คราบเขม่าดินปืนยังคงติดอยู่ตามซอกเล็บและรอยยับของเสื้อเชิ้ตสีอ่อน รวินท์วางกระบอกกล็อก 19 ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงโลหะกระทบกับผิวไม้ดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันของเซฟเฮาส์ลับนอกเมือง กลิ่นอายของดินปืนและควันจากการปะทะเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังจาง ๆ อยู่ในบรรยากาศ เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าโลกที่พวกเขาอยู่นั้นไม่ได้มีความปรานีหลงเหลืออยู่เลย
"คุณควรล้างแผลเสียก่อนนะรวินท์ รอยถลอกตรงหัวไหล่นั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำแล้ว"
เสียงนุ่มนวลแต่เจือแววตักเตือนดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาในชุดเสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวสีเข้มกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมชุดปฐมพยาบาล เธอยื่นกล่องอุปกรณ์ให้ชายหนุ่มพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอันเงียบเชียบ ซึ่งเป็นมุมที่คนภายนอกไม่มีวันได้เห็นจากหญิงสาวผู้กุมความลับอันดำมืดคนนี้
รวินท์ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนล้า เขายกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากการใช้สมองประมวลผลอย่างหนักหน่วงติดต่อกันหลายสิบชั่วโมง "ผมไม่เป็นไรครับรินรดา แผลแค่นี้เทียบไม่ได้เลยกับข้อมูลชุดใหม่ที่เราเพิ่งถอดรหัสได้จากมือถือของฆาตกรคนนั้น... คุณเองก็เถอะ สภาพจิตใจหลังเผชิญหน้ากับภาพนิมิตระรอกใหญ่นั้น ไหวอยู่หรือเปล่าครับ"
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับกำลังอ่านหน้ากระดาษที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของนักวิเคราะห์หนุ่ม เธอย่อตัวลงนั่งตรงหน้า จัดการเทน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนสำลีด้วยมือที่มั่นคง แม้ว่าปลายนิ้วจะยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากพลังงานลึกลับที่เธอเพิ่งดึงออกมาใช้เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาในเหตุการณ์ระทึกขวัญ
"ฉันเห็น... ความโดดเดี่ยวของคุณนะรวินท์" รินรดาเอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างที่กำลังบรรจงเช็ดแผลบริเวณหัวไหล่ให้เขา "คุณมักจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ใช้ตรรกะและเหตุผลสร้างกำแพงเหล็กขึ้นมาปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า... มนุษย์เราไม่ได้ถูกสร้างมาให้มีชีวิตรอดด้วยตัวคนเดียวตลอดไปหรอกนะ"
รวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณทำให้เขาอยากจะเอ่ยปากปฏิเสธและดึงหน้ากากความเยือกเย็นกลับมาสวมทับอีกครั้ง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่จริงจังและเปี่ยมด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริงคู่นั้น คำพูดทั้งหมดก็กลืนหาย้าไปในลำคอ
ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร เขาถูกฝึกมาให้วิเคราะห์ผู้คนผ่านภาษากาย คำพูด และร่องรอยการกระทำ แต่กับรินรดาแล้ว เธอกลับอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าตำราจิตวิทยาเล่มไหน ๆ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาทั้งรู้สึกหวาดหวั่น... และอบอุ่นใจในเวลาเดียวกัน
"บางครั้ง... เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ก็อธิบายความรู้สึกของมนุษย์ไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ" รวินท์ยอมเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ ผ่อนคลายหัวไหล่ลงเพื่อให้เธอทำแผลได้สะดวกขึ้น "อย่างเช่นเหตุผลที่คุณเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในโกดังร้างแห่งนั้น... ทั้งที่รู้ว่ามันอันตรายถึงชีวิต"
"เพราะฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นั่นต่างหากล่ะคะ... เอ้ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเห็นรวินท์ทำหน้ามึนง้วงกับสรรพนามที่เกือบจะหลุดปากของเธอ "หมายถึง... ในฐานะพยานและผู้ช่วยของคุณ ฉันไม่อาจปล่อยให้คุณไขปริศนาชิ้นสุดท้ายนี้โดยไม่มีคนคอยระวังหลังให้หรอกนะ"
บรรยากาศตึงเครียดที่ปกคลุมทั้งคู่มาตลอดหลายวันเริ่มคลี่คลายลง กลายเป็นความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง ท่ามกลางกลิ่นอายของดินปืนและคราบเลือด มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นจากสนามรบแห่งคดีฆาตกรรมได้พิสูจน์แล้วว่า มันแข็งแกร่งกว่ากำแพงใด ๆ ที่รวินท์เคยสร้างขึ้นมา
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นช่างแสนสั้น...
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานดังขึ้นแหลมสูง หน้าจอสีดำมืดจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความเข้ารหัสระดับสูงสุดที่ถูกส่งตรงมาจากฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจ
รวินท์ดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักวิเคราะห์ตื่นตัวเต็มที่ในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกวาดมองข้อความบนหน้าจอที่ปรากฏพิกัดใหม่ พร้อมกับชื่อของเป้าหมายที่ทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุด
รินรดาลุกขึ้นยืนตาม ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อภาพนิมิตระรอกใหม่ไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองของเธออีกครั้ง ภาพของห้องมืดสนิท... เสียงนาฬิกาเดินถอยหลัง... และเงาร่างของใครบางคนที่กำลังรอคอยพวกเขาอยู่ในความมืด
"รวินท์... นั่นมัน..." รินรดากล่าวเสียงสั่น
หน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลการถอดรหัสเสร็จสิ้น พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบที่ประกาศก้องขึ้นในความเงียบ:
[ระบบตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: บอสลับ "สถาปนิกเงา" ได้ทำการปลดล็อกระบบความปลอดภัยทั้งหมดในเขตพื้นที่ 04 แล้ว]
[คำเตือน: เวลาในการอพยพเหลือเพียง 10 นาที ก่อนที่โครงข่ายระเบิดทั้งหมดจะทำงาน]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาอันซับซ้อนนี้มาด้วยกันนะครับ
— โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 18
มิตรภาพท่ามกลางกลิ่นดินปืน
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!