กลิ่นอับชื้นของกระดาษหนังสือพิมพ์ยุคเจ็ดสิบและกลิ่นเหม็นหืนของน้ำมันก๊าดตีรวนขึ้นมาแตะนาสิก ปลุกสติสัมปชัญญะของหลินเหม่ยอิงให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานราวกับข้ามผ่านห้วงมหรรณพแห่งกาลเวลา
ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดพู่กันเขียนฎีกาสะเทือนบัลลังก์มังกร บัดนี้กลับสวมทับด้วยถุงมือผ้าฝ้ายหยาบกระด้าง เนื้อผ้าสากระคายเคืองผิวจนนางต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่คุ้นชิน
"เหม่ยอิง! นั่งเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้น! หัวหน้าหน่วยตรวจการณ์กำลังจะเดินตรวจแปลงนาแล้ว ถ้าเจ้ายังมัวแต่นั่งอู้งานแบบนี้ โควตาแป้งหมี่ของบ้านเราเดือนนี้ได้ปลิวหายไปครึ่งหนึ่งแน่!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้จ้าวแผดดังขึ้น พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่จนร่างระหงเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับโคลนตมเบื้องล่าง หญิงสาวกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยววาดจันทร์มองสำรวจรอบกาย ทุ่งนาเวิ้งว้างกว้าง ภูเขาหัวโล้นที่ถูกถางจนเตียนโล่ง และบ้านดินมุงแฝกทรุดโทรม
นี่มิใช่ตำหนักอี้คุนอันโอ่อ่าประดับด้วยมุกราตรีและควันกำยานหอมกรุ่น... นี่คือยุคสมัยอันปั่นป่วนวุ่นวายที่ผู้คนต่างสวมชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าและสีน้ำเงินกรมท่าอย่างไร้ชีวิตชีวา
หลินเหม่ยอิงสูดลมหายใจเข้าลึก3มิติ นางพยายามกดข่มความสับสนระคนตกใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำนิ่งไหลลึก สมองอันปราดเปรื่องที่ผ่านศึกชิงอำนาจในราชสำนักมานับไม่ถ้วนกำลังประมวลผลสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรวดเร็ว ข้อมูลความทรงจำแปลกปลอมที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวบอกนางว่า ร่างนี้คือหญิงสาวชาวนาผู้หนึ่งในยุค 70 ที่เพิ่งตกคูน้ำข้างนาจนหมดสติไป และฟื้นขึ้นมาพร้อมกับวิญญาณของอดีตกุนซือหญิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าหลี่
"ข้าทราบแล้วค่ะ ป้าสะใภ้" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าราบเรียบไร้ระลอกคลื่น สรรพนามและสำเนียงการพูดที่ผิดแปลกไปชั่วขณะทำให้ป้าสะใภ้จ้าวชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง
"วันนี้เจ้าดู... แปลกไปนะ นังเด็กนี่ หรือว่าน้ำในคูจะเข้าสมองจนเพี้ยนไปแล้ว?" ป้าสะใภ้จ้าวหรี่ตามองพิจารณาเรือนร่างอรชรที่แม้จะสวมชุดผ้าฝ้ายหยาบสีทึบ ทว่าท่าทางการยืน การเชิดคางขึ้นเล็กน้อย และประกายในดวงตาคู่นั้น... ช่างสง่างามน่าเกรงขามเสียจนผู้ใหญ่วัยกลางคนยังต้องผวาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
หลินเหม่ยอิงมิได้ตอบคำ นางเพียงก้มลงมองมือของตนเองที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการทำงานหนัก รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบดั่งกลีบเหมย
*สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก... ส่งกุนซือผู้กุมชะตาแผ่นดินมาเกิดใหม่ในยุคสมัยที่ข้าวก้นบาตรยังต้องใช้คูปองแลกเช่นนี้กระนั้นหรือ? แผ่นดินนี้กำลังเปลี่ยนผ่าน ผู้คนกำลังหลงทางท่ามกลางพายุหมุนแห่งการปฏิรูป แต่มันผู้ใดเล่าจะรู้ว่า... หมากกระดานนี้ แท้จริงแล้วผู้ใดเป็นผู้ถือหาง*
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงพูดคุยเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่คันนาเบื้องหน้า ขบวนของคณะกรรมการหมู่บ้านนำโดยผู้ใหญ่บ้านและชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวเข้มผู้หนึ่งกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อย
ดวงตาคมกริบของหลินเหม่ยอิงเงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาของชายหนุ่มผู้ก้าวเดินมาเป็นผู้นำขบวน หัวใจที่เคยนิ่งสงบมารอด2ภพชาตกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจในยามวิกาล
บุรุษผู้นั้น...
ใบหน้าคมสันราวกับสลักจากหินหยก สูงสง่าและแผ่รังสีความเยือกเย็นดุร้ายออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบสายตา โครงหน้าและสันจมูกโด่งเป็นสันนั้นถอดแบบมาจาก... ท่านอ๋องเฉินเฟยหลง มหาอำมาตย์ผู้เหี้ยมโหดในอดีตชาติไม่มีผิดเพี้ยน!
ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงทันที ราวกับรับรู้ถึงสายตาที่จดจ้องมองมา เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีมายังร่างของหลินเหม่ยอิง ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันกลางลมหนาวที่พัดโชย ปฏิกิริยาเคมีอันตรายระเบิดขึ้นในอากาศอย่างไร้เสียง
ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะทันได้เอ่ยปากแนะนำบุตรชายของผู้ทรงอิทธิพลประจำคอมมูนแห่งนี้ ชายหนุ่มร่างสูงกลับก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าหลินเหม่ยอิง รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนป้าสะใภ้จ้าวตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
"เธอ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่นปนสำเนียงเมืองหลวงอันคุ้นหูอย่างประหลาด "เมื่อครู่นี้... เธอเรียกฉันว่าอย่างไรนะ?"
หลินเหม่ยอิงมิได้ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่หญิงชาวนาวัยยี่สิบปีพึงมี
"ท่านอ๋อง..." นางกระซิบแผ่วเบาด้วยภาษาโบราณที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอย่างไม่ตั้งใจ ทว่าดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของคนทั้งสอง "เรา... พบกันอีกแล้วนะคะ"
สิ้นเสียงกระซิบนั้น แววตาของชายหนุ่มก็หรี่แคบลงอย่างอันตราย ประกายไฟแห่งความทรงจำบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ห้วงเวลาอันยาวนานระเบิดวาบขึ้นในแววตาของเขา เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงไซเรนรถจี๊ปทหารก็ดังแผดก้องทะลุผ่านม่านหมอกยามเย็น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในเครื่องแบบทหารยศสูงผู้หนึ่งที่ก้าวกระโดดลงมาจากรถ พร้อมกับซองเอกสารลับตราครั่งสีแดงสดในมือที่ถูกชูขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนแรกนี้นะคะ
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 1
หวนคืนใต้เงาอดีต
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!