กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฝุ่นปูนเก่าที่ลอยอบอวลอยู่ในโกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 ไม่ได้ทำให้สติของรวินท์พร่าเลือนลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ม่านตาของเขากลับขยายกว้างขึ้น สมองส่วนพรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อคำนวณความน่าจะเป็นของวิถีกระสุน เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นคอนกรีตว่างเปล่าดังสะท้อนก้องกังวาน บ่งบอกถึงความจงใจของผู้มาเยือน—เขาไม่ได้มาเพื่อหลบซ่อน แต่มาเพื่อประกาศชัยชนะ
"คุณวิเคราะห์พลาดไปก้าวหนึ่งนะ รวินท์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับพวกเขากำลังยืนสนทนากันในห้องรับแขกอันเงียบสงบ ไม่ใช่ท่ามกลางสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต
รวินท์ป้องข้อมือซ้ายที่มีอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลภาคสนามกระพริบแสงสีแดงถี่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กฉายโครงสร้างทางจิตวิทยาของเป้าหมายที่ซ้อนทับกับภาพสถาปัตยกรรมของโกดังแห่งนี้ ระบบประเมินความเสี่ยงระดับ SSS แจ้งเตือนสถิติจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาเองที่ 110 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่สมบูรณ์แบบสำหรับการดึงศักยภาพสูงสุดออกมาใช้งาน ร่างกายของเขาอยู่ในภาวะตื่นตัวเต็มที่ (Adrenaline Surge) แต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตากลับเย็นเยียบและคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด
"ผมไม่ได้พลาด..." รวินท์กล่าวตอบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาและมั่นคง "ผมแค่ปล่อยให้คุณเดินเข้ามาในขอบเขตการคำนวณของผมต่างหาก... ดร. ภาคภูมิ"
ในความมืดที่สลัวราง ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวออกมา แววตาหลังเลนส์แว่นสะท้อนรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก มือข้างหนึ่งของเขาถือรีโมตคอนโทรลขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับระบบระเบิดทำลายล้างที่ถูกฝังไว้ตามเสาหลักทั้งสี่ด้านของโกดังแห่งนี้ ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรวินท์ไม่ใช่ตัวอาวุธ แต่เป็นเงาร่างของหญิงสาวที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนที่เสาเหล็กกลางห้อง—รินรดานั่นเอง
แม้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจะปรากฏชัดบนใบหน้าของเธอ แต่ดวงตาคู่สวยที่มองตรงมายังรวินท์กลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังส่งสัญญาณมือลับที่พวกเขากำหนดร่วมกัน—สัญญาณที่บ่งบอกว่า ตัวแปรเสริมที่พวกเขาคาดการณ์ไว้กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ตำแหน่ง
"ฉลาดสมกับที่เป็นอดีตนักวิเคราะห์มือหนึ่งของสำนักงาน" ดร. ภาคภูมิหัวเราะในลำคอ พร้อมกับกดปลายเท้าเดินวนรอบรวินท์ช้าๆ "คุณใช้ทฤษฎีพฤติกรรมศาสตร์มาไล่ต้อนผม ตลบหลังเครือข่ายฟอกเงิน และทำลายโครงสร้างองค์กรของผมลงทีละชิ้น... น่าประทับใจมาก แต่น่าเสียดายที่มนุษย์เรามักพ่ายแพ้ต่อจุดอ่อนของตนเองเสมอ คุณเลือกที่จะมาที่นี่คนเดียวเพื่อช่วยเธอ... นั่นคือความผิดพลาดทางตรรกะที่รุนแรงที่สุด"
"ในเชิงจิตวิทยาอาชญากร การกระทำของผมไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือ 'การกระตุ้นตัวเร่งปฏิกิริยา' ต่างหาก" รวินท์ก้าวเท้าออกไปด้านข้างครึ่งก้าวเพื่อปรับมุมมองการมองเห็นให้ครอบคลุมทั้งตัวเป้าหมายและตัวประกัน สมองของเขาทำการคำนวณความหนาแน่นของอากาศ ระยะทาง และเวลาที่ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดขึ้น "คุณคิดว่าคุณเป็นผู้ควบคุมเกมทั้งหมดตั้งแต่ต้นสินะครับ? คุณวางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้า สร้างสถานการณ์ให้ผมเดินตามหมากที่คุณวางไว้... แต่คุณลืมคำนวณตัวแปรสำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง"
ดร. ภาคภูมิชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงเล็กน้อย "ตัวแปรอะไร?"
"สัญชาตญาณที่อยู่นอกเหนือกรอบตรรกะ... และความไว้วางใจ"
สิ้นเสียงของรวินท์ รินรดาที่ดูเหมือนอ่อนแรงมาตลอดก็สะบัดข้อมืออย่างรวดเร็ว โลหะชิ้นเล็กที่ซ่อนไว้ในรอยพับของเสื้อผ้าถูกงัดเข้ากับกลไกแม่กุญแจดิจิทัล เสียง *คลิก* เบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ โซ่ตรวนที่พันธนาการเธอร่วงหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่น!
ดร. ภาคภูมิเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีโมตในมือถูกยกขึ้นเพื่อกดชนวนระเบิดทันที ทว่า รวินท์ไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นเกิดขึ้น เขากระโจนเข้าประชิดตัวเป้าหมายด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการคาดการณ์ มือซ้ายปัดป้องข้อมือของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ขณะที่มือขวาซัดสันมือเข้าที่จุดประสาทบริเวณต้นคอของหัวหน้าองค์กรลึกลับจนร่างนั้นเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น
ทว่า บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย เสียงเตือนภัยจากระบบวิเคราะห์ภาคสนามบนข้อมือของรวินท์ดังขึ้นรัวเป็นจังหวะถี่กระชั้น หน้าจอโฮโลแกรมแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
*[System Warning: แหล่งพลังงานปริศนาภาระผูกพันถูกเปิดใช้งาน - ตรวจพบรหัสลับสำรองที่ไม่รู้จักกำลังเข้าสู่ระบบ]*
รวินท์หันขวับไปมองหน้าจอทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่า โค้ดคำสั่งทำลายล้างไม่ได้ถูกควบคุมโดยรีโมตในมือของดร. ภาคภูมิอีกต่อไปแล้ว แต่ระบบกำลังนับถอยหลังด้วยตัวเองจากคำสั่งภายนอกที่ทรงพลังกว่า
รินรดารemoved ตัวเองจากการพันธนาการ พุ่งเข้ามาคว้าแขนของรวินท์ ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่จ้องมองไปยังผนังกระจกใสกันกระสุนที่อยู่ชั้นลอยด้านบนของโกดัง ซึ่งเพิ่งปรากฏร่างของบุคคลปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวก แต่นัยน์ตาสสีอำพันคู่นั้นกำลังจ้องมองลงมาด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นยิ่งกว่าความตาย
"ไม่ใช่แค่เราสองคนที่ติดกับดัก..." รินรดาเอמהเสียงสั่นเครือ "มีใครบางคน... ตั้งใจสร้างเกมนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก เพื่อให้เรากระโดดลงมาติดกับด้วยกันทั้งคู่"
หน้าจอโฮโลแกรมบนข้อมือของรวินท์ดับวูบลง ก่อนจะติดขึ้นมาใหม่อีกครั้งพร้อมกับข้อความสั้นๆ จากระบบที่ทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุด
*[New Quest Unlocked: บอสลับระดับ SSS 'ผู้สร้างเงา' ได้ตื่นจากการหลับใหล - ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอดนะครับ และเตรียมพบกับบทสรุปอันเข้มข้นในตอนถัดไปได้เลยครับ
นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 23
Climax: ประจัญหน้าจอมบงการ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!