ไป”
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ แต่นัยน์ตาของเธอกลับไร้แววขบขัน “เงินเหรอครับ... คุณยังคงคิดว่าทุกอย่างในโลกนี้ตีราคาได้ด้วยเงินเสมอสินะ”
เธอไม่ได้รอฟังคำตอบ เดินตรงไปที่ประตูห้องทำงาน แต่แล้วจังหวะก้าวของเธอก็ชะงักลงเมื่อเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอีกคนดังแทรกเข้ามา
“เซ็นไปเถอะครับธราธิป... ในเมื่อคุณไม่รู้จักรักษาของที่มีค่าที่สุดไว้ ก็ไม่มีสิทธิ์จะกักขังเขาไว้ในกรงที่ไร้ความรักแบบนี้อีกต่อไป”
กวิน ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสง่างาม มือของเขาโอบไหล่รินรดาไว้อย่างปกป้อง สายตาของศัลยแพทย์หนุ่มจ้องมองธราธิปด้วยความสมเพชไม่ต่างกัน ธราธิปหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อเห็นเพื่อนสนิทของภรรยามาปรากฏตัวในที่ที่เขาไม่เคยยินดีต้อนรับ
“นี่มันเรื่องของผัวเมีย แกมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องครอบครัวฉัน... กวิน!” ธราธิปคำรามด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
“ครอบครัวเหรอ?” กวินแค่นหัวเราะ “ถ้าคุณเรียกว่าการทอดทิ้งให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวในวันที่เขาต้องการคุณมากที่สุดว่าเป็นครอบครัว... งั้นผมก็ดีใจที่วันนั้นผมเป็นคนอยู่ข้างๆ รินรดาแทนคุณ”
ธราธิปชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำบางอย่างแทรกเข้ามาในหัว—วันนั้น... วันที่รินรดาเข้าโรงพยาบาลกระทันหันจากภาวะเครียดสะสม วันที่เขาเลือกจะไปงานกาล่าเพื่อปิดดีลธุรกิจมากกว่าจะไปเฝ้าเธอ เขาเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทำไมคำพูดของกวินถึงได้เหมือนตะปูที่ตอกลงบนหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบขึ้นมาเช่นนี้
“ผมไม่ได้ต้องการคนรับใช้ที่แต่งงานด้วย... ผมต้องการอิสระ และคุณธราธิป... คุณก็ได้มันไปแล้วตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไงครับ?” รินรดาหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย สายตาที่เธอใช้มองเขานั้นไม่ได้มีร่องรอยของความรักเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอให้เขาโต้ตอบอะไรอีก ทิ้งให้ธราธิปยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องกับความว่างเปล่าที่เพิ่งจะเริ่มกัดกินหัวใจ
ในขณะที่ธราธิปกำลังจะก้าวตามออกไปเพื่อกระชากตัวเธอให้กลับมาเผชิญหน้ากันให้รู้เรื่อง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่รินรดาทำหล่นไว้ใกล้กับขาตั้งไม้ข้างประตู เป็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา... มันไม่ได้มีแค่ใบหย่า
เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทันทีที่เปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่แค่เอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นรูปถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบคนหนึ่ง ที่มีเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน—ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... มันคือตัวเขาในวัยเด็กชัดๆ!
นอกจากรูปถ่ายแล้ว ยังมีผลตรวจวิเคราะห์จากห้องแล็บที่แนบอยู่ใต้ภาพ ข้อความบนกระดาษระบุชัดเจนถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่าง ‘เด็กชายธาม’ กับ ‘ธราธิป’...
ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที เมื่อความจริงที่ถูกปิดตายมาตลอดห้าปีเพิ่งจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตา
นี่คือตอนจบที่ผมตั้งใจเรียบเรียงให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความดิ่งลึกของอารมณ์ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธราธิปในบทแรกนี้นะครับ
กรงขังไร้เสียง: ในวันที่คุณเดินจากไป•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไม่มีใครเสียดาย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังไร้เสียง: ในวันที่คุณเดินจากไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
