“ความไว้ใจ... คือจุดบอดที่ร้ายแรงที่สุดของสถาปนิกที่เก่งกาจอย่างคุณนะคะ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในถ้ำมืดดังขึ้น กระแทกโสตประสาทของฉันจนสั่นสะท้าน รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงของเพนต์เฮาส์ที่หรูหราจนน่าอึดอัด กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นไม้กฤษณาและกลิ่นอายดินหลังฝนอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่คือ ‘อาณาจักรสีเลือด’ ของคิริล ชายผู้ที่ฉันเคยคิดว่าเขาเป็นเพียงวิศวกรผู้ร่วมงาน... แต่บัดนี้เขากลับกลายเป็นคนขุดหลุมฝังฉันทั้งเป็น
“คุณหมายความว่ายังไง” ฉันเค้นเสียงถาม พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้ชายเสื้อสูท ความมั่นใจตลอดสามปีที่ผ่านมาพังทลายลงในพริบตา เมื่อนึกถึง ‘ธันวา’ คนที่ฉันไว้ใจให้ถือกุญแจทุกดอกของโปรเจกต์นี้
คิริลเดินก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหินอ่อนสลักลาย เขาไม่ได้สวมสูทเต็มยศเหมือนทุกครั้ง แต่เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งที่ขยับไหวตามจังหวะการเดิน แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีดโกนที่จ้องจะกรีดลึกลงบนผิวเนื้อของเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุด
“คนใกล้ตัว... คนที่อยู่ข้างกายคุณมาสามปี คนที่อาสาจัดการเอกสารทุกอย่างแทนคุณเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้อง ‘เหนื่อย’ จนเกินไป” เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ระยะห่างระหว่างเราน้อยจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขา “ธันวาไม่ได้แค่รักงานที่คุณทำหรอกนะรินรดา แต่เขา ‘รัก’ ที่จะทรยศคุณให้ฉันเห็น... เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวของอำนาจที่ฉันหยิบยื่นให้”
ฉันรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ความจริงที่เพิ่งถูกเฉลยเปรียบเสมือนการถูกหักหลังซ้ำซ้อน แต่ทว่า... สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือแววตาที่คิริลใช้จ้องมองมายังฉัน มันไม่ใช่แววตาของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า แต่มันคือแววตาของสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย
“ทำไมต้องเป็นฉัน...” ฉันถามเสียงพร่า
คิริลยกนิ้วขึ้นเชยคางของฉันบังคับให้สบตา แรงบีบจากนิ้วแข็งกร้านนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันให้ความรู้สึกราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราแตะกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวแก้มของฉัน “เพราะแบบแปลนนั้นมันไร้ค่าเมื่อเทียบกับตัวคุณ รินรดา... ตึกที่ไม่มีเงา ก็เหมือนกับผู้หญิงที่ไม่มีเจ้าของ ผมถึงต้องสร้างเงาให้คุณ... ด้วยตัวผมเอง”
เขาดันตัวฉันจนถอยหลังไปชนกับผนังกระจกบานยักษ์ที่เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง แต่นั่นยิ่งทำให้ที่นี่ดูเหมือนกรงขังลอยฟ้าที่ไม่มีทางหนีรอด คิริลทาบฝ่ามือลงบนกระจกทั้งสองข้าง กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนที่ทรงพลังและร้อนแรง
“คุณจะทำอะไร” ฉันถามพลางขยับตัวหนี แต่เขากลับยิ่งโน้มตัวเข้าหา แรงกดดันจากร่างกายกำยำของเขาสร้างความปั่นป่วนให้หัวใจฉันอย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่ความหวาดกลัว... แต่มันคือความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางวิกฤต
“ทำในสิ่งที่สถาปนิกควรทำกับผลงานชิ้นเอก...” นิ้วของเขาเลื่อนไล้จากคางลงมาที่ลำคอระหง ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนื้อแผ่วเบาจนฉันขนลุกเกรียว “คุณออกแบบตึกให้คนอื่นอยู่ แต่คราวนี้... ผมจะออกแบบร่างกายคุณ ให้เป็นอาณาจักรที่ผมครอบครองแต่เพียงผู้เดียว”
คิริลโน้มลงมาประทับจูบที่ข้างหู เสียงกระซิบพร่าของเขาทำให้สติฉันขาดผึ่ง “ถอดมันออกซะ... รินรดา หรือจะให้ผมเป็นคนจัดการเอง?”
มือหนาของเขาเริ่มขยับไปที่กระดุมเสื้อสูทของฉัน ปลายนิ้วสัมผัสผิวหนังผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจ ความรุ่มร้อนของเขาส่งผ่านเข้ามาจนฉันรู้สึกเหมือนจะหลอมละลาย ความโกรธแค้นที่มีต่อธันวาถูกแทนที่ด้วยแรงอารมณ์ที่คิริลเป็นผู้จุดชนวน มือของฉันที่ตั้งใจจะผลักอกเขาออก กลับเผลอจิกเกร็งไปที่หัวไหล่กว้างของเขาอย่างไม่อาจควบคุม
“คุณมันปีศาจ... คิริล”
“และคุณก็คือสถาปนิกที่วาดฝันถึงปีศาจมาตลอด... ยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็ต้องการให้ผมทำลายทุกอย่างที่คนคนนั้นสร้างไว้ เพื่อเริ่มต้นใหม่บนร่างกายนี้น่ะ”
คิริลเปลี่ยนจากจูบแผ่วเบาเป็นความเร่าร้อนที่รุกล้ำ ลิ้นหนาแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานในโพรงปากอย่างจาบจ้วง มือของเขาลากไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าของฉันอย่างชำนาญการ ราวกับกำลังวัดขนาดพื้นที่เพื่อสร้างวิมานแห่งความใคร่ ความอดทนที่ฉันพยายามสร้างเป็นกำแพงป้องกันตนเองกำลังพังทลายลงทีละน้อย ภายใต้อำนาจของวิศวกรผู้ถือครองอาณาจักรสีเลือดคนนี้
เมื่อมือของเขาปลดตะขอเสื้อในด้านหลังออก ลมหายใจของฉันก็สะดุดกึก ร่างกายที่ถูกเปิดเผยต่อหน้าเขาสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนไม่อาจปฏิเสธ คิริลถอยออกเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องมองลงมาด้วยความลุ่มหลงที่น่าสะพรึงกลัว ก่อนที่เขาจะช้อนตัวฉันขึ้นในอ้อมแขน เดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใจกลางเพนต์เฮาส์
ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะวางฉันลงบนผืนผ้าห่มที่เย็นเยียบ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของคิริลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขัดจังหวะขึ้น เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความบนหน้าจอนั้นทำให้เขานิ่งไป และสิ่งที่เขาพูดออกมาประโยคต่อมา กลับทำให้ฉันถึงกับหัวใจหล่นวูบ
“ธันวาไม่ได้แค่ทรยศคุณเพื่ออำนาจหรอก รินรดา... แต่เขาเพิ่งส่งพิกัดที่ซ่อนตัวของ ‘คนรักเก่า’ ที่คุณตามหามาตลอดสามปีให้กับศัตรูของผม”
คิริลหันกลับมามองฉัน ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความต้องการกลับฉาบด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่ากลัวกว่าเดิม “เอาล่ะ... เลือกว่าคุณจะให้ผม ‘จัดการ’ เขาให้ตาย หรือจะลงไปกราบเท้าขอชีวิตให้เขาด้วยร่างกายของคุณเองตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป?”
กุหลาบอาบแสงจันทร์หวังว่าตอนที่สองจะทำให้รี้ดทุกท่านใจสั่นไปพร้อมกับรินรดานะคะ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถือครองอาณาจักรสีเลือด•ตอนที่ 2
ในอุ้งมือปีศาจ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถือครองอาณาจักรสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
