“แกดูนี่ดิชีส! อีตาวินอะไรนี่ มันหยามหน้าดาวคณะวิศวะอย่างฉันเกินไปแล้วนะ!”
เสียงโวยวายของเตนล์ดังลั่นร้านกาแฟใต้ตึกคณะนิเทศศาสตร์ นิ้วเรียวกดหน้าจอสมาร์ทโฟนรัวๆ จนแทบจะทะลุกระจก มืออีกข้างก็คว้าแก้วชาไทยปั่นดูดด้วยความหงุดหงิดเพื่อดับความร้อนรุ่มในอก หลังจากข้อความท้าทายกวนประสาทเมื่อคืนส่งมาป้วนเปี้ยนอยู่ในหัวจนตาสว่างถึงตีสาม เตนล์ก็ปฏิญาณกับตัวเองไว้เลยว่า ชีวิตนี้ต่อให้แผ่นดินจะแยกหรือคณะนิเทศจะยุบ เขาก็จะต้องขุดรากถอนโคนอีตาวินปากจัดคนนี้ให้ได้!
“เบาเสียงหน่อยเตนล์ คนมองกันทั้งร้านแล้วเนี่ย” จีจี้ เพื่อนสนิทสายชงเบะปากใส่พลางตักเค้กเข้าปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “แล้วแกจะเดือดร้อนอะไรนักหนาร่างทอง แค่โดนเขาติงงานอาร์ตโครงงานวิศวะแค่นี้ ถึงกับต้องลงทุนมาสืบประวัติเขาเลยเหรอ”
“ฉันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องงาน! แต่ฉันเดือดร้อนเรื่อง ‘ศักดิ์ศรี’ย่ะ!” เตนล์กระแทกแก้วน้ำลงโต๊ะจนวิปปิ้งครีมกระฉอก “คิดดูสิ คนอย่างเตนล์ วิศวะปีสองผู้ครองตำแหน่งเดือนคณะและเพจมโนแห่งปี ต้องมาเสียท่าให้รุ่นพี่นิเทศที่ไหนก็ไม่รู้มาขยี้ซะเละเทะ แถมยังทิ้งท้ายเหมือนจะท้าทายกันอีก ฉันยอมไม่ได้!”
“จ้า... พ่อคนศักดิ์ศรีค้ำคอ แล้วนี่สืบมาถึงไหนละคะพ่อคุณ ถึงไหนแล้วจ๊ะนักสืบโคนันเมืองไทย” จีจี้กลอกตาเป็นเลขแปดใส่ความอินจัดของเพื่อนรัก
เตนล์ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาโชว์หน้าจอที่มีผังมโนผสมผสานกับข้อมูลจริงจังราวกับบอร์ดสืบสวนคดีฆาตกรรม “นี่ไง! ฉันให้ไอ้พีทเด็กคณะเราไปสืบมาให้ วินคนนี้ชื่อจริง ‘วินธวัช’ เรียนนิเทศปีสาม เป็นประธานชมรมวิจารณ์ศิลปะ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสามปีซ้อน แถมยังโสดสนิท... อ๊ะๆ ตรงนี้แหละที่น่าสงสัย”
“โสดแล้วไงวะ แกจะไปจีบแก้แค้นเขาเหรอ” จีจี้เลิกคิ้วแซว
“บ้าเหรอแก! ฉันจะไป ‘สั่งสอน’ ให้เขารู้ซึ้งต่างหากว่าการเล่นกับไฟอย่างเตนล์วิศวะสายมโนเนี่ยมันเป็นยังไง” เตนล์ยิ้มร้าย แววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “ในเมื่อเขาชอบวิจารณ์นักใช่มั้ย งั้นฉันก็จะจัดฉากเซอร์ไพรส์ชิ้นงานศิลปะปลอมๆ ไปให้เขาคอมเมนต์จนกระอักเลือดตายไปข้างหนึ่งเลยคอยดูสิ!”
แผนการร้ายกาจผุดขึ้นในสมองอันชาญฉลาด (และชอบมโน) ของเตนล์ทันที รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับความคิดที่จะเอาคืนให้สาส姆 ในเมื่ออีตาวินอยากจะวิจารณ์นัก จัดไปเลยค่ะ! งานนี้เตนล์จะทำให้ประธานชมรมวิจารณ์ศิลปะคนนั้นต้องจดจำชื่อ ‘เตนล์ วิศวะ’ ไปจนวันตายเลยทีเดียว
เวลาผ่านไปช่วงบ่ายแก่ๆ ณ ห้องชมรมวิจารณ์ศิลปะที่ตั้งอยู่มุมลับตาของตึกนิเทศศาสตร์ บรรยากาศเงียบสงบอบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและกระดาษเก่าๆ วิน ประธานชมรมหนุ่มมาดนิ่งกำลังนั่งตรวจงานของลูกน้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย แว่นกรอบใสขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุและน่าเกรงขามขึ้นเป็นกอง จนไม่มีใครกล้าเข้ามาเข้าใกล้ในรัศมีสามเมตร
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างโปร่งบางของรุ่นน้องคณะวิศวะคนหนึ่งจะโผล่เข้ามา พร้อมกับกล่องพัสดุกระดาษลังขนาดกลางในมือ
“เอ่อ... พี่วินครับ มีคนฝากพัสดุลึกลับนี่มาให้พี่ครับ บอกว่าเป็น ‘งานศิลปะชิ้นเอก’ ที่ท้าทายวิสัยทัศน์ของประธานชมรมวิจารณ์ครับ” รุ่นน้องพูดด้วยความกล้าๆ กลัวๆ วางกล่องลงบนโต๊ะทำงานแล้วรีบเดินถอยหลังกรูดออกไปทันที
วินเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาคมกริบมองกล่องพัสดุตรงหน้า มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เขารู้ดีว่าฝีมือใคร... ก็ไอ้เด็กวิศวะปากแจ๋วที่เขาเพิ่งไปคอมเมนต์แซะไว้เมื่อวานนั่นแหละ ส่งของมาแก้แค้นสินะ หึ ช่างเป็นเด็กที่ขยันหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง
มือเรียวเปิดฝากล่องออกอย่างใจเย็น ทว่าสิ่งที่อยู่ข้างในกลับไม่ใช่ภาพวาดหรือประติมากรรมอย่างที่คิด แต่มันคือ... ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ตัวเก่าๆ สภาพมอมแมม ติดป้ายกระดาษแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ว่า
*[ฝากให้พี่วินเอาไปวิจารณ์ความเน่าหนะในใจหน่อยครับ - จากคนสวยวิศวะ]*
วินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ตุ๊กตาหมีตัวนั้นอย่างขบขัน เด็กนี่คิดจะเล่นเกมอะไรอีกวะเนี่ย ส่งตุ๊กตาเน่าๆ มาเนี่ยนะ กวนประสาทชะมัด
ทว่า ในขณะที่วินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบป้ายข้อความนั้นขึ้นมาพิจารณาให้ชัดเจน เสียงแจ้งเตือนข้อความในแอปพลิเคชันแชต์ส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ ชื่อของบัญชีผู้ใช้ปรากฏหราพร้อมกับข้อความใหม่ที่เพิ่งถูกส่งสดๆ ร้อนๆ จากคู่กรณีตัวแสบ
[เตนล์เองครับ: ได้รับของขวัญแล้วเป็นไงบ้างคะท่านประธาน วิจารณ์ความน่ารักของน้องหมีหน่อยสิ หรือว่าสมองตื้อคิดไม่ออกแล้วล่ะ หึๆ]
วินอ่านข้อความนั้นแล้วยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปทันทีด้วยความรวดเร็ว
[วิน เองครับ: ตุ๊กตาหน้าตาประหลาดดีครับ เหมือนเจ้าของเลย... อ้อ แล้วก็ ขอบคุณนะที่ส่ง ‘ตัวแทนตัวเอง’ มาให้ผมกอดแทนตอนนอน]
เตนล์ที่นั่งลุ้นหน้าจออยู่ในร้านกาแฟถึงกับสำลักน้ำชาไทยพุ่งพรวด หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธปนเขินจนทำอะไรไม่ถูก
อีบ้าเอ๊ย! ใครบอกให้เอาไปกอดเล่า! ไอ้คนฉวยโอกาส!
เตนล์รีบัวะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างหัวเสียเพื่อแก้เก้อ [ใครให้คุณกอดวะ! เอาคืนมาเลยนะไอ้โรคจิต!] แต่พอกำลังจะกดส่ง นิ้วเจ้ากรรมดันไปโดนปุ่มโทรออกวิดีโอคอลแทนซะอย่างนั้น!
ภาพหน้าจอแสดงสถานะกำลังโทรเข้าหา ‘วินธวัช’ ทันทีโดยที่เตนล์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว และที่แย่ไปกว่านั้น... เสียงเพลงรอสายดังขึ้นแค่สองวิ ปลายสายก็กดรับทันทีอย่างรวดเร็วราวกับรออยู่แล้ว!
ภาพหน้าจอของวินปรากฏใบหน้าหล่อเหลากวนประสาทที่กำลังส่งยิ้มมุมปากมาให้ทะลุจอ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ
“อ้าว... โทรมาหาผมเองแบบนี้ คิดถึงกันเร็วจังเลยนะครับ ตัวแสบ”
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับความฟินในตอนนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน! - ชาพีชหวานน้อย*
วิศวะสายมโน กับนายวิจารณ์ศิลป์ตัวจี๊ด•ตอนที่ 2
ตามล่าหาความจริง
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโน กับนายวิจารณ์ศิลป์ตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
