"ร่องรอยการต่อสู้ไม่มี คราบDNAปรากฏบนพื้นผิวเป็นศูนย์ และที่สำคัญที่สุด... นิ้วมือทั้งสิบของเหยื่อถูกขัดด้วยกรดจนเกลี้ยง ไม่มีลายนิ้วมือหลงเหลือให้พิมพ์เก็บแม้แต่มิลลิเมตรเดียวครับคุณรวินท์"
เสียงรายงานของร้อยตำรวจเอกวิสารทดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บศพชั่วคราว ใต้ฐานรากของอาคารพาณิชย์ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบลงบนร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพง ร่างนั้นนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลสสตีล ทว่าความตายของเขากลับเต็มไปด้วยปริศนาที่ท้าทายตรรกะของมนุษย์
รวินท์ ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรผู้ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาเชิงลึก ย่อตัวลงต่ำเพื่อพิจารณาสภาพศพอย่างละเอียด รอบคอบ สายตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองทุกรายละเอียดตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าอย่างไม่รีบร้อน โครงสร้างโลกแห่งความจริงที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุและผลกำลังถูกท้าทายด้วยคดีที่ไร้ร่องรอยราวกับถูกสร้างขึ้นโดยปีศาจไร้ตัวตน
"ไม่มีคราบเขม่าดินปืน ไม่มีรอยรัดจากเชือก หรือร่องรอยการใช้กำลังรุนแรงภายนอกที่ชัดเจน..." รวินท์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าสมองกำลังคำนวณความเป็นไปได้นับร้อยรูปแบบในเสี้ยววินาที "แต่รอยฟกช้ำใต้ชั้นผิวหนังบริเวณลำคอและซี่โครง บ่งบอกว่าผู้ตายถูกกดทับด้วยของแข็งขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก เป็นรูปแบบการฆาตกรรมที่ต้องใช้ความประณีตและจิตวิทยาในการควบคุมเหยื่อขั้นสูง... คนร้ายไม่ได้ใช้กำลังหักหาญ แต่ใช้ความกลัวในการบีั้นทอนจิตใจ"
วิสารทถอนหายใจยาวด้วยความเครียด "แปลกประหลาดสิ้นดีครับคดีนี้ ทีมพิสูจน์หลักฐานทำงานกันมาสามวันเต็มๆ แต่กลับไม่ได้อะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า เหมือนฆาตกรรายนี้รู้ขั้นตอนการทำงานของตำรวจทุกฝีก้าว... ถ้าคุณรวินท์ช่วยไขปริศนาไม่ได้ ผมเกรงว่าคดีนี้คงต้องปิดแฟ้มในฐานะอุบัติเหตุหรือการฆ่าตัวตายลึกลับ"
รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับในหัว การไม่มีลายนิ้วมือและร่องรอยการต่อสู้ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีหลักฐาน" ในมุมมองของโปรไฟล์เลอร์อย่างเขา ความไร้ร่องรอยนั่นแหละคือ "ร่องรอย" ที่บ่งบอกถึงตัวตนของฆาตกร คนร้ายรายนี้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ในระดับสูง เป็นพวกสมบูรณ์แบบนิยม (Perfectionist) ที่จงใจลบทุกตัวตนของเหยื่อทิ้ง เพื่อส่งสารบางอย่างมายังผู้รักษากฎหมาย
ทว่า ในขณะที่รวินท์กำลังจะอธิบายสมมติฐานทางจิตวิทยาชิ้นสำคัญ เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอก ประตูห้องเก็บศพถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิท เส้นผมยาวสลวยคลอเคลียอยู่กับไหล่มน และดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววความลึกลับเกินกว่าจะคาดเดา
เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเตียงผ่าพิสูจน์ โดยไม่แสดงอาการหวาดกลัวต่อศพตรงหน้าแม้แต่น้อย
"คุณกำลังมองหาลายนิ้วมือในที่ที่ไม่มีวันพบมันหรอกค่ะคุณรวินท์" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของร้อยตำรวจเอกวิสารทที่รีบชักมือเข้าหาปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ
"คุณเป็นใคร? เข้ามาในเขตกั้นพื้นที่สืบสวนได้อย่างไร?" วิสารทถามเสียงเข้ม
แต่หญิงสาวผู้นั้นหาได้สะทกสะท้าน เธอหันมาสบตากับรวินท์โดยตรง แววตาคู่นั้นนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ทว่าลึกลงไปกลับมีความมั่นใจที่ทำให้ผู้ชายเยือกเย็นอย่างรวินท์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน
"ฉันชื่อ รินรดา ค่ะ... และฉันคือคนเดียวในเมืองนี้ที่จะบอกคุณได้ว่า ทำไมชายคนนี้ถึงยอมให้คนร้ายลบนิ้วมือออกไปก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับสิ่งที่เธอกำลังพูดถึงไม่ใช่คดีฆาตกรรมสุดโหดเหี้ยม แต่เป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
รวินท์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา ทักษะการวิเคราะห์พฤติกรรมถูกเปิดใช้งานทันที ภาษากายของเธอผ่อนคลายเกินไป อัตราการเต้นของหัวใจจากการสังเกตจังหวะการกระเพื่อมของเสื้อโค้ทน่าจะปกติ ไม่มีเหงื่อซึมตามไรผม และที่สำคัญที่สุด เธอมองศพด้วยความคุ้นเคยประหลาด ไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือความรังเกียจ
"คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมกำลังมองหาอะไรอยู่?" รวินท์เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความระแวดระวังอย่างมืออาชีพ "และที่สำคัญ... คุณรู้ได้อย่างไรว่าเหยื่อ *ยอม* ให้คนร้ายทำแบบนั้น?"
รินรดาแย้มรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สร้างความอบอุ่น แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงไปอีกหลายองศา เธอก้าวเข้าไปใกล้เตียงศพมากขึ้นอีกนิด ก่อนจะยื่นปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปยังรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณข้อมือซ้ายของศพ ซึ่งเป็นจุดที่ทีมพิสูจน์หลักฐานมองข้ามไป
"เพราะภาพที่ฉันเห็นเมื่อคืนนี้... มันชัดเจนยิ่งกว่าหลักฐานชิ้นไหนๆ ในห้องนี้เสียอีกค่ะ" รินรดากระซิบเบาๆ "คนร้ายไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แต่เขาแสดง 'อนาคต' ให้เหยื่อเห็น... อนาคตที่ทรมานยิ่งกว่าความตาย จนทำให้ชายคนนี้ยอมจำนนแต่โดยดี"
รวินท์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองที่เคยยึดติดกับตรรกะและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สะดุดลงชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า "ภาพที่ฉันเห็น" จากปากของหญิงสาวลึกลับผู้นี้ เคมีและความขัดแย้งระหว่างนักวิเคราะห์ผู้ยึดมั่นในความจริงกับพยานสาวผู้กุมความลับเหนือธรรมชาติกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ก่อนที่รวินท์จะได้เอ่ยปากซักถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จอสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบฐานข้อมูลกลางของกรมตำรวจ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบ
[ระบบตรวจพบสัญญาณชีพปริศนาในรัศมี 50 เมตร... อัปเดตสถานะ: ฆาตกรรายนี้กำลังจับตาดูพวกคุณจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิดชั้นบน และเป้าหมายรายต่อไป... กำลังถูกระบุตัวตนในอีก 10 วินาทีข้างหน้า]
วิสารหน้าซีดเผือกทันทีเมื่ออ่านข้อความนั้น ขณะที่รวินท์หันขวับกลับไปจ้องมองรินรดาที่ยังคงมีรอยยิ้มลึกลับประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตากลมโตของเธอกะพริบช้าๆ ในความมืดมิดของห้องใต้ดิน
"ยินดีต้อนรับสู่เกมไล่ล่าค่ะคุณรวินท์... หวังว่าคุณจะวิ่งทันพวกเขานะคะ"
โปรไฟล์เลอร์มือฉมังขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวเข้าสู่ปริศนานี้ไปพร้อมกันนะครับ
นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 1
รหัสลับใต้เงาตึกระฟ้า
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!