ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 32

อาหารมื้อแรกเราสอง

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"บอกแล้วไงคะว่าฉันตอกไข่เองได้ ทำไมคุณต้องมายืนซ้อนข้างหลังแบบนี้เล่า!" เสียงโวยวายปนเสียงหัวเราะคิกคักดังลั่นห้องครัวขนาดกะทัดรัดของคอนโดมิเนียมหรู กานต์ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวกับกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังพยายามปัดป้องวงแขนแข็งแรงที่ถือวิสาสะโอบเอวเขาจากด้านหลัง ศอกของภีมเกยอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน ขณะที่ใบหล่อเหลาเกยคางอยู่บนลาดไหล่บางอย่างถือวิสาสะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเจลอาบน้ำกลิ่นมินต์จากตัวคนข้างหลังผสานกับกลิ่นเครื่องปรุงรสบนเตา ทำให้บรรยากาศในห้องครัวมื้อแรกของเราสองคนอบอวลไปด้วยความวุ่นวายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "ก็คนมันเป็นห่วงนี่คะ กลัวเชฟกระทะเหล็กจำเป็นจะทำไข่เจียวไหม้ติดกะทะอีกรอบ... จำได้ไหมล่ะ ตอนปีสองที่เราเคยทอดไข่กันทีนึง เกือบต้องเรียกให้รถดับเพลิงมาคอนโดเลยนะ" ภีมกระซิบกระซาบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มติดตลกเจือความเจ้าเล่ห์ จงใจเป่าลมร้อนรดต้นคอขาวจนกานต์ต้องรีบหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "วันนั้นมันอุบัติเหตุต่างหากเล่า! อีกอย่าง... ถอยไปเลยนะ ภีม! คุณกำลังทำให้ฉันเสียสมาธิ หั่นแครอทผิดรูปหมดแล้วเนี่ย" กานต์แหวใส่พลางชูมีดปลายแหลมในมือขู่ฟ่อ แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูกลับทรยศคำพูดของตัวเองสิ้นเชิง ให้ตายเถอะ... นี่มันคือการอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องครัวครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์โทรศัพท์ปริศนาเมื่อคืนที่ยังค้างคาใจ! ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว หน้าจอโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์ของ 'คนคนนั้น' ทำให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นแทบจะแข็งค้าง ภีมขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ ก่อนจะกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใยแล้วโยนโทรศัพท์คว่ำลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ แต่แววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะของเขากลับไม่รอดพ้นสายตาของกานต์ *‘ใครโทรมาเหรอคะ?’* กานต์เคยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามทำเป็นไม่สนใจแต่หูตั้งชัน *‘แค่พวกขายประกันน่ารำคาญค่ะ... สนใจเรื่องมื้อเย็นของเราดีกว่า หิวจนกินช้างได้ทั้งตัวแล้วนะเนี่ย’* ภีมตอบกลับด้วยรอยยิ้มทะเล้นเหมือนเดิม ดึงมือเขาให้ลุกขึ้นเดินเข้าครัวทันทีเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ แต่คนอย่างกานต์ มีหรือจะปล่อยผ่านง่ายๆ? แม้ปากจะบอกว่าไม่แคร์ แต่ในใจกลับครุ่นคิดไม่ตก "ใจลอยไปไหนแล้วคะ หืม?" เสียงทุ้มดึงกานต์กลับสู่ปัจจุบัน นิ้วเรียวใหญ่ของภีมเอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนจนเกินความจำเป็นทำให้กานต์เผลอกลั้นหายใจ แววตาของภีมที่มองมาในเสี้ยววินาทีนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้งจนคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งสติ "เปล่าสักหน่อย... ฉันแค่กำลังคิดว่า แกงจืดเต้าหู้หมูสับหม้อนี้ จะเค็มจนไตพังเพราะฝีมือคุณหรือเปล่าต่างหาก" กานต์แก้ตัวเสียงแข็ง รีบตักชิมน้ำซุปในทัพพีเป่าฟู่ๆ แล้วยื่นไปจ่อปากอีกฝ่าย "อ้าว ชิมซิ! กล้ากินฝีมือตัวเองไหมล่ะ" ภีมยิ้มกริ่ม ดวงตาพราวระยับ เขาก้มลงซดน้ำซุปจากทัพพีที่กานต์ถืออยู่โดยไม่ยอมขยับตัวไปไหน ใบหน้าอยู่ห่างกันแค่คืบ จนกานต์รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้าที่แก้ม "อืม... อร่อยค่ะ" ภีมพึมพำแผ่วเบา "อร่อยกว่าน้ำซุป เพราะคนทำให้ชิมน่ารักกว่า" "อี๋! เลี่ยนเป็นบ้า ขนลุกหมดแล้วเนี่ย!" กานต์ผลอกตัวหนีแทบไม่ทัน ยกมือขึ้นูแขนตัวเองป้อยๆ แก้เขิน พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้อีกฝ่าย "หยุดหยอดคำหวานใส่ฉันสักนาทีจะได้ไหมคะ พ่อคนโปรโมชั่นพิเศษ!" "ก็คนมันรักนี่คะ จะให้ทำยังไงล่ะ" ภีมไหวไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ รอยยิ้มกวนๆ ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังขึ้นมานิดหน่อย "กานต์คะ..." "อะ...อะไรอีกเล่า" "เรื่องเมื่อคืน... ที่มีคนโทรมา..." ภีมเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของกานต์ "ฉันไม่อยากให้คุณเก็บมาคิดมากนะ มันไม่มีอะไรจริงๆ คนคนนั้น... เขาเป็นแค่เรื่องอดีตที่ฉันเคลียร์จบไปนานแล้ว และตอนนี้... คนที่ฉันอยากดูแลและโฟกัสมีแค่คุณคนเดียว" บรรยากาศในครัวเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงเดือดปุดๆ ของแกงจืดในหม้อดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของกานต์ คำพูดเรียบง่ายแต่จริงจังของภีมทำให้ความหวาดระแวงเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจเมื่อคืนมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอุ่นซ่านที่แผ่ขยายไปทั่วทรวงอก ปากบอกว่าเกลียดนักคนเจ้าชู้... แต่ทำไมพอเจอสายตาจริงจังแบบนี้ทีไร เขาก็แพ้ทางให้ทุกทีสิน่า! "ใคร... ใครเขาเก็บมาคิดกันเล่า ฉันแค่กลัวว่าฝีมือทำอาหารของคุณจะทำให้ท้องเสียต่างหากล่ะ!" กานต์แกล้งทำเป็นเสมองหม้อแกงจืด กลบเกลื่อนอาการเขินจนหน้าแดงแจ๋ รีบตักข้าวใส่จานสองใบแก้เก้อ "รีบๆ ยกอาหารไปที่โต๊ะได้แล้วค่ะ ฉันหิวจนตาลายหมดแล้วนะ" "ครับผม เชฟกานต์" ภีมหัวسเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมยกถาดอาหารตามออกไปที่โต๊ะอาหารเล็กๆ ริมหน้าต่างกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน มื้ออาหารแรกในห้องพักของเราสองคนดำเนินไปท่ามกลางเสียงหัวเราะและการหยอกล้อเหมือนเช่นเคย ภีมคอยตักโน่นตักนี่ใส่จานให้เขาไม่หยุด ปากก็คอยหยอดคำหวานแซวโน่นแซว จนกระทั่ง... ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารดังขึ้นขัดจังหวะความหวาน กานต์เหลือบมองหน้าจอเล็กน้อย เห็นชื่อกลุ่มแชทของเพื่อนสนิทเด้งขึ้นมา แต่จังหวะนั้นเอง... หน้าจอโทรศัพท์ของภีมที่คว่ำไว้อีกฝั่งกลับสั่นครืดคราดติดต่อกันหลายครั้ง พร้อมกับชื่อบนหน้าจอแจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัว ไม่ใช่เบอร์ปริศนาเมื่อคืน... แต่เป็นชื่อของ **'น้ำปิง'** เพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่เคยมีข่าวลือว่าแอบชอบภีม! ภีมชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในพริบตา เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะกดตัดสาย แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันแตะหน้าจอ ประตูห้องพักที่ควรจะล็อกสนิทจากด้านนอกกลับส่งเสียง *'คลิก'* เบาๆ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน! ประตูกลอนดิจิทัลถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดเดรสแฟชั่นทันสมัยยืนหอบหายใจโยนกระเป๋าลงกับพื้น เธอกวาดสายตามองมาที่โต๊ะอาหารที่มีกานต์กับภีม นั่งอยู่ด้วยกันสองต่อสองด้วยแววตาตกตะลึง ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มพุ่งตรงเข้ามาหาภีมโดยไม่สนใจกานต์แม้แต่น้อย "พี่ภีมคะ! ปิงนึกว่าพี่จะจำรหัสผ่านห้องไม่ได้ซะอีก... โชคดีจังที่ปิงแวะมาหาทันเวลาพอดี" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความวุ่นวายของคู่เรานะคะ เดี๋ยวตอนหน้าเรามาลุ้นกันค่ะว่ายัยน้องกานต์จะเคลียร์สถานการณ์ "แขกไม่ได้รับเชิญ" คนนี้ยังไงดีนะะะ! ❤️🍑✨
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%