“เซ็นเอกสารยอมรับความผิดนี้ซะลินิน แล้วไสหัวออกไปจากวงการแฟชั่นเสียดีๆ ก่อนที่ศิรินทร์จะตัดสินใจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากข้อหาขโมยผลงานดีไซน์จนเธอหมดตัว”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรังเกียจของชายคู่หมั้นผู้โง่เขลา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมสีขาวสะอาดตา ลินินก้มมองกระดาษเอกสารตรงหน้า พลันความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกซ้ายเมื่อห้านาทีก่อนค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอจำได้แม่นว่าตัวเองเพิ่งจะสิ้นลมหายใจท่ามกลางกองซากปรักหักพังของชีวิตและชื่อเสียงที่ถูกศิรินทร์ฉีกทึ้ง แต่ทว่า… กลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงและแรงกดดันจากสายตาเหยียดหยามพวกนี้ มันคือจุดเริ่มต้นของนรกที่เธอเคยผ่านมาก่อนเมื่อห้าปีก่อนไม่ใช่หรือ?
ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงเพราะความรักที่บิดเบี้ยว บัดนี้กลับพราวระยับราวกับเพชรน้ำงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยความแค้น เธอไม่ได้สั่นกลัวอย่างที่พวกเขาคาดหวัง ตรงกันข้าม มุมปากของเธอเริ่มยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ เป็นยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยียบจนคนในห้องต้องชะงัก
“ห้าปี... นานพอที่จะทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง” ลินินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ทรงพลังอย่างประหลาด
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณดังก้องขึ้นในสมอง ไม่ใช่เสียงจากเครื่องมือสื่อสารของใครในห้อง แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
[ระบบ 'Designer Queen' เริ่มต้นการทำงาน... ตรวจพบโฮสต์: ลินิน | สถานะ: ตื่นขึ้น | เป้าหมาย: ทวงบัลลังก์ดีไซเนอร์ระดับโลกและเหยียบย่ำผู้ทรยศให้จมดิน | ของขวัญต้อนรับ: กระเป๋าเงินดิจิทัลไร้ขีดจำกัดและระบบวิเคราะห์ดีไซน์ระดับตำนานพร้อมใช้งาน]
ลินินหรี่ตาลงมองหน้าต่างโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มีเพียงเธอคนเดียวที่มองเห็นมัน ระบบนี้คือโอกาสที่พระเจ้าหยิบยื่นให้หลังจากที่ทอดทิ้งเธอไปเมื่อชาติที่แล้ว
“ลินิน! ฉันพูดกับเธออยู่ เธอหูหนวกหรือไง?” ศิรินทร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นร้องไห้ น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร มือบางกุมมือคู่หมั้นของลินินไว้แน่น “ถ้าลินินไม่อยากเซ็น... ก็ไม่เป็นไรค่ะศิรินทร์ยอมถูกหาว่าเป็นคนขโมยไอเดียก็ได้ ศิรินทร์ไม่อยากเห็นลินินต้องลำบาก”
การแสดงละครน้ำเน่าที่แสนจอมปลอมนั่น... ลินินมองภาพนั้นด้วยความสมเพช แทนที่จะรู้สึกโกรธแค้นเหมือนที่เคยเป็น เธอกลับรู้สึกขบขันจนเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ” ลินินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเธอในวัยยี่สิบสี่ปีดูเปราะบางกว่าในอนาคต แต่จิตวิญญาณของเธอนั้นแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า เธอคว้าปากกาหมึกซึมด้ามหรูบนโต๊ะมาถือไว้ ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ... ไม่ใช่เพื่อเซ็นยอมรับความผิด แต่เป็นการขีดฆ่าชื่อตัวเองออกด้วยเส้นสายที่ดุดัน
“ฉันจะไม่เซ็นรับความผิดที่ไม่ได้ก่อ” เธอโยนปากกาทิ้งลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น “และนับจากวินาทีนี้ไป... แบรนด์เสื้อผ้าที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ จะไม่มีทางตกไปอยู่ในมือของคนไร้ความสามารถที่ต้องอาศัยการขโมยผลงานคนอื่นมาประดับบารมี”
“เธอว่าไงนะ!” ชายคู่หมั้นลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด “เธอคิดว่าเธอเป็นใครกันลินิน! ลำพังแค่ลำแข้งตัวเอง เธอจะไปหาเงินที่ไหนมาตั้งตัวได้ในโลกแฟชั่นที่มีแต่คนรุมกินโต๊ะเธอแบบนี้!”
ลินินก้าวเดินเข้าไปหาเขา ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว เธอเอื้อมมือไปปัดเศษฝุ่นบนสูทราคาแพงของเขาอย่างใจเย็น สายตาที่มองสบไปนั้นเรียบเฉยแต่ลุ่มลึกจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูด
“เงินน่ะหรือคะ?” ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เงินแก้ไม่ได้ ถ้าเงินยังแก้ไม่ได้ แปลว่าเงินยังไม่มากพอ”
เธอกดสมาร์ทโฟนของเธอเพียงไม่กี่ครั้ง ระบบ ‘Designer Queen’ แสดงยอดตัวเลขมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเธอราวกับเป็นเพียงเศษเงิน
ในขณะที่ทุกคนในห้องกำลังตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของลินิน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องประชุม ประตูบานคู่เปิดออกกว้างเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ใครๆ ในวงการธุรกิจต่างก็รู้จักดี—อคิน ประธานกลุ่มบริษัทลักชูรีผู้ทรงอิทธิพล
เขากวาดสายตามองคนในห้องก่อนจะหยุดลงที่ลินิน รอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความสนใจอย่างปิดไม่มิดปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน
“ถ้าเธอต้องการสปอนเซอร์ในการเปิดแบรนด์ใหม่” อคินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบ พร้อมกับหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่วงเงินไม่มีขีดจำกัดออกมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าลินิน “ฉันก็พร้อมจะลงทุน... ไม่ใช่แค่ในฐานะนักธุรกิจ แต่ในฐานะที่ฉันถูกใจ ‘ดีไซน์เนอร์’ ที่กล้าจะทำลายกรงขังของตัวเองคนนี้”
ศิรินทร์หน้าซีดเผือดเหมือนคนตาย ส่วนคู่หมั้นของลินินถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความตระหนกที่เห็นอคินมายืนอยู่ตรงนี้
ลินินหยิบบัตรสีดำใบนั้นขึ้นมาดู เธอมองไปที่อคินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันไปแสยะยิ้มให้ศิรินทร์ที่กำลังสั่นระริก
“ขอบคุณสำหรับคำเชิญนะคะคุณอคิน” ลินินหมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกไป แต่แล้วเธอก็หยุดกึกพร้อมกับกระซิบข้างหูศิรินทร์ “เตรียมตัวไว้ให้ดีนะศิรินทร์ เพราะสิ่งที่เธอขโมยไป... ฉันจะทวงคืนพร้อมดอกเบี้ยที่เธอไม่มีวันชดใช้ไหว”
ขณะที่ลินินก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับอคิน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้งพร้อมกับภารกิจแรกที่ต้องทำ... ทันใดนั้น เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำหรูที่จอดรออยู่บนดาดฟ้าอาคารก็เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงใบพัดที่หมุนวนสร้างแรงลมปะทะประตูระเบียงจนเปิดผางออก ทิ้งให้คนในห้องประชุมยืนนิ่งค้างดั่งรูปปั้น... นี่คือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องสั่นสะเทือน
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกุหลาบหนามเงินนะคะ บทต่อไปจะยิ่งเข้มข้นกว่านี้แน่นอนค่ะ!
ดีไซน์เนอร์มือทองขอทวงบัลลังก์คืนจากยัยนางเอกจอมปลอม•ตอนที่ 1
จุดจบของนางร้ายคือจุดเริ่มต้นของราชินี
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์มือทองขอทวงบัลลังก์คืนจากยัยนางเอกจอมปลอม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
