สถาปนิกสาวกับผู้กำกับกองถ่ายจอมจู้จี้•ตอนที่ 2

สงครามย่อมๆ บนโต๊ะประชุม

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับดัง *‘ปึก’* จนกาแฟในแก้วกระเซ็นออกมาเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่าสงครามขนาดย่อมระหว่างสถาปนิกสาวผู้รักความสมบูรณ์แบบกับผู้กำกับภาพยนตร์จอมเผด็จการได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว “คุณพิมพ์คะ นี่มันแปลนห้องครัวหรือเขาวงกตล่าสมบัติกันแน่คะ? นางเอกฉันต้องถือกระทะวิ่งหนีฆาตกรนะคะ ไม่ใช่ต้องไขปริศนารหัสผ่านสามชั้นก่อนถึงจะหยิบตะหลิวได้!” ธนัชชาเหวี่ยงร่างเพรียวบางพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง กอดอกแน่นจนเนินอกกระเพื่อมตามแรงอารมณ์ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังที่เพิ่งถอดวางไว้จ้องเขม็งมายังหญิงสาวฝั่งตรงข้าม ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พิมพ์รตาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยกมือขึ้นกอดอกเช่นเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากที่ส่งไปให้นั้นเคลือบด้วยยาพิษชั้นดี ความเนี๊ยบของชุดสูทเข้ารูปสีเบจขับให้เธอดูเฉียบคมและน่าเกรงขามไม่แพ้กัน “ถ้าผู้กำกับธันย์จะกรุณาใช้สมองซีกซ้ายคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ใช้อารมณ์ตัดสิน ฉันคงไม่ต้องอธิบายซ้ำเป็นรอบที่สามนะคะว่า ดีไซน์ครัวแบบ Open Plan เชื่อมต่อกับบันไดหนีไฟน่ะ มันคือหัวใจสำคัญที่บิวต์อารมณ์ระทึกขวัญของฉากนั้น หนังคุณอยากได้รางวัลหรืออยากได้แค่ฉากตลกคาפהคะ?” “นี่คุณ!” ธนัชชาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฝ่ามือเรียวบางตบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่นห้องประชุมกระจกทึบแสง “อย่ามาดูถูกรสนิยมฉันนะ พิมพ์รตา! ฉันทำหนังร้อยล้านมาแล้วกี่เรื่อง คุณเพิ่งกลับมาจากนอกแล้วเอาทฤษฎีสถาปัตยกรรมบ้าบอคอแตกอะไรมาครอบงำงานฉัน!” “ก็เพราะคุณมันพวกยึดติดกับความฉาบฉวยไงคะ ถึงได้มองข้ามมิติของพื้นที่ใช้งานจริง!” พิมพ์รตาสสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน “สถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้แค่ตั้งฉากสวยๆ ให้กล้องคุณส่องนะคะ แต่มันต้องเล่าเรื่องได้ด้วย ซึ่งดูท่าทางคุณคงไม่เข้าใจคำนี้สินะคะ” บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ดจนแทบไม่ต้องเปิดแอร์ มีนารา โปรดิวเซอร์สาวที่นั่งคั่นกลางระหว่างเสือสองตัว ได้แต่ยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความปวดหัว เธอส่งยิ้มแห้งๆ พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟ “เอ่อ… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ทั้งสองคน เรามาคุยกันดีๆ เถอะค่ะ เรื่องแปลนครัวเนี่ย…” “ไม่ต้องมาช่วยพูดเลยค่ะ มีน!” ธนัชชาสะบัดหน้าขวับไปทางเพื่อนสนิท “วันนี้ถ้าไม่เคลียร์เรื่องนี้ให้รู้เรื่อง ฉันไม่เซ็นอนุมัติงบเฟสแรกเด็ดขาด!” “เชิญตามสบายค่ะ เซ็นไม่เซ็นก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าจะให้ฉันแก้แบบตามใจคุณผู้กำกับที่แยกแยะระหว่างงานศิลปะกับความมักง่ายไม่ออก ฉันขอยื่นใบลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาโปรเจกต์นี้ซะยังจะดีกว่าค่ะ!” พิมพ์รตากระแทเสียงใส่ เรียวปากสีพีชเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ไม่มีใครยอมใคร รังสีความดื้อรั้นแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะระเบิด ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงของคนทั้งคู่ ธนัชชากัดริมฝีปากล่างเบาๆ จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหงุดหงิดขั้นสุดกับ… ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่คอยแต่จะดึงดูดสายตาเธอให้วนเวียนอยู่กับริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้น ให้ตายเถอะ… ทำไมเวลาผู้หญิงคนนี้โกรธถึงได้ดู… น่ามองเป็นบ้า ธนัชชาสะบัดความคิดไร้สาระออกจากหัวอย่างแรง เธอกลืนน้ำลายลงคออือกใหญ่ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตามเดิม น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดลดระดับลงเหลือเพียงความเยيอกเย็นที่จงใจกวนประสาท “โอเค… อยากอวดเก่งนักใช่ไหมคะ คุณสถาปัตยกรรมมือหนึ่ง” ธนัชชากระตุกยิ้มมุมปาก เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย “งั้นเรามาพนันกัน… ถ้าฉันพาคุณเดินดูโลเคชั่นจริงแล้วพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า แปลนงี่เง่าของคุณมันใช้งานจริงในกองถ่ายไม่ได้ คุณต้องเป็นคนแก้แบบใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง… ภายในคืนนี้!” พิมพ์รตาหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง แต่ความมั่นใจในศักดิ์ศรีของสถาปนิกสาวทำให้เธอไม่มีวันถอย “แล้วถ้ามันใช้งานได้จริงล่ะคะ?” “ฉันจะยอมก้มหัวขอโทษคุณกลางกองถ่ายใหญ่ พร้อมเลี้ยงกาแฟคุณสามเดือนเต็ม!” ธนัชชายื่นข้อเสนอด้วยความมั่นใจเกินร้อย “ดีค่ะ… ดีมาก!” พิมพ์รตาแค่นหัวเราะในลำคอ ยื่นมือเรียวออกไปตรงหน้า “ดีลค่ะ ผู้กำกับจอมเผด็จการ” ธนัชชายื่นมือมาจับตอบสัมผัสนั้น ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่แตะกันโดยบังเอิญ กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านผิวสัมผัสจนธนัชชาต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเปิดฉากปะทะคารมรอบใหม่ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันโดยผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “คุณธันย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! สตูดิโอจำลองที่จัดไว้สำหรับเทสไฟเกิด… ไฟฟ้าลัดวงจร ทีมงานกำลังพยายามควบคุมเพลิงอยู่ค่ะ!” ธนัชชาหน้าถอดสีทันที เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ ลืมเรื่องการทะเลาะวิวาทเมื่อครู่ไปสนิท “ว่ายังไงนะ!” พิมพ์รตาผุดลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ก่อนที่สถาปนิกสาวจะทันได้คิดอะไร ธนัชชาก็ควחוมข้อมือของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด “ไปกับฉัน เดี๋ยวนี้!” ธนัชชาออกแรงดึงร่างบางให้วิ่งตามออกไปจากห้องประชุมทันที ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า… เพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุธรรมดา ————————— 🙏 กลิ่นลิลลี่สีขาวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 2 ด้วยกันนะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับกองถ่ายจอมจู้จี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%