เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสันหนาที่ตกลงกระทบพื้นห้องประชุมกระจกใสเงาวับ ดังสะท้อนก้องกังวานจนผู้ช่วยทนายความหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ธีธัชไม่ได้ใส่ใจเสียงรอบข้าง สายตาคมกริบราวกับใบมีดของเขาจดจ้องนิ่งอยู่ที่หน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย ตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำสนิทที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อสัญญาทางกฎหมายอีกต่อไป แต่มันคือกับดัก... กับดักที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตโดยฝีมือใครบางคน ที่ไม'ใช่แค่ต้องการชนะคดีหย่าร้าง แต่ต้องการถอนรากถอนโคนชื่อเสียงและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความของเขาให้พินาศย่อยยับ
"คุณธีธัชคะ... เอกสารชุดนี้จากทางสำนักงานตรวจสอบบัญชี ถูกส่งมาเพิ่มเติมเมื่อสิบนาทีที่แล้วค่ะ" เสียงสั่นเครือของผู้ช่วยสาวดังขึ้น พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองที่ถูกวางไว้ริมโต๊ะ
ธีธัชไม่แม้แต่จะชายตามองซองนั้น สันกรามของเขากดเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ความเยือกเย็นและมาดมั่นที่เคยเป็นเกราะกำบังให้เขาผงาดคفةอยู่ในวงการกฎหมายมาหลายปี บัดนี้เริ่มสั่นคลอนด้วยความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัด คดีที่เขามั่นใจมาตลอดว่าเป็นเพียงเกมการฟ้องร้องทรัพย์สินหลังการหย่าทั่วๆ ไป กลับถูกเบี่ยงเบนทิศทางอย่างแนบเนียน กลายเป็นการสืบสวนคดีฉ้อโกงและการยักยอกเงินทุนนอกระบบ และที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้น... ชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทนอมินีที่เป็นต้นตอของเส้นทางการเงินสีเทานั้น กลับมีชื่อของ "ธีธัช" ปรากฏอยู่ร่วมด้วยในฐานะผู้ลงนามอนุมัติเมื่อสามปีก่อน
ช่วงเวลาที่เขากับรินรดาเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ช่วงเวลาที่เขาอ้างว่ายุ่งกับงานจนไม่มีเวลาให้ภรรยา แต่แท้จริงแล้ว... เอกสารชุดนั้นถูกแอบอ้าง ลายมือชื่อของเขาถูกปลอมแปลง หรือเขาเองที่เป็นคนเซ็นมันลงไปอย่างไร้ความระมัดระวังท่ามกลางกองเอกสารนับร้อยที่ภรรยาผู้แสนเรียบร้อยจัดเตรียมมาให้เซ็นในแต่ละคืน?
ความคิดนั้นทำให้หัวใจของทนายความหนุ่มกระตุกวาบ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง รินรดา... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน เป็นภรรยาที่ก้มหน้ายอมรับความเย็นชาของเขาโดยไม่เคยปริปากบ่น ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีด้วยความเพิกเฉย บัดนี้เธอกลับกลายเป็นผู้ควบคุมหมากกระดานนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการช่วยเหลือของพศิน นักธุรกิจคู่แข่งผู้กระหายการแก้แค้นไม่แพ้กัน
ประตูกระจกห้องประชุมถูกผลักเปิดออกช้าๆ รินรดาก้าวเข้ามาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ท่าทางของเธอสง่างาม เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจมองข้ามได้เหมือนอดีต ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความเจ็บปวดหรือความน้อยเนื้อต่ำใจที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาและเฉียบคมยิ่งกว่าสายตาของเขาเสียอีก
"เอกสารหน้าตาคุ้นๆ นะคะ คุณธีธัช" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รื่นหูแต่น่าขนลุก เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ วางกระเป๋าหนังราคาแพงลงเบาๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแฟ้มคดีฉ้อโกงที่เขากำลังกำมันจนยับยู่ยี่
"คุณกำลังทำอะไร รินรดา" เสียงของธีธัชแหบพร่า แต่น่าเกรงขาม "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เกมนี้มันไม่ได้ทำให้คุณได้เงินหรืออิสรภาพ แต่มันกำลังจะทำลายทุกอย่าง... แม้แต่ตัวคุณเอง"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสะใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะนาสิก
"ทำลายฉันอย่างนั้นหรือคะ? คุณธีธัชคะ คนเราถ้าตายไปแล้วครั้งหนึ่ง จะมีความกลัวอะไรเหลืออีก การที่ฉันต้องทนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ไม่มีหัวใจของคุณ เป็นภรรยาที่ไร้ตัวตนในสายตาคุณ นั่นต่างหากคือการทำลายที่แท้จริง... สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่คุณเคยฝังไว้ในใจฉันเท่านั้นเอง"
คำพูดแต่ละคำบาดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อหัวใจของชายหนุ่ม ธีธัชรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เขาอยากจะปฏิเสธ อยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะดึงเธอเข้ามารั้งอ้อมกอดเหมือนวันเก่า แต่ทิฐิและสถานะทางกฎหมายที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ทำให้ริมฝีปากของเขาชาดิกจนเปล่งเสียงไม่ออก
"เส้นตายของอัยการคืออีกสามวันนะคะ" รินรดาผละตัวออกไปยืนตรง สีหน้าเรียบเฉยไร้ความปรานี "ถ้าหลักฐานเส้นทางการเงินนี้ถูกส่งต่อไปยังศาลอาญา ข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินจะทำให้ทนายความมือหนึ่งอย่างคุณ... ไม่เหลือแม้แต่สิทธิ์ที่จะใส่ชุดครุยยืนว่าความในศาลอีกตลอดชีวิต"
"ริน..." เขาเอ่ยชื่อเธอได้เพียงแค่นั้น มือหนาที่เคยจับปากกาเซ็นคดีมานักต่อนัก บัดนี้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเลยค่ะ มันน่าสมเพช" รินรดากล่าวตัดบทอย่างไร้เยื่อใย "เตรียมตัวรับหมายศาลในฐานะ 'จำเลย' ได้เลยนะคะ คุณอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ"
เธอกลับหลังหันอย่างไร้ความลังเล เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะมั่นคง มุ่งตรงไปยังประตูห้อง โดยไม่หันกลับมามองสายตาที่แตกสลายของคนที่นั่งอยู่เบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย
ธีธัชทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง ช่องว่างของกฎหมายที่เขาเคยใช้เป็นเครื่องมือเอาเปรียบผู้อื่นมาตลอดชีวิต บัดนี้กำลังอ้าปากกว้างเพื่อกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาพร้อมรูปถ่ายหนึ่งใบ
เมื่อธีธัชก้มลงมองภาพบนหน้าจอ ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึกในทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ภาพถ่ายเด็กชายวัยประมาณสามขวบ... เด็กน้อยที่มีดวงตากลมโตและสันกรามถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนอยู่ข้างกายพศินที่ก้มลงยิ้มให้อย่างสนิทสนม และที่มุมขวาล่างของภาพ มีข้อความพิมพ์ไว้ว่า: *"เด็กคนนี้... ลูกของคุณใช่ไหมล่ะครับ ทนายธีธัช?"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 13
ช่องว่างของกฎหมาย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!