“เศษกระดาษของผม... ฟังดูถูกจังเลยนะคะ คุณสถาปนิก”
มินตราวางพิมพ์เขียวชุดล่าสุดลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันในออฟฟิศสตูดิโอสุดหรูใจกลางเมือง เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่นิดเดียวตอนที่ธามไทจ้องมองเธอด้วยสายตาราวกับจะพิฆาตให้ตายด้วยคมมีดน้ำแข็ง
“ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นแค่เศษกระดาษ ผมบอกว่า ‘โปรเจกต์’ ของผมกำลังจะพัง เพราะคนทำงานแบบขอไปทีอย่างคุณ” ธามไทพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาจากจมูกโด่งสัน เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี “ผมต้องการมืออาชีพ ไม่ใช่เด็กสาวที่อาศัยแค่ความมั่นหน้ามาทำพัง”
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เจือกลิ่นไอความเย็นชาของเขาปะทะเข้ากับจมูกเธอ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอหวั่นเกรง ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นให้เธอยิ่งอยากเอาชนะ
“ความมั่นหน้าของฉันมีหลักฐานรองรับค่ะ” นิ้วเรียวยาวของมินตราแตะลงบนแบบร่างหน้าสุดท้าย “โครงสร้างส่วนที่งอกออกมา คุณบอกว่ามันรับน้ำหนักไม่ได้ แต่ลองคำนวณใหม่ตามสัดส่วนวัสดุที่ฉันเสนอสิคะ ถ้าคุณเก่งจริงตามคำร่ำลือ คุณก็น่าจะเห็นว่าตรงนี้... มันคือจุดพักน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่รอยรั่วอย่างที่คุณพยายามยัดเยียดให้”
ธามไทชะงัก สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ตัวเลขบนแบบร่าง มินตราเห็นจังหวะที่ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามนิสัยเจ้าของอาณาจักรความสมบูรณ์แบบนี้
“ดื้อรั้น” เขาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่สั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พยายามกดไว้ “ความดื้อรั้นของคุณจะทำให้งานชิ้นนี้กลายเป็นสุสานชื่อเสียงของผม”
“งั้นก็ไล่ฉันออกสิคะ” มินตราท้าทาย แววตาของเธอเป็นประกายท้าทายอย่างไม่ลดละ “ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณเก่งที่สุดในวงการ และฉันมันไร้น้ำยา ก็เซ็นใบลาออกให้ฉันตอนนี้เลย ฉันไม่ชอบทำงานกับคนที่เอาแต่อคติจนมองไม่เห็นความจริงอยู่แล้ว”
ธามไทลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้หนังราคาแพงเลื่อนถอยหลังไปชนผนังเสียงดัง เขาก้าวเข้ามาหาเธอจนมินตราต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสาร เขาใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ใบหน้าของเขาห่างจากใบหน้าเธอเพียงปลายจมูก กลิ่นอายคุกคามที่เขาแผ่ออกมามันร้อนแรงจนหัวใจของมินตราเต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุม
“คุณอยากไปจากที่นี่มากนักเหรอ มินตรา?” เขาถาม เสียงนั้นแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
“ใครจะอยากทำงานกับปีศาจที่เอาแต่สั่งๆๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ลงมาดูหน้างานจริงคะ” มินตราตอบโต้ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะเริ่มสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ “ถ้าคุณอยากให้งานมันเพอร์เฟกต์นัก ก็ลงมือทำเองสิคะ จะจ้างผู้รับเหมามาเพื่อรองรับอารมณ์ของคุณทำไม?”
ธามไทจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในความท้าทายนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ เขาก้มหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากของเธอ ก่อนจะกระซิบเสียงเย็นชาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“ผมไม่มีวันปล่อยให้คุณไปทำพังที่อื่น...” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “เพราะคนที่จะต้องรับผิดชอบความผิดพลาดของงานชิ้นนี้... คือคุณคนเดียวเท่านั้น”
มินตราทำท่าจะอ้าปากเถียง แต่แล้วเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและเสียงหมุนลูกบิดประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“คุณธามคะ! แขกสำคัญจากโครงการเรือนกระจกมาถึงแล้วค่ะ... เอ๊ะ!”
เลขาสาวชะงักงันเมื่อผลักประตูเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า... ภาพที่เจ้านายหนุ่มมาดนิ่งกำลังกักตัวผู้รับเหมาสาวไว้ในมุมมืดของห้องทำงานอย่างไม่มีช่องว่าง
มินตราผลักอกธามไทออกเต็มแรงใบหน้าของเธอร้อนผ่าว ธามไทไม่ได้แสดงอาการเขินอาย เขาเพียงแค่ถอยห่างออกมาอย่างช้าๆ จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางเย็นชาเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้มินตรายืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนไปหมด
เขาก้าวผ่านตัวเธอไปโดยไม่หันมามอง พร้อมทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอีกรอบ
“ตามผมมา... ถ้ายังอยากจะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้เป็นแค่เศษกระดาษอย่างที่ผมคิด”
ความรู้สึกที่เหมือนกับถูกไฟฟ้าช็อตวิ่งผ่านปลายนิ้วมินตรา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิงไปหมดกลับคืนมา ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันเกินเลยกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลเสียแล้ว และดูเหมือนว่า... ในห้องทำงานนี้จะมีความลับบางอย่างที่ธามไทซ่อนไว้ในแบบแปลนที่เขายังไม่เคยบอกใคร
มินตรามองตามแผ่นหลังกว้างของเขาก่อนจะเดินตามไป แต่จังหวะที่เธอกำลังจะพ้นประตู มือถือของเธอก็สั่นขึ้นมา ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงชื่อปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
*‘อย่าเชื่อใจสิ่งที่เห็น... สถาปนิกคนนี้ไม่ได้ต้องการให้งานเสร็จสมบูรณ์ แต่เขาต้องการขังคุณไว้ในกรงที่เขาเขียนขึ้นมาเอง’*
มือของมินตราสั่นสะท้าน เธอหันกลับไปมองธามไทที่ยืนรออยู่ที่โถงทางเดิน แสงไฟสลัวจากเพดานทำให้อีกฝ่ายดูเหมือนปีศาจในชุดสูทที่พร้อมจะฉีกกระชากเธอให้แหลกคามือ... หรืออาจจะพร้อมจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัวกันแน่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 2 นี้ด้วยกันนะคะ!
แปลนรักฉบับนี้มีไว้ให้เธอพักใจ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนปากร้าย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับนี้มีไว้ให้เธอพักใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
