หย่าขาดจากความทรงจำที่คุณลืมเลือน•ตอนที่ 2

คนแปลกหน้าในความทรงจำ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นไอฝนจางๆ ยังคงอบอวลอยู่รอบกาย รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกใสบานใหญ่ แววตาคู่คมที่เคยเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้เมื่อสองปีก่อน บัดนี้กลับราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความเย็นชาที่ถูกเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มอย่างมืออาชีพ เสียงลมหายใจของศิลาสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด ชายหนุ่มรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยหมุดเหล็ก ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดเข้ารูปชะงักง้าง ดวงตาคมกริบทอประกายความสับสนระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่เคยตวัดเซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับเผลอกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด "คุณ..." ศิลาเปล่งเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น ลำคอของเขาราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น ความทรงจำสีเทาจางๆ ที่แพทย์เคยเตือนว่าอาจมีหลงเหลือจากการกระทบกระเทือนทางสมองเมื่ออุบัติเหตุครั้งใหญ่ พยายามกรีดร้องเตือนสติเขาว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า... เธอคือคนที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้โดยไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำเมื่อสองปีก่อน "แปลกใจอะไรหรือคะคุณศิลา หรือว่าความจำที่แพทย์บอกว่าสูญหายไป... หายไปแม้กระทั่งวิธีจดจำอดีตภรรยาที่ตัวเองเป็นคนผลักไสไล่ส่งกันแน่" รินรดายกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อทีละน้อย ศิลาขยับตัวก้าวเข้าไปใกล้เธอโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณบางอย่างในกายส่งเสียงเตือนภัย ทว่าหัวใจข้างอกซ้ายกลับเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ ความรู้สึกวูบไหวประหลาดแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกครั้งที่สบตากับดวงตาสีนิลคู่นั้น เขารู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่ตัวเองเป็นคนขุดไว้เมื่ออดีต ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจหาคำอธิบาย—ความรู้สึกโหยหาอย่างรุนแรงทั้งที่สมองส่วนเหตุผลบอกว่าเธอเป็นเพียง 'ดีไซเนอร์คนใหม่' ที่บริษัทจ้างมา "รินรดา..." เขาเผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมา เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน ความรู้สึกเจแปลบแล่นริ้วขึ้นที่ขมับ ราวกับสมองกำลังพยายามฝืนดึงลิ้นชักความทรงจำที่ถูกล็อกกุญแจไว้ออกมาฝืนเปิด "ดิฉันชื่อรินค่ะ คุณศิลา... ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ กรุณาเรียกให้ถูกต้องด้วยนะคะ" เธอแก้คำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใย ก่อนจะก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างถือตัว ท่าทีที่ห่างเหินและเย่อหยิ่งนี้ ยิ่งทำให้ศิคารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉานอย่างแรง ตลอดสองปีที่ผ่านมา ศิลาใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองและความสำเร็จ เขามีผู้หญิงมากมายวิ่งเข้าหา มีชื่อเสียงและอำนาจที่พร้อมจะบงการทุกสิ่ง ทว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนเคยทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากระตุกวูบได้เพียงแค่การสบตา ยิ่งเห็นความเยือกเย็นและแววตาที่มองเขาเหมือนคนแปลกหน้าอย่างแท้จริง ความกระหายที่จะเอาชนะและความรู้สึกผิดลึกๆ ก็ยิ่งตีรวนกันจนปั่นป่วน "คุณกลับมาทำไม..." ศิลาเค้นเสียงถาม ร39กประชิดตัวเข้าไปอีกก้าว กลิ่นอายความเป็นผู้นำและความกดดันแผ่ซ่านรอบตัว แต่รินรดากลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม "โลกธุรกิจมันกว้างเสียที่ไหนล่ะคะ คุณศิลา... ดิฉันแค่กลับมาทวงคืนในสิ่งที่ควรจะเป็น และมาดูให้เห็นกับตาว่า... คนที่เคยบอกว่าดิฉันไม่มีค่าอะไรในชีวิตเขา ในวันที่สูญเสียความทรงจำไปครึ่งซีก จะยังคงมีความยิ่งAหยงเหลืออยู่สักแค่ไหน" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขารู้สึกโกรธที่เธอกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ในขณะเดียวกัน... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงจนน่าหงุดหงิด ทุกอิริยาบถ ทุกคำพูด และความเย็นชาของเธอ กำลังสั่นคลอนรากฐานความมั่นคงในชีวิตที่เขาสร้างมาตลอดสองปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ศิลายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นเพื่อถามความจริงบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสโดนผิวเนื้อของเธอ เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันน่าอึดอัดขึ้นเสียก่อน ก๊อก... ก๊อก... "ท่านประธานคะ เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่พร้อมแล้ว... เอえ ขอโทษค่ะ ดิฉันรบกวนเวลาหรือเปล่าคะ" เลขาสาวผลักประตูเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นบรรยากาศระอุระหว่างเจ้านายหนุ่มกับดีไซเนอร์สาวคนใหม่ ศิลาชักมือกลับอย่างหัวเสีย เขาเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนแววตาสับสนวุ่นวายของตนเอง "วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไปก่อน" "ค่ะ ท่านประธาน" เลขารีบวางแฟ้มแล้วถอยหลังออกจากห้องไปอย่างรู้กาลเทศะ รินรดาปรายตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ซ่อนความร้ายกาจไว้ภายใน "ดูเหมือนคุณจะมีงานต้องทำสินค้านะคะ งั้นดิฉันขอตัวก่อน หวังว่าการร่วมงานของเราต่อจากนี้ จะทำให้คุณศิลา... นอนหลับเต็มตื่นขึ้นบ้าง ไม่ใช่ต้องฝันร้ายถึงเรื่องที่คุณจำไม่ได้แบบนี้" พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินนิ่มนวลออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้ศิลายืนกำมือแน่นอยู่ลำพัง ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มกัดกินความรู้สึกของเขา ทีละนิด... ทีละนิด ทว่า... ในขณะที่รินรดาก้าวเดินพ้นประตูห้องทำงานใหญ่มาได้เพียงไม่กี่ก้าว สายตาของเธอกลับต้องสะดุดเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยขวบเศษ ที่กำลังยืนเกาะชายกระโปรงของพี่เลี้ยงเด็กอยู่ที่มุมทางเดินยาว เด็กชายคนนั้นมีดวงตากลมโตเป็นประกายและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์มาจากศิลาอย่างไร้ที่ติ... และในวินาทีนั้นเอง เสียงเล็กใสก็เอמהขึ้นท่ามกลางความเงียบ "หม่ามี๊ฮะ... คุณปะป๊า ดุหม่ามี๊หรือเปล่าฮะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้นะคะ ---
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดจากความทรงจำที่คุณลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%