"เลิกทำหน้าเหมือนหมาหงอยโดนแย่งกระดูกสักทีได้ไหมริว งานปัจฉิมจะเริ่มอยู่แล้วนะเว้ย!"
เสียงกระซิบกระซาบปนเข่นเขี้ยวของมินนี่ดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือเล็กๆ ที่ฟาดเพี๊ยะลงบนต้นแขนของฉันอย่างหมั่นไส้เต็มแรง
ฉัน—หรือที่ทุกคนในสตรีมเรียกว่า 'ริวเซียนกวน' กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หลังเวทีหอประชุมใหญ่ของโรงเรียน ในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่ถูกจัดระเบียบจนเรียบร้อยผิดหูผิดตา ผิดกับลุคสตรีมเมอร์หัวยุ่งที่นั่งเล่นเกมโต้รุ่งจนขอบตาดำเป็นแพนด้าในทุกๆ คืน แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้เสื้อผ้าจะเนี๊ยบแค่ไหน หัวใจข้างในอกซ้ายตอนนี้มันกลับเต้นรัวยิ่งกว่าตอนลงแทงก์แรงก์โกลด์แล้วเจอโปรแกรมช่วยเล่นเสียอีก
เหตุผลน่ะเหรอ... ก็เพราะสายตาของใครบางคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตรน่ะสิ
ธันวา... ประธานนักเรียนผู้สมบูรณ์แบบในชุดสูทพิธีการเรียบร้อย เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตขึ้นอย่างเป็นระเบียบเผยให้เห็นกรอบหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นสัน รอยยิ้มสุภาพที่เขากำลังส่งให้คุณครูและรุ่นน้องที่เดินเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยนั้นช่างดูเจิดจ้าเสียจนฉันเผลอยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองป้อยๆ
ให้ตายเถอะ รอยยิ้มแบบนั้น... รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อกวนประสาทฉันคนเดียวเหมือนทุกที มันช่างน่าหมั่นไส้แล้วก็ช่างใจหายในเวลาเดียวกัน
เราเดินทางมาถึงตรงนี้ได้ยังไงนะ จากเด็กเนิร์ดเจ้าระเบียบที่มองหน้ากันทีไรเป็นต้องเปิดศึกฝีปากใส่กันทุกรอบ จนกลายมาเป็นคนที่... ยืนอยู่ข้างกันในวันสุดท้ายของการใส่ชุดนักเรียน
[Ryux_Official: ใจเย็นไอ้ริว มึงแค่มองหน้าเขาไม่ได้แปลว่าจะโดนเขาสั่งหักคะแนนความประพฤติซะหน่อย]
แชตทิพย์ในหัวของฉันมันเด้งรัวยิ่งกว่าแจ้งเตือนโดเนイトตอนสตรีมแตกแตน มือเรียวควโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยความเคยชิน นิ้วเรียวกดเข้าแอปพลิเคชันสีเขียวที่คุ้นเคยเพื่อระบายความอึดอัดที่สุมอก
**ริวเองจ้า:** นี่ท่านประธาน... ถ้าทำหน้าหล่อแจกเรื้อนใส่คนอื่นแบบนี้อีกที ฉันจะไปแฮกเว็บสภานักเรียนแล้วเปลี่ยนชื่อนายเป็น 'ธันวาดุ๊กดิ๊ก' จริงๆ ด้วยนะ
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคนตรงข้ามดังขึ้นเบาๆ ธันวาชะงักไปเล็กน้อย เขากวาดสายตาหาตัวการก่อนจะหันมาสบตากับฉันที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมเสา ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะพิมพ์ตอบกลับมาแทบจะทันที
**T.Thanwa:** ว่าMงเหงาเหรอ ถึงได้ส่งข้อความมาหาทั้งที่ยืนห่างกันแค่นี้เองเนี่ย หื้ม?
**ริวเองจ้า:** ใครเหงา! พูดจาเพ้อเจ้อนะนายเนี่ย ฉันแค่จะเตือนว่าเนคไทนายเบี้ยวต่างหากเล่า!
**T.Thanwa:** อ๋อเหรอ... ไหนล่ะที่เบี้ยว มาแก้ให้หน่อยสิครับ 'แฟน' ตัวแสบ
ให้ตายเถอะ! คำว่า 'แฟน' ที่ถูกพิมพ์ส่งมาหน้าตาเฉยแบบนั้นทำเอาความร้อนพุ่งพรวดขึ้นมาตีรวนที่พวงแก้มจนต้องรีบยกมือขึ้นกุมไว้ ประโยคสตรีมกวนๆ ที่เคยใช้บลัฟคนอื่นนับร้อยนับพันหายเกลี้ยง สมองอื้ออึงราวกับโดนสกิลอัลติเมทของซัพพอร์ตสายใบ้เข้าเต็มเปัก
นี่เราคบกันมาได้ยังไงนะ?
ย้อนกลับไปในคืนที่ฝนตกหนักหน่วง เสียงคีย์บอร์ดที่รัวกระทบกันในห้องสตรีมมืดๆ กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพเกมแนวเอา1ชีวิตรอด วันนั้นธันวาบุกมาเคาะประตูห้องเช่าของฉันด้วยสภาพเปียกปอนเหมือนลูกแมวตกน้ำ ดวงตาสอบที่เคยนิ่งสงบกลับแดงก่ำด้วยพิษไข้และความเครียดจากการแบกความคาดหวังของครอบครัวไว้บนบ่า
วันนั้น... เด็กหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ในสายตาคนอื่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนโซฟาห้องฉันเหมือนเด็กน้อยหลงทาง และเป็นฉันเอง... คนที่ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย ที่เดินเข้าไปสวมกอดร่างชื้นฝนนั้นไว้ พร้อมกับเอ่ยคำพูดโง่ๆ ออกไปว่า
*“ถ้าที่บ้านมันน่าเบนัก ก็มาอยู่ในเซฟโซนของฉันนี่... ฉันยกตำแหน่งแฟนให้นายคนเดียวเลยเอ้า!”*
คิดแล้วก็อยากจะเอาหัวโขกเสาปูนจริงๆ ใครจะไปคิดว่าไอ้คำพูดประชดประชันแก้เขินวันนั้น ธันวาจะดันจำฝังใจแล้วเอาจริงเอาจังจนกลายเป็นความสัมพันธ์จริงจังในปัจจุบันนี้ซะได้!
"ริว! ถึงคิวแกขึ้นไปรับใบประกาศเกียรติคุณด้านกิจกรรมแล้วเว้ย มัวเหม่ออะไรอยู่ได้!"
เสียงกระซิบกระชากวิญญาณของมินนี่ปลุกฉันให้หลุดจากภวังค์ ฉันสะดุ้งสุดตัว กวาดสายตากลับมามองรอบตัวอีกครั้ง พบว่าเพื่อนร่วมชั้นกำลังส่งเสียงเชียร์และดันหลังฉันให้ก้าวเดินออกไปบนเวทีอันเจิดจ้า
แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาจนแสบตา ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของเพื่อนๆ และคุณครู ฉันก้าวขาเดินขึ้นไปรับใบกระดาษแข็งสีครีมจากมืออาจารย์ใหญ่ด้วยความเก้ๆ กังๆ พยายามรักษาฟอร์มสตรีมเมอร์ผู้ไม่เคยกลัวใครให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด แต่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นโครมครามเพราะสายตาคู่หนึ่งที่มองตรงมาจากแถวหน้าสุดของเวที
ธันวากำลังมองมา... สายตานั้นไม่ได้มีความเยาะเยิ้มกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความอ่อนโยน และความลึกซึ้งที่ทำเอาขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เด็กหนุ่มผู้แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าคนนั้น ตอนนี้กำลังเติบโตขึ้นไปพร้อมกับฉันจริงๆ สินะ
พิธีการดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย—ช่วงเวลาอิสระหลังพิธีการเลิกรา เสียงเพลงอำลาโรงเรียนดังคลอไปทั่วบริเวณ ลานอเนกประสงค์เต็มไปด้วยนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายที่กำลังเขียนคำอำลากันบนเสื้อนักเรียนด้วยปากกาเมจิกสีสันสดใส
ฉันยืนถือปากกาเมจิกสีดำในมือด้วยความรู้สึกแปลกๆ กำลังจะหันไปหามินนี่เพื่อหาเรื่องแกล้งตามประสา แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว ร่างสูงโปรดของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเสียก่อน
ธันวายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาแตะจมูก เขายื่นปากกาเมจิกสีน้ำเงินเข้มในมือของตัวเองมาตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์นิดๆ แบบที่ฉันคุ้นเคย
"ไหนล่ะ... คนที่บอกว่าจะเขียนคำอวยพรซึ้งๆ ให้ประธานนักเรียนคนนี้ก่อนจบการศึกษา ไม่ใช่ว่าแอบเอาไปนินทาอะไรใส่เสื้อฉันหรอกนะ" ธันวาเอ่ยแซوة น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น
"ใครจะไปนินทากันเล่า! นายต่างหากที่ต้องระวังตัวไว้ ประธานจอมเป๊ะ เดี๋ยวฉันจะเขียนคำว่า 'ทาสแมว' ไว้กลางหลังนายซะเลยนี่!" ฉันแกล้งทำเป็นแยกเขี้ยวขู่ใส่ แต่ยอมยื่นแผ่นหลังให้เขาเขียนตามระเบียบ
ธันวาหัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มนั้นดังอยู่ใกล้เสียจนหัวใจฉันกระตุกวูบ มือเรียวอุ่นจัดของเขาวางทาบลงบนไหล่เบาๆ เพื่อพยุงไม่ให้ฉันขยับหนี ก่อนที่ปลายปากกาจะเริ่มจรดลงบนเนื้อผ้าด้านหลังของเสื้อนักเรียน
สัมผัสแผ่วเบาที่ลากผ่านแผ่นหลังทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ทุกตัวอักษรที่เขากำลังบรรจงเขียนมันเหมือนกำลังสลักความรู้สึกบางอย่างลงไปในหัวใจของฉันด้วยเช่นกัน
"เสร็จแล้วครับ... ห้ามแอบแกะดูเด็ดขาดนะ จนกว่าจะกลับถึงห้อง" ธันวาผละออกพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อะไรเนี่ย! ไหนเอามาดูซิ ห้ามโกงนะ!" ฉันหันขวับไปหมายจะคว้าเสื้อเขาคืน แต่ธันวาไวกว่า เขารวบมือทั้งสองข้างของฉันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็คว้าเอวฉันเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ที่เริ่มหันมามองแซวกันระนาว
"เฮ้ย! ธันวา! นี่มันกลางลานโรงเรียนนะเว้ย ประธานนักเรียนภาพลักษณ์พังหมดแล้วมั้ง!" ฉันโวยวายหน้าแดงก่ำ พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายออกแต่ก็สู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้เลยสักนิด
"พังอะไรกัน... ผมกำลังแสดงความรับผิดชอบในฐานะแฟนต่างหากล่าย" ธันวาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจแกล้งให้ฉันสติหลุด "จำได้ไหม... ที่เคยบอกว่าถ้าเรียนจบแล้ว เราจะทำตามสัญญาที่เคยตกลงกันไว้"
คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงัก ประโยคที่เคยพูดเล่นในสตรีมวันนั้นลอยกลับเข้ามาในหัว—*‘ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันเมื่อไหร่ ฉันจะยอมสตรีมเปิดหน้าสดแล้วบอกรักนายออกไมโครโฟนเลยเอ้า!’*
ให้ตายเถอะ... นั่นมันโปรเจกต์เดิมพันชีวิตของสตรีมเมอร์สายปั่นนะ!
"ใครเขาจะไปทำตามสัญญาบ้าๆ แบบนั้นกันเล่า! นายมันขี้โกง!" ฉันโวยวายหน้าแดงแจ๋ ซ่อนใบ้าร้อนผ่าวไว้กับอกเสื้อของอีกฝ่าย
ธันวาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี อ้อมแขนที่โอบกอดไว้กระชับแน่นขึ้น อุณหภูมิจากร่างกายของเขาถ่ายทอดความอบอุ่นเข้ามาจนความกลัวและปมในใจที่ฉันเคยมีมันมลายหายไปจนหมดสิ้น โลกใบนี้อาจจะกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความคาดหวังที่น่าอึดอัด แต่การได้มีผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ข้างๆ ในทุกย่างก้าวของการเติบโต มันทำให้ฉันรู้ว่า... ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเจออุปสรรคอะไร ฉันก็จะไม่ต้องเล่นเกมนี้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว
"ไม่ต้องเปิดหน้าสดในสตรีมหรอกครับ..." ธันวาผละออกนิดหน่อย ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบา ดวงตาสอบคู่นั้นมองตรงเข้ามาในตาฉันด้วยความจริงจังที่หาได้ยาก "แค่อยู่ข้างๆ กันแบบนี้... ในฐานะ 'แฟน' ของผมไปตลอดก็พอแล้ว"
รอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของธันวาปรากฏขึ้นตรงหน้า และนั่นคือบอสตัวสุดท้ายที่ทำให้ 'ริวเซียนกวน' คนนี้ ยอมแพ้ราบคาบอย่างเต็มใจ
"อื้อ... รู้แล้วน่า นายห้ามเบี้ยวก็แล้วกัน" ฉันพึมพำตอบรับเบาๆ ซ่อนรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบปีไว้ใต้ร่มเงาของวันฟ้าใส
เรื่องราวของเราสองคนไม่ได้จบลงเหมือนในนิทานที่ปิดฉากลงด้วยคำว่า 'และแล้วทั้งคู่ก็มีความสุขกันชั่ว นิรันดร์' แต่มันคือจุดเริ่มต้นจริงจัง... จุดเริ่มต้นของเด็กหนุ่มสองคนที่เติบโตขึ้น เรียนรู้ที่จะรัก และพร้อมจะก้าวเดินไปสู่อีกบทAนหนึ่งของชีวิตด้วยกัน
ในฐานะ... แฟนตัวจริงเสียงจริงของกันและกัน
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักป่วนๆ ของเด็กแสบทั้งสองคนนี้นะคะ!
เซียนเกมเมอร์ตัวดีกับนายสภานักเรียนจอมเป๊ะ•ตอนที่ 30
เริ่มใหม่ในฐานะแฟน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวดีกับนายสภานักเรียนจอมเป๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!