เสียงฝีเท้าและเสียงสนทนาที่ดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟเมื่อครู่ ถูกกลืนหายไปกับความเงียบงันอย่างรวดเร็ว เมื่อแขกผู้มาเยือนยังไม่ทันก้าวพ้นขอบประตูขึ้นมาบนดาดฟ้า เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธนัชมือปราบตึกเก่าก็สั่นครืดคราดขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มปรายตามองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกดตัดสายอย่างไม่ไยดี แล้วเบนสายตากลับมาจดจ้องร่างโปร่งของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายอยู่ตรงหน้า
"ดูเหมือนคุณจะชอบสร้างความตื่นเต้นให้ผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ คุณกรณิศ"
ธนัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะคว้าไม้บรรทัดมาฟาดหน้าผากสักที สองมือของเขาล้วงกระเปังกางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย ต่างจากกรณ์ที่ตอนนี้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
"ถ้าสมองของคุณยังมีรอยหยักมากพอที่จะจำได้ ผมบอกคุณเป็นรอบที่สิบแล้วว่าผมชื่อกรณ์ ไม่ใช่คุณกรณิศ และที่สำคัญ..." กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่ายครึ่งก้าว เชิดคางขึ้นสบตาคมก్రిบอย่างไม่เกรงกลัว "ดาดฟ้าตรงนี้เป็นพื้นที่ทำงานของผมในช่วงรีโนเวต ถ้าคุณไม่มีเรื่องงาน กรุณาไสหัวลงไปข้างล่างครับ"
วาจาเชือดเฉือนพ่นออกมาอย่างไม่ไว้หน้า แต่ธนัชกลับไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคือง ซ้ำร้ายแววตาคู่คมคายนั้นยังพินิจพิจารณาริมฝีปากบางที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าการรำคาญ
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้... สงสัยกาแฟแก้วโปรดเมื่อเช้าคงยังไม่ตื่นตาตื่นใจพอสินะครับ" ธนัชแกล้งเอ่ยพาดพิงถึงแก้วกาแฟที่ตนเพิ่งวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
กรณ์ชะงักไปนิด ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะในเกม
"อ๋อ... กาแฟที่คุณอุตส่าห์ 'กรุณา' เอามาวางประจานไว้บนโต๊ะผมน่ะเหรอครับ?" กรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่ากรุณาเสียจนน่าหมั่นไส้ "ผมชิมแล้วนะ... รสชาติแย่ยิ่งกว่าน้ำล้างจานเสียอีก แต่เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจคนหวังดี (ที่หวังร้าย) ผมเลยจัดการ 'สงเคราะห์' มันลงถังขยะไปเรียบร้อยแล้วครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประตูกระแสไฟฟ้าสถิตพุ่งเข้าใส่กันปะทุเปรี๊ยะ กรณ์ลอบยิ้มสะใจในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบนมุมปากของเจ้าของตึกกระตุกวูบ ทว่าธนัชกลับไม่ได้แสดงอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างที่คาดคิด ชายหนุ่มเพียงแค่หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์เสียจนสถาปนิกหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เสียดายแย่เลยนะครับ..." ธนัชก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกรณ์ต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "เพราะกาแฟแก้วนั้น ผมตั้งใจชงเองกับมือ เพื่อให้คุณ 'ตื่นตัว' กับงานชิ้นใหม่โดยเฉพาะ... แต่ในเมื่อคุณใจร้ายเทมันทิ้งเสียแล้ว ผมก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้คุณตื่นตัวยิ่งกว่าเดิม"
"คุณหมายความว่า..."
ธนัชไม่รอให้กรณ์ได้ถามจบ เขาหยิบแท็บเล็ตเครื่องหรูออกจากมือมาถือไว้เอง ก่อนจะกดปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นมาตรงหน้าสถาปนิกหนุ่ม
"โปรเจกต์ปรับปรุงโครงสร้างฐานรากโซน B และผังงานระบบท่อทั้งหมดที่ผมเพิ่งคุยกับวิศวกรโครงสร้างเมื่อคืนนี้ มีจุดที่ต้องแก้ไขด่วนสิบสามจุด และเนื่องจากคุณเป็นสถาปนิก 'มือหนึ่ง' ที่ปากเก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา..." ธนัชเว้นจังหวะ ปรายตาคมกริบมองไล่ตั้งแต่เรือนร่างระหงขึ้นไปสบตาตรงๆ "ผมหวังว่าเอกสารฉบับนี้พร้อมแบบร่างแก้ไขทั้งหมด จะวางอยู่บนโต๊ะทำงานผมก่อนพระอาทิตย์ตกดินนะครับ"
กรณ์ก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตที่มีตัวเลขและรายการแก้ไขยาวเป็นหางว่าว สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ส่งยิ้มกวนประสาทกลับมาให้ สมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่มันไม่ใช่แค่การแก้แบบธรรมดา แต่มันคืองานช้างที่ต่อให้ไม่ได้นอนสามวันก็แทบจะไม่เสร็จ!
"ไอ้... ไอ้หน้าเลือด!" กรณ์หลุดคำสบถออกมาอย่างเหลืออด มือเรียวยื่นไปชิงแท็บเล็ตคืนมาด้วยความโมโห "นี่คุณแกล้งผมใช่ไหม? งานตั้งกองเป็นภูเขาเลากาแบบนี้ ใครจะไปทำทันวะครับ!"
"ผมไม่ได้แกล้งครับ ผมแค่กำลังมอบหมาย 'หน้าที่' ให้หัวหน้าสถาปนิกทำตามสัญญาจ้าง" ธนัชตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนประสาทเสีย "อ้อ... แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกาแฟนะ เดี๋ยวผมจะสั่งให้เลขาเอาเอสเพรสโซช็อตคู่แบบเข้มข้นถึงใจมาเสิร์ฟให้คุณถึงโต๊ะ เพื่อที่คุณจะได้มีแรง 'ปั่นงาน' จนสว่างคาตาไงครับ"
"ผมไม่เอา! ผมไม่ทำ!" กรณ์ประกาศกร้าว เชิดหน้าขึ้นปฏิเสธอย่างหัวเด็ดตีนขาด "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผมเพิ่มเติมนอกเหนือจากสัญญาหลัก!"
"ในสัญญาข้อที่สิบเอ็ดระบุไว้ชัดเจนนะครับว่า สถาปนิกต้องให้ความร่วมมือในการปรับแก้แบบตามความเหมาะสมที่เจ้าของโครงการร้องขอ..." ธนัชโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ทำเอาสถาปนิกปากเก่งถึงกับชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ "...และตอนนี้ ผมก็กำลังร้องขออยู่ครับ คุณกรณิศ"
ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามทำให้หัวใจของกรณ์เต้นรำผิดจังหวะอย่างน่าโมโห กลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มผสมกับกลิ่นบุรุษเพศทำเอาสติที่เคยกระเจิงไปหมดกลับมารวมตัวกันยากยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวสูงกว่าอย่างจะเอาเรื่อง แต่กลับต้องติดกับดักในแววตาสีเข้มที่กำลังพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากของเขาด้วยความหมายชวนวาบหวิว
"ถอยไปนะ..." กรณ์เอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่ธนัชกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ซ้ำยังเอื้อมมืออีกข้างมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ
สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับท่าทือกวนประสาทเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ทำเอาบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ดังแข่งกัน ทว่าในจังหวะที่หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกำลังจะเต้นหลุดออกจากอก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงประตูดดาดฟ้าที่ถูกผลักเปิดออกกว้างอีกครั้ง ก็ทำลายมนต์สะกดนั้นลงในพริบตา!
"คุณธนัชคะ! อยู่นี่เอง ฉันให้คนตามหาทั่วตึก... อ้าว ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวผู้มาใหม่ดังแทรกขึ้นมาทันที กรณ์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกธนัชให้ออกห่างอย่างแรงจนเกือบเซถลา ก่อนจะหันไปมองผู้มาเยือนด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเคอะเขินปนหงุดหงิด
หญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง ดีกรีทายาทนักลงทุนรายใหญ่ที่กำลังจะมาร่วมทุนโปรเจกต์นี้กำลังยืนยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่ตรงขอบประตู พร้อมกับสายตาที่มองสำรวจความชิดใกล้ของพวกเขาทั้งสองด้วยความสนใจใครรู้
ธนัชถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดายช่วงเวลาเมื่อครู่ เขากลับมายืนตัวตรงด้วยท่าทีนิ่งขรึมดังเดิม ปรายตามองแขกผู้มาใหม่แวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ
"ไม่มีอะไรครับคุณรสา... พอดีผมกำลังคุย 'งานสำคัญ' กับสถาปนิกคนเก่งของตึกนี้อยู่พอดี"
กรณ์ลอบกัดฟันกรอด ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนหน้าตายที่ลอยหน้าลอยตาพูดจาส่อเสียดได้หน้าตาเฉย ก่อนจะรีบหันหลังเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกไปทางบันไดหนีไฟเพื่อตัดปัญหา แต่ทว่า...
"เดี๋ยวก่อนครับ คุณกรณิศ" เสียงทุ้มต่ำรั้งไว้ทันที "ก่อนจะไป... คุณลืมของสำคัญอีกอย่างแล้วนะ"
กรณ์หยุดเดินแต่ไม่หันกลับมา "อะไรอีกเล่าครับ!"
"เบอร์โทรส่วนตัวของผมในแท็บเล็ตเครื่องนั้น... เมมไว้หรือยังครับ? เผื่อดึกๆ คุณคิดถึงงานแล้วอยากโทรมาปรึกษาผม 'เป็นการส่วนตัว' ผมยินดีรับสายตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ"
คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาไล่หลัง ทำเอาสถาปนิกหนุ่มเกือบจะสะดุดขั้นบันไดล้มคว่ำด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักของพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกหน้าตาย•ตอนที่ 3
สงครามกาแฟตอนเช้า
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!