สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกหน้าตาย•ตอนที่ 1

แปลนพังกับคนหน้าตาย

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กดังสนั่นลั่นห้องประชุมกระจกใส ยี่ห้อแบรนด์เนมราคาแพงของโต๊ะไม้โอ๊กแท้เกือบจะมีรอยร้าว ถ้าเจ้าของมือที่ฟาดลงไปไม่ได้ยั้งแรงไว้ที่เสี้ยววินาทีสุดท้ายพอดี "นี่มันหมายความว่ายังไงครับ คุณธนัช!" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้นุ่มนวลชวนฝัน แต่มันคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ กรณิศ หรือที่ใครต่อใครในวงการสถาปนิกต่างขนานนามให้ว่า 'ปีศาจปากกรรไกร' ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววหยิ่งทะนง ตอนนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะเผาคนตรงหน้าให้กลายเป็นจุล ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังกระดาษแผ่นยักษ์ที่ถูกกางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเต็มไปด้วยรอยปากกาเมจิกสีแดงขีดฆ่าทับลายเส้นแปลนอาคารโบราณที่เขาใช้เวลานอนคิดหัวฟูอยู่สามเดือนเต็ม "ตรงนี้... เส้นแกนหลักของโครงสร้างตึกเก่าเนี่ยนะที่คุณสั่งให้รื้อทิ้ง? คุณเอาสมองส่วนไหนคิดครับ ถึงอยากจะเปลี่ยนห้องโถงตึกวินเทจให้กลายเป็นฟิตเนสกระจกใสติดไฟนีออนสีม่วงตุ่นๆ แบบนี้? นี่มันสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกอายุเจ็ดสิบปีนะครับ ไม่ใช่ผับบาร์เกรดบีแถวทองหล่อ!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ... ธนัช เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และทายาทตึกเก่าแก่ตระกูลดัง ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวนรูปสลักไม่มีแม้แต่รอยย่นบนหน้าผาก ดวงตาคมกริบสีนิลมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองเด็กน้อยเอาแต่ใจกำลังอาละวาดเพราะไม่ได้ของเล่นที่ถูกใจ ชายหนุ่มค่อยๆ วางปากกาในมือลง ช้าๆ และนิ่งสงบ "ผมจ้างคุณมาปรับปรุงตึก เพื่อให้มันทำเงินได้สูงสุดในยุคปัจจุบัน... ไม่ได้จ้างให้มาสร้างพิพิธภัณฑ์ซากปรักหักพังให้บรรพบุรุษผมกราบไหว้บูชานะครับ คุณกรณิศ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกถูกส่งออกมาอย่างไม่รีบร้อน ธนัชขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง สายตากวาดมองตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการขยี้ด้วยความหัวเสีย ไปจนถึงริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "ถ้าคุณอ่านบรีฟงานตั้งแต่หน้าแรกอย่างละเอียด ไม่ใช่เอาแต่เอาเวลาไปเถียงกับผู้รับเหมา คุณคงจะเห็นว่าผมต้องการกลุ่มเป้าหมายคือนักธุรกิจรุ่นใหม่ ไม่ใช่คนแก่ใกล้ฝั่งที่ชอบกลิ่นอับของไม้เก่าๆ" "นี่คุณ!" กรณิศสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโมโห "คุณกำลังดูถูกงานออกแบบของผม และกำลังดูถูกวิชาชีพของผมด้วยซ้ำ! ถ้าตึกนี้มันไม่มีค่าในสายตาคุณ ทำไมตอนแรกถึงไม่ทุบตึกทิ้งแล้วสร้างปูนเปลือยกล่องสี่เหลี่ยมไปเลยล่ะครับ จะจ้างผมมาเสียเงินแพงๆ ทำไมในเมื่อคุณอยากได้ความห่วยแตกแบบสำเร็จรูป!" สถาปนิกหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของทั้งคู่ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายหนึ่งดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวไฟ ส่วนอีกฝ่ายลึกซึ้งและนิ่งสงบราวกับก้นบึงของมหาสมุทร ธนัชไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันแต่กลับมีเสน่ห์เหลือร้ายในสายตาคนมอง—ถ้าหากว่ามันไม่ใช่สถานการณ์แบบนี้ "ผมชอบความท้าทาย..." ธนัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบາแต่ทรงพลัง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังยืนหายใจหอบกระชั้น "และผมก็ชอบ... เวลาที่คนเก่งๆ อย่างคุณเต้นเร่าๆ เพราะโมโหผมด้วย มันน่ามองกว่าที่คุณคิดนะ" "คุณ...!" กรณิศเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าเล่นลิ้นในสถานการณ์ที่งานกำลังพังไม่เป็นท่าแบบนี้ ความโกรธผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอกจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาหวั่นไหวกับคำพูดกวนประสาท! "ผมไม่รับงานนี้ต่อแล้วครับ!" กรณิศประกาศกร้าวพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มผลงานของตัวเองกระชากกลับมาแนบอก "เชิญหา 'สถาปนิกฝึกหัด' คนอื่นมาแก้แปลนขยะนี่ตามใจชอบเถอะ ผมหมดความอดทนจะคุยกับคนไร้รสนิยมอย่างคุณแล้ว!" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะหมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปที่ประตูทางออกด้วยความเร็วสูง แต่ทว่า... *กริ๊ก!* เสียงล็อกกลอนประตูอัตโนมัติจากระบบสมาร์ทโฮมดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางความเงียบ กรณิศชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองเจ้าของห้องด้วยใบหน้าเหวอสนิท "ผมอนุญาตให้คุณเดินออกจากห้องนี้หรือยังครับ?" ธนัชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงใหญ่กว่ากดดันให้บรรยากาศรอบตัวดูแคบลงไปถนัดตา ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวกรณิศอย่างรวดเร็วชนิดที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว กรณิศผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งอย่างจัง ก่อนที่มือหนาของอีกฝ่ายจะเอื้อมมาวางทาบลงบนบานประตูข้างศีรษะของเขา เป็นท่าทางกักขังที่ไร้ช่องทางหนีทีไล่โดยสมบูรณ์ "ปล่อยผมนะเว้ย!" กรณิศตวาดเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งออกไปให้พ้นทาง แต่แรงของสถาปนิกหรือจะสู้แรงของนักธุรกิจหนุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้ "สัญญาว่าจ้างเซ็นไปแล้วสามสิบล้าน ถ้าคุณฉีกสัญญาตอนนี้... เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาผิดสัญญาได้เลยครับ คุณสถาปนิกคนเก่ง" ธนัชโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคืองโกรธ ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองสำรวจริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... มันไม่ใช่สายตานิ่งขรึมเมื่อครู่ แต่มันคือประกายความคลั่ง ก่อนที่ธนัชจะทันได้เอื้อnเอ่ยคำพูดอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของเลขานุการหน้าห้องก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ "ท่านประธานคะ! คุณแม่... เอ่อ... คุณหญิงแม่ท่านมาถึงล็อบบี้แล้วค่ะ กำลังขึ้นมาที่ชั้นนี้!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกของสถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกหน้าตายนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%