เสียงแก้วเซรามิกกระแทกลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งดัง “เพล้ง!” สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงเล็กๆ ของร้านอาหาร “รินรส” กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวมานานกว่าแปดชั่วโมงยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ทว่าบรรยากาศในยามนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
“พวกคุณทำกันแบบนี้ได้อย่างไร! ลูกชายฉันกินบะหมี่หมูแดงตุ๋นยาจีนที่ร้านนี้ไปแค่ครึ่งชาม กลับถึงบ้านก็อาเจียนออกมาไม่หยุด ตัวเขียวคล้ำจนต้องหามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน!”
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ตระกูลหลินดังแผดขึ้นทำลายความเงียบ นางยืนเท้าสะเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสอดส่ายมองไปรอบร้านที่มีลูกค้าช่วงหัวค่ำนั่งอยู่ประปราย หลายคนเริ่มวางตะเกียบลงและหันมามองด้วยความตกใจ ขณะที่ลุงผู้เป็นสามีพยักหน้ารับสมทบ ทำทีเป็นกุมขมับด้วยความทุกข์ระทมอย่างเสแสร้ง
รินยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างของเด็กชายวัยสิบขวบที่ถูกอุ้มเข้ามาในร้านโดยญาติหิวเงินกลุ่มนี้ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบทำหน้าตาซีดเซียวเกินจริง มีคราบน้ำตาลสีแดงคล้ายน้ำเชื่อมติดอยู่มุมปากเล็กน้อย ซึ่งรินรู้ดีทันทีว่ามันคือร่องรอยของลูกอมราคาถูก ไม่ใช่อาการอาหารเป็นพิษจากหมูแดงตุ๋นที่เขาเป็นคนลงมือปรุงด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน
“อาหารเป็นพิษ?” รินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมหนาวที่ทำเอาคนฟังชะงัก “ป้าสะใภ้ครับ ลูกพี่ลูกน้องอายุสิบขวบแล้วนะครับ ไม่ใช่เด็กแบเบาะที่จะแยกแยะไม่ออกว่าอาการปวดท้องเพราะกินของดิบเน่าเสีย หรือเพราะแอบอมลูกอมเคมีในกระเป๋าเสื้อจนหมดแผงก่อนมาก่อกวนร้านผม”
“นี่แก! ยังมีหน้ามาปฏิเสธอีกเหรอ! หลักฐานคาตาอยู่ขนาดนี้ แกคิดจะปัดความรับผิดชอบใช่ไหม ร้านชั้นต่ำของแกมันใช้วัตถุดิบเน่าเสียมาขายหลอกลวงชาวบ้าน วันนี้ถ้าแกไม่จ่ายค่าทำขวัญมาห้าหมื่นหยวน ฉันจะไปแจ้งความปิดร้านแกให้เจ๊งกันไปข้างหนึ่งเลย!” ป้าสะใภ้ตบโต๊ะเสียงดังลั่น พร้อมกับชี้หน้าเชฟหนุ่มด้วยความเคียดแค้น
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองออกไปนอกกระจกหน้าร้าน ท่ามกลางเงาสลัวของยามค่ำคืนในยุค 80 ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง รถยนต์สีดำเงาคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ศิลานั่งอยู่ภายในนั้น นัยน์ตาคมกริบหลังกระจกใสทอดมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความนิ่งสงบ ทว่ารังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวสามีสายเปย์ผู้นี้กลับทำให้รินรู้ดีว่า... อีกฝ่ายกำลังรอสัญญาณจากเขาเท่านั้น
รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของเครื่องเทศและซีอิ๊วหมักบ่มโบราณยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก สติสัมปชัญญะของเขาไม่ได้ถูกครอบงำด้วยความโกรธ หากแต่กลับแจ่มชัดยิ่งกว่าเดิมในยามที่ต้องรับมือกับพวกเหลือขอที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ
“อยากได้เงินห้าหมื่นหยวนเหรอครับ?” รินขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “งั้นเรามาพิสูจน์กันให้ชัดเจนดีกว่าว่า บะหมี่ในชามที่ลูกชายป้ากินเข้าไป มีสารพิษจริง หรือเป็นเพราะปากของพวกป้าที่เน่าเฟะจนสร้างเรื่องโกหกกันแน่”
ในจังหวะนั้นเอง ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดกรูเข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคุณศิลาที่ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น รองเท้าหนังขัดเงาส่งเสียงกระทบพื้นหินขัดอย่างเป็นจังหวะ ทุกสายตาในร้านหันไปมองบุรุษผู้มาใหม่โดยอัตโนมัติ รัศมีความเป็นผู้นำและอำนาจเงียบที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ป้าสะใภ้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ศิลาไม่ได้เหลือบแลญาติจอมปลอมเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขาก้าวตรงมาหาริน วางมือหนาลงบนไหล่บางเบาๆ เป็นการสัมผัสที่ให้ความอบอุ่นและหนักแน่น ราวกับจะบอกว่า *“ทำตามใจคุณเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง”*
“เรียกเจ้าหน้าที่อนามัยเขต และตำรวจประจำสถานีมาที่นี่ซะ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวาน ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ผมต้องการให้มีการตรวจสอบวัตถุดิบทุกชิ้นในร้านนี้ รวมถึงล้างท้องตรวจสารพิษเด็กคนนี้อย่างละเอียด ถ้าพบว่าไม่มีสารพิษจากอาหารของร้านนี้แม้แต่นิดเดียว... ข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะทำให้ตระกูลของพวกคุณได้ไปนอนกอดลูกกรงจนลืมทางกลับบ้านอย่างแน่นอน”
สีหน้าของป้าสะใภ้และสามีเปลี่ยนเป็นซีดขาวทันที ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาดุจพญาอินทรีย์ของคุณศิลา
“คุณ... คุณขู่ฉันเหรอ! พวกเราเป็นญาติกันนะ!” ป้าสะใภ้แผדเสียงหลบความกลัว
“ญาติ?” รินหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมา พร้อมกับถือถาดไม้ที่วางกาน้ำชาสมุนไพรล้างพิษสูตรพิเศษของร้านไว้ “ตอนที่พวกคุณพยายามเอาหินมาถ่วงขาผมในอดีต พวกคุณไม่เคยคิดว่าเราเป็นญาติ แต่วันนี้พอร้านผมขายดีและกำลังจะยกระดับเป็นร้านอาหารระดับประเทศ คุณกลับวิ่งโร่มาขู่กรรโชก น่าขันเสียจริงนะครับ”
รินเดินตรงเข้าไปใกล้เด็กชายที่แกล้งทำเป็นนอนซบไหล่ญาติ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง สายตาคมกริบมองสำรวจคราบสีแดงที่มุมปากของเด็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดเบาๆ
“เด็กน้อย... ลูกอมสีแดงกลิ่นสตรอเบอร์รี่เคมีที่เธออมอยู่เนี่ย ถ้ากินเข้าไปเกินสิบเม็ดในเวลาสั้นๆ มันจะทำให้ปวดท้องคลื่นไส้ได้เหมือนกันนะ” รินกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับสะท้อนประกายบางอย่างที่ทำให้เด็กชายสะดุ้งโหยงจนเผลอคายเศษลูกอมชิ้นเล็กๆ ออกมาจากปากต่อหน้าทุกคน!
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากลูกค้าในร้าน ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ป้าสะใภ้หน้าถอดสี อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและตระกูลจอมปลอมจะต้องจำนนต่อหลักฐานนั้นเอง ประตูร้านด้านหลังที่เชื่อมต่อกับห้องครัวก็ส่งเสียง “เอี๊ยด” เบาๆ
กลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมู หรือกลิ่นเครื่องเทศยาจีน กลับลอยโชยออกมาจากความมืดมิดของห้องครัว... มันเป็นกลิ่นหอมหวานเย้ายวนราวกับดอกไม้ป่าที่อาบยาพิษ แต่ในขณะเดียวกันก็เจือด้วยกลิ่นฉุนรุนแรงของอัลมอนด์ดิบ!
ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากระชากแขนรินให้ถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคม
“เดี๋ยวก่อน... ริน นั่นไม่ใช่กลิ่นจากวัตถุดิบในร้านเรา”
รินหันขวับไปมองบานประตูห้องครัวที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย เงาร่างปริศนาของใครบางคนกำลังขยับไหวอยู่ท่ามกลางความมืดภายใน พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ชวนให้ขนหัวลุกดังลอดออกมา...
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลิ้มรสความสุขและร่วมลุ้นไปกับทุกตัวอักษรของผมเสมอนะครับ*
**กาแฟโบราณแก้วโต**
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 27
กับดักน้ำร้อนลวกใจ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!