หย่าขาดจากความทรงจำที่คุณลืมเลือน•ตอนที่ 1

ห่างไกลแต่ใกล้ชิด

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องบอล룸หรูหราระดับห้าดาวดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ราวกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าใส่แนวปะการังที่แข็งแกร่ง แสงไฟจากสปอตไลท์ดวงใหญ่สาดส่องลงไปยังเวทีกลางห้อง ทว่า... ไม่มีสิ่งใดในห้องนี้ดึงดูดสายตาของศิลาได้เท่ากับร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ยืนสง่าอยู่เบื้องหน้า "ศิลา... คุณฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ" เสียงกระซิบเตือนจากเลขาฯ หนุ่มข้างกายไม่ได้เข้าโสตประสาทของประธานกรรมการบริหารแห่งศิลาห์ กรุ๊ป เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาและเรียบเฉยกำลังจ้องเขม็งไปยังผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เขาคิดว่าได้ลบเลือนออกไปจากสารบบความทรงจำตั้งแต่วันที่แพทย์วินิจฉัยว่า สมองส่วนที่กระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน ทำให้เขา ‘สูญเสีย’ ความทรงจำช่วงห้าปีที่ผ่านมาไปตลอดกาล ช่วงห้าปีที่เขามีภรรยา... ช่วงห้าปีที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจของใครบางคนอย่างไร้ความปรานี รินรดาไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาดุดันคู่นั้น เธอกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของศิลาอย่างจงใจ แววตาของเธอในยามนี้ไม่มีความอ่อนแอ หรือผู้หญิงซอมซ่อคนที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็น ‘คู่แข่ง’ ทางธุรกิจที่น่ากลัวที่สุด... ในฐานะผู้นำทัพโปรเจกต์ระดับแสนล้านจากบริษัทคู่แข่งที่กำลังจะมาแย่งชิงเค้กก้อนโตไปจากมือเขา "ขอต้อนรับคุณรินรดา ตัวแทนจากลูเมน ดีไซน์ แอนด์ เทคโนโลยี ที่จะมานำเสนอวิสัยทัศน์ในโปรเจกต์ร่วมทุนครั้งนี้ค่ะ" พิธีกรสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น รินรดาก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างมั่นใจ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความหายนะของศิลา ทุกย่างก้าวของเธอดึงดูดทุกสายตาในห้องประชุมใหญ่ให้หยุดนิ่ง ศิลากลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความคุ้นเคย... ความเจ็บปวด... และความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดสองปีเต็ม นับตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็นโสดและร่ำรวยมหาศาล "สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน..." น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังก้องกังวานผ่านไมโครโฟน รินรดากวาดสายตามองผู้ร่วมงานทุกคน ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะหยุดนิ่ง สบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมของศิลาที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด เธอยิ้มให้เขา... รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ รอยยิ้มที่ประกาศสงครามอย่างชัดเจน "โปรเจกต์ ‘The Phoenix’ ที่ทางลูเมนนำเสนอในวันนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างตึกหรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ธรรมดาค่ะ แต่มันคือการชุบชีวิต... จากเถ้าถ่านของความล้มเหลว จากซากปรักหักพังของสิ่งที่ใครบางคน... เคยคิดว่ามันไร้ค่าและตัดสินใจทิ้งมันไปอย่างไร้เยื่อใย" ประโยคหลังเธอมุ่งตรงมาที่เขา น้ำเสียงนั้นเจือความเย้ยหยันที่สัมผัสได้เพียงสองคน ศิลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความรู้สึกอึดอัดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความทรงจำสีเทาที่แพทย์บอกว่าสูญหายไป พยายามจะกรีดร้องแทรกตัวขึ้นมาในหัวสมองจนเขาปวดขมับแปลบ แต่เขาต้องสะกดกลั้นมันไว้ภายใต้ใบหน้าอันเย็นชาที่เป็นเกราะกำบังมาตลอด ตลอดการนำเสนอโปรเจกต์ ศิลาแทบไม่ได้ยินรายละเอียดทางธุรกิจเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่สะท้อนอยู่ในหัวของเขามีเพียงน้ำเสียง ท่าทาง และแววตาอันทรงพลังของรินรดา ผู้หญิงที่เอกสารการหย่าระบุว่า เป็นแค่อดีตภรรยาที่เขาเคยเซ็นชื่อหย่าให้อย่างไม่ไยดีในวันที่เธอเอ่ยปากขอแยกทาง หลังสูญเสียลูกในท้องไปพร้อมกับความศรัทธาในตัวเขา... เขาลืม... เขาจำเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาไม่ได้เลยสักนิด ยกเว้นความรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเธอ เมื่อการนำเสนอสิ้นสุดลง เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาโค้งศีรษะให้ผู้ฟังอย่างสง่างาม ก่อนจะเดินลงจากเวที สายตาของเธอมุ่งตรงมายังโต๊ะที่ศิลานั่งอยู่ราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด ศิลารีบลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ขายาวก้าวเข้าไปขวางทางเธอก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตูห้องบอลรูม "รินรดา..." ศิลาเอ่ยเรียกชื่อนั้นออกมาเป็นครั้งแรกในรอบสองปี เสียงของเขาแหบพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ รินรดาหยุดเดิน เธอมองหน้าอดีตสามีด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความรัก ความแค้น หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด "ยินดีด้วยนะคะคุณศิลา ที่โปรเจกต์นี้เราจะได้ร่วมงาน... หรือพูดให้ถูกคือ เราจะได้แข่งขันกันอย่าง ‘สมน้ำสมเนื้อ’ สักที" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และห่างเหิน "เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ศิลาเอ่ยเสียงต่ำ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็ก แต่รินรดาชักมือกลับอย่างรวดเร็วกราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส "เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันทั้งนั้นค่ะ ยกเว้นเรื่องงาน... อ้อ และถ้าคุณศิลากำลังจะพูดถึงเรื่องอดีต ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่า ความทรงจำที่หายไปของคุณ ไม่ใช่ธุระอะไรที่ฉันจะต้องช่วยรื้อฟื้น" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองเขาด้วยสายตากดต่ำ "จำไม่ได้... ก็แปลว่ามันไม่สำคัญพอที่จะจดจำ ไม่ใช่หรือคะ?" คำพูดของเธอบาดลึกเข้ากลางใจของศิลา ราวกับมีใบมีดคมกริบกรีดลงบนเนื้อสดๆ ผู้ชายที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนอย่างศิลา กลับรู้สึกราวกับตัวเองเป็นแค่เด็กชายตัวเล็กๆ ที่ไร้ทางสู้ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ "คุณเปลี่ยนไปมาก..." ศิลาเค้นเสียงพูดออกมาได้แค่นั้น "คนเราถ้ายังอยู่ที่เดิม... ก็คงโง่เต็มทีแล้วล่ะค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินจากไป "เดี๋ยวก่อน!" ศิลาเอื้อมมือไปคว้าแขนเธอไว้ได้ทันในจังหวะที่เธอหันหลัง รินรดาชะงัก หันกลับมามองด้วยแววตาคมกริบที่พร้อมจะฟาดฟัน แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสๆ ของเด็กชายวัยประมาณสามขวบก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของรินรดา "คุณแม่ครับ... คุณน้าใจร้ายคนนี้เป็นใครเหรอครับ ทำไมต้องมาจับแขนคุณแม่ด้วย?" ศิลาชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อก้มสายตาลงมองตามเสียงนั้น ดวงตาสีดำสนิทคู่โตของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่หลังชายสูทของรินรดา กำลังจ้องมองมาที่เขา... ดวงตาคู่นั้น... ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กๆ ใต้หางตาข้างขวา มันถอดแบบมาจากกระจกเงาที่สะท้อนภาพของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายจะพังทลายลงมาตรงหน้า เมื่อความจริงอันโหดร้ายและคำโกหกตลอดสองปีถูกกระชากหน้ากากออกในวินาทีนี้เอง ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนผลงานของ "กระจกเงาสะท้อนใจ" ด้วยเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดจากความทรงจำที่คุณลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%