กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก•ตอนที่ 8

ภารกิจสำรวจเหมืองร้าง

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
"กลิ่นอับของหินปูนและคราบเขม่าโบราณ... ช่างเป็นเอกลักษณ์ที่ซื่อตรงต่อผู้มาเยือนเสียจริงค่ะว่าไหมคะ?" เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่เจือความขบขันดังลอดผ่านผ้าคลุมไหล่สีครามเข้ม เซเลสปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามอาภรณ์เนื้อดีของนางอย่างไม่ใส่ใจนัก แม้ว่าเบื้องหน้าของพวกเราจะเป็นปากทางเข้าของ 'เหมืองแร่ร้างเซหลัด' (Selad’s Abandoned Mine) สถานที่ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเขตอันตรายระดับกลางของทวีป Aethelgard ก็ตาม เรย์ก้มมองแผ่นยันต์เรืองแสงสีฟ้าอ่อนในมือ หน้าจออินเทอร์เฟซของกิลด์แสดงข้อมูลสถานะทรัพยากรที่ลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย การสำรวจเหมืองใต้ดินในเกม VRMMO นี้ไม่ใช่แค่การถือดาบแล้วฟันมอนสเตอร์ดะเหมือนเกมแนวแอ็กชันทั่วไป แต่มันคือการคำนวณน้ำหนักของแร่ อัตราการสิ้นเปลืองออกซิเจนในโพรงถ้ำลึก และความคงทนของอุปกรณ์สวมใส่ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เขาในฐานะช่างตีเหล็กให้ความสำคัญที่สุด "อย่าเพิ่งใจร้อนชมบรรยากาศเลยครับอาจารย์ ถ้าเราคำนวณการสึกหรอของค้อนขุดแร่ผิดไปแม้แต่นิดเดียว ทริปนี้คงได้กลายเป็นการเดินทัวร์สุสานใต้ดินแทนที่จะได้แร่ 'ซิลเวอร์ไนต์' กลับไปอัปเกรดกำแพงกิลด์แน่นอน" ลูคัสหัวเราะร่อพลางตบเกราะหนักคู่ใจเสียงดังปึ้กจนฝุ่นร่วงกราว เขาเหวี่ยงขวานศึกเล่มยักษ์พาดบ่าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในความเป็นจริงกล้ามเนื้อของเขาจะเริ่มตึงเครียดจากการยืนคุมเชิงหน้าปากถ้ำมาเกือบสิบนาทีแล้วก็ตาม "จริงไหมล่ะเรย์? ว่าแต่เจ้าพวกมอนสเตอร์หินผาที่เขาเล่าลือกัน หน้าตามันจะแข็งเหมือนหินสมชื่อหรือเปล่า ชักอยากลองทดสอบคมขวานดูสักตั้งแล้วสิ" "พวกมันไม่ได้แค่แข็งธรรมดานะคะ... แต่โครงสร้างผลึกของพวกมันมีการดูดซับมานากลุ่มธาตุดินไว้เป็นเกราะป้องกัน ทำให้การโจมตีทางกายภาพธรรมดาแทบจะไร้รอยขีดข่วน" เซเลสยิ้มรับ นางยกเรียวนิ้วขึ้นวาดอักขระเวทมนตร์สีทองจาง2 กลางอากาศ วงแหวนเวทมนตร์ซับซ้อนหมุนวนรอบตัวของลูคัสและเรย์ทันที เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นเบาๆ ในโสตรประสาท *[ท่านได้รับบัฟ: "พรแห่งนักปราชญ์โบราณ" - เพิ่มพลังเจาะเกราะ 35% และต้านทานธาตุดินระยะเวลา 30 นาที]* เรย์พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เขาสัมผัสได้ถึงกระแสมานาอุ่นวาบที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง ความแม่นยำในการคำนวณค่าสถานะของเซเลสไม่เคยทำให้ผิดหวัง นางคือมันสมองอันล้ำค่าที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังกิลด์รุ่งอรุณนิรันดร์แห่งนี้ การมีอาจารย์สาวสายบัฟที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์โบราณคอยสนับสนุน ทำให้ความเสี่ยงในการทำภารกิจลดลงไปกว่าครึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเรย์จะประมาท "เอาล่ะค่ะ ลูคัส เป็นแนวหน้าเปิดทาง ส่วนเรย์... คอยสังเกตจุดอับสายตาและรอยต่อของชั้นหิน เหมืองแห่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างเพราะหมดแร่หรอกนะคะ แต่มีบางอย่าง 'ขับไล่' คนรุ่นก่อนออกไปต่างหาก" คำพูดลอยๆ ของเซเลสทิ้งปริศนาชวนขนลุกไว้เบื้องหลัง ทว่าฝ่าเท้าของทั้งสามก็ก้าวล่วงลึกเข้าไปในความมืดมิดของอุโมงค์เหมืองเรียบร้อยแล้ว แสงสว่างเดียวคือคบเพลิงเวทมนตร์ที่เรย์ปักไว้ตามผนังหินเป็นระยะๆ บรรยากาศภายในเวิ้งว้างและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กลั่นตัวจากเพดานถ้ำตกลงกระทบพื้นหินดัง *ต๊าะ... ต๊าะ...* สะท้อนก้องกังวานชวนให้รู้สึกอึดอัด ผ่านไปราวสามร้อยเมตร ทางเดินก็กว้างขึ้นกลายเป็นโถงหินขนาดใหญ่ที่มีซากรางรถเข็นไม้ผุพังกระจัดกระจาย "ระวัง!" เรย์ส่งเสียงเตือนพร้อมกับกระชากแขนลูคัสให้ถอยหลังหนึ่งก้าวในเสี้ยววินาที *ครืนนน—!* ก้อนหินขนาดมหึมาที่เคยกลมกลืนไปกับผนังถ้ำทางด้านซ้ายพลางขยับตัวอย่างเชื่องช้า เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราว เปลือกนอกของมันปริแตกออกเผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งประกายวาววับท่ามกลางความมืด มอนสเตอร์หินผา หรือที่ระบบเรียกว่า *'Stone Golem - Minor Tier'* ขยับร่างกายนับตันของมันเข้าขวางทาง "มาตามนัดเลยสินะครับ!" ลูคัสแสยะยิ้มกว้าง ไม่รอช้าที่จะพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับเหวี่ยงขวานคู่ใจกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของโกเลมอย่างเต็มแรง *เปร้งงงง!* เสียงปะทะดังสนั่นราวกับเหล็กกระทบเหล็ก แรงสะท้อนทำให้ลูคัสต้องไถลถอยหลังไปสองสามก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มสายแทงค์แข็งค้างไปชั่วขณะ "ให้ตายสิ... ตัวบดอัดอะไรเนี่ย แข็งเป็นบ้าเลย!" "บอกแล้วไงคะว่ากายภาพธรรมดาไม่ได้ผล" เรย์ไม่รอช้า มือเรียวหยิบขวดน้ำยาเคลือบอาวุธธาตุไฟอ่อนๆ ที่เขาเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อคืนโยนข้ามหัวไปให้เพื่อนสนิม "ลูคัส! รับนี่แล้วเคลือบอาวุธซะ! ส่วนจุดอ่อนของมันอยู่ที่รอยต่อใต้หัวไหล่ซ้าย ตรงนั้นโครงสร้างมานาบางที่สุด!" ด้วยการประสานงานอันยอดเยี่ยมที่ฝึกฝนร่วมกันมานาน ลูคัสรับขวดน้ำยาด้วยมือข้างหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว สะบัดขวานราดน้ำยาเคลือบจนเกิดประกายไฟลุกโชนขึ้นชั่วพริบตา ก่อนจะพลิกตัวฟันซ้ำเข้าที่จุดอ่อนตามที่เรย์วิเคราะห์ไว้อย่างแม่นยำ *ฉับพลัน!* โกเลมยักษ์ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ แรงสั่นสะเทือนทำเอาหินบนเพดานร่วงกราว ร่างมหึมาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงและกองแร่ 'ซิลเวอร์ไนต์' จำนวนหนึ่ง "ยอดเยี่ยมมากค่ะ ทั้งสองคน" เซเลสปรบมือเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของนางสะท้อนประกายแสงจากคบเพลิง "การเติบโตของพวกคุณในฐานะผู้เล่น... ช่างน่ามองเสียจริงนะคะ" เรย์ก้มลงเก็บแร่ซิลเวอร์ไนต์เข้าช่องเก็บของอย่างระมัดระวัง เขาสำรวจคุณภาพของแร่ผ่านเนตรช่างตีเหล็ก เนื้อแร่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 82% ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายของภารกิจกิลด์ในวันนี้ไปมากโข แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันไปบอกข่าวดีกับเพื่อนๆ นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดใหม่ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องลึกของเหมือง ไม่ใช่เสียงเดินของมอนสเตอร์หินผาตัวเดียว... แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนเป็นจังหวะราวกับกองทัพกำลังเคลื่อนพล และที่สำคัญที่สุด... ระบบหน้าจออินเทอร์เฟซของเรย์ก็เด้งเตือนข้อความสีแดงฉานขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า *[คำเตือน: ตรวจพบการตื่นของบอสลับประจำพื้นที่ - "อสูรศิลาบรรพกาล (Ancient Golem Overlord)" ระดับ SSS]* *[เงื่อนไขภารกิจลับถูกกระตุ้น: "ความลับใต้เหมืองเซหลัด" - ปลดล็อกเส้นทางสู่ห้องโถงต้องห้าม]* เซเลสที่เคยมีท่าทีผ่อนคลายมาตลอด ชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคู่นคมของอาจารย์สาวหันขวับไปมองยังความมืดเบื้องลึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางหายไป เหลือเพียงแววตาเป็นประกายลึกล้ำที่แม้แต่เรย์ก็ไม่เคยเห็นมาก่อน "ดูเหมือนว่า... พวกเราจะบังเอิญเปิดประตูที่มนุษย์ไม่ควรแตะต้องเข้าให้แล้วล่ะค่ะ เรย์..." (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางของกิลด์รุ่งอรุณนิรันดร์นะคะ!)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%