กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 16

ข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"หมึกพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ยังชุ่มฉ่ำเสียยิ่งกว่าความจริงใจของพวกท่านเสียอีกนะครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นของคุณศิลา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรองพิเศษของร้าน ‘ริน’ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นจากหนังสือพิมพ์รายวันหัวสีชื่อดัง ขอบกระดาษแผ่นนั้นสะาดตาพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งด้วยตัวอักษรสีแดงฉานขนาดใหญ่: *‘ปาฏิหาริย์แห่งรสชาติ: เปิดวาร์ปขุมทรัพย์ลับ ‘แกงเขียวหวานเนื้อโคขุนย่างโบราณ’ ฝีมือเชฟลึกลับที่แม้แต่นักชิมระดับมิชลินยังต้องก้มหัวคำนับ’* บรรยากาศในร้านเช้าวันนี้ไม่ได้สงบเงียบเหมือนวันวาน เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าประตูแทบจะไม่หยุดสั่น ลูกค้ากลุ่มใหญ่ยืนออกันแน่นขนัดจนล้นทะลักออกไปถึงฟุตบาทด้านนอก หลายคนชูหนังสือพิมพ์ในมือพร้อมกับส่งเสียงเรียกหาเมนูในตำนานที่ถูกตีแผ่ผ่านคอลัมน์อาหารชื่อดัง รินยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวเปิด ผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตาผูกทับเสื้อเชิ้ตลินินสีขาว ดวงตากลมโตมองภาพความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมวัตถุดิบตั้งแต่ตีสามถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ บทวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เขียนขึ้นโดย ‘คุณชay’ คอลัมนิสต์ปากกาเพชรผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและตรงไปตรงมา แต่เขากลับมอบคะแนนเต็มสิบให้แก่ร้านเล็กๆ ของเธออย่างไร้ข้อกังขา "ผมบอกคุณแล้วอย่างไรครับว่า รสชาติฝีมือภรรยาผมไม่มีทางเป็นแค่ความลับซ่อนเร้นในตรอกแคบๆ ไปได้ตลอดหรอก" คุณศิลาก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบาง วงแขนแข็งแรงโอบเอวคอดกิ่วไว้หลวมๆ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับหอมกรุ่นอย่างถือวิสาสะ ท่าทีแสนตามใจและสายตาที่พราวระยับด้วยความภาคภูมิใจนั้น ทำให้รินต้องแอบหยิกเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งด้วยความหมั่นไส้ "คุณเป็นคนจัดการเรื่องคอลัมนิสต์คนนี้ใช่ไหมครับ คุณศิลา" รินกระซิบถามเสียงลอดไรฟัน "ผมเพียงแค่ทำหน้าที่สามีที่ดี ที่คอยเปิดทางให้เพชรเม็ดงามได้เปล่งประกายสู่สายตาชาวโลกก็เท่านั้นเองครับ" คุณศิลาตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากของเขาน่าหมั่นไส้เสียจนรินอยากจะฟาดยิวไม้พายใส่สักที แต่ก่อนที่บทสนทนารสชาติหวานอมเปรี้ยวระหว่างสามีภรรยาจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญและเธอไม่ได้พบหน้ามานานแรมปี ป้าสำเนียง และ น้าประภา ก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนกปนละโมบ ในมือของป้าสำเนียงถือหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันนั้นยับยู่ยี่จากการกำแน่น ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบร้านที่เนืองแน่นไปด้วยลูกค้ากระเป๋าหนัก ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของริน "ริน! นังรินตัวดี!" เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียงแผดขึ้นทำลายความเงียบ "แกดังใหญ่แล้วนะ! ร้านรวยอู้ฟู่ขนาดนี้ ทำไมไม่ส่งเงินไปให้ทางบ้านบ้างวะ! ลืมบุญคุณข้าวแดงแกงอิ่มที่กูเคยเลี้ยงมาแล้วหรือไง!" เสียงฮือฮาภายในร้านเงียบลงทันที ลูกค้าหลายคนหันมามองด้วยสายตำหนิ ขณะที่บอดี้าร์ดชุดสูทสากลสองคนที่คุณศิลาจ้างมาคอยดูแลความปลอดภัย ขยับตัวเข้ามาขวางกั้นคนทั้งสองไว้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง รินสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง แววตาที่เคยมีความลังเลในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยว เธอถอดผ้ากันเปื้อนออกช้าๆ วางพาดไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะก้าวเดินออกมาเผชิญหน้ากับญาติผู้หิวเงินคู่นี้ด้วยท่าทีสง่างาม "บุญคุณข้าวแดงแกงอิ่มที่ท่านว่า..." รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ป้าสำเนียงชะงัก "ฉันทดแทนคืนให้หมดตั้งแต่ตอนที่พวกท่านมาพังประตูบ้านเพื่อขนเครื่องเพชรแม่ฉันไปแล้วครับ ถ้าจำไม่ได้ เดี๋ยวฉันให้ทนายความส่วนตัวของคุณศิลาเอาบัญชีการโอนเงินชดใช้หนี้ก้อนนั้นมาให้ดูอีกรอบดีไหมครับ" "นัง... นังเนรคุณ!" น้าประภาหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "แกมีผัวรวยคอยหนุนหลังแล้วทำเป็นปีกกล้าขาแข็งเหรอ แกจำไว้เลยนะ สิทธิ์ในสูตรอาหารของแม่แก ครึ่งหนึ่งต้องเป็นของตระกูลเรา!" "สิทธิ์เหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้น คุณศิลาก้าวออกมายืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีความกดดันจนคนฟังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนปกเสื้ออย่างไร้ความแยแส ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อด้านใน "ในฐานะสามีและผู้ถือหุ้นใหญ่ของร้านอาหารแห่งนี้ ผมได้ให้ทนายความตรวจสอบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินและสูตรอาหารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างถูกโอนสิทธิ์เป็นมรดกตกทอดแก่คุณรินแต่เพียงผู้เดียวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าพวกคุณยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ธุรกิจของผม..." คุณศิลาเว้นจังหวะ ปรายตามองด้วยแววตาดุจดั่งพญาเสือที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "...ผมคงต้องใช้กฎหมายข้อหาบุกรุกและหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหายสักแปดหลัก เพื่อให้พวกคุณได้กลับไปคิดทบทวนดูว่า เวลาที่เหลือในชีวิตควรเอาไปทำมาหากินเอง หรือควรไปนอนในห้องขังดีครับ" ความเงียบสงบแผ่ซ่านไปทั่วร้าน ป้าสำเนียงหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ก่อนจะดึงแขนน้าประภาให้ถอยกรูดออกไปจากร้านอย่างลนลาน ท่ามกลางเสียงหัวingเบาๆ ของลูกค้าที่หมั่นไส้ความโลภของคนทั้งคู่ เหตุการณ์ความวุ่นวายสงบลงในเวลาอันรวดเร็ว ลูกค้ากลับมาเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าต่อ รินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองสามีที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี "คุณนี่นะ... เล่นใหญ่ตลอดเลยนะครับ" รินเอ่ยพึมพำ "เพื่อความสุขของภรรยาและอนาคตของร้านเรา ผมทำได้มากกว่านี้อีกเยอะครับ" คุณศิลายิ้มกริ่ม ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเมนูอาหารเล่มใหม่ที่เพิ่งร่างเสร็จ "ว่าแต่วันนี้ ฉลองรางวัลหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ด้วยเมนูพิเศษอะไรดีครับ เชฟริน?" รินยิ้มรับ ดวงตาทอประกายระยิบระยับ เธอหยิบกระดาษจดรายการอาหารขึ้นมาจรดปากกาเขียนชื่อเมนูเด็ดที่หมักเครื่องเทศข้ามคืน พร้อมส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนไปทั่วห้องครัว... ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความอบอุ่น เสียงโทรศัพท์มือถือบนเคาน์เตอร์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รินหยิบขึ้นมาดู ปลายสายเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย เธอกดรับและแนบหูฟัง น้ำเสียงสั่นเครือและร้อนรนของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่งผ่านมาตามสาย: *"เชฟรินครับแย่แล้ว! วัตถุดิบเนื้อโคขุนล็อตพรีเมียมทั้งหมดที่เราสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ... ถูกสกัดกั้นและถูกยกเลิกคำสั่งซื้อกะทันหันที่ท่าเรือแล้วครับ! มีคนใช้อำนาจมืดระดับสูงสั่งอายัดไว้ทั้งหมด... พวกเขาบอกว่า... ห้ามไม่ให้สินค้าล็อตนี้มาถึงมือเชฟเด็ดขาดครับ!"* สมองของรินขาวโพลนในชั่วพริบตา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคุณศิลา เธอกลับพบว่าใบหน้าคมคายของสามีที่เคยอบอุ่นและตามใจเธอมาตลอด บัดนี้กลับเรียบเฉย เยียบเย็น และมีประกายแสงบางอย่างวาดผ่านดวงตาคู่นั้น... ประกายแสงของผู้ชายที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ภายใต้รอยยิ้ม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%