ควันโขมงจากเตาฟืนสีนวลลอยอ้อยอิ่งตัดกับม่านฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงเม็ดฝนกระทบใบไม้ใบหญ้าดังซ่าราวกับเสียงทอดปลาในกระทะร้อนๆ พิมพ์มาดากำลังงละม่อมอยู่กับการเคี่ยวพริกแกงเผ็ดใต้ที่เธอโขลกเองกับมือ กลิ่นหอมฉุนของขมิ้น ข่า ตะไคร้ และพริกแห้งพุ่งทะยานเตะจมูกทันทีที่มันโดนน้ำมันหมูร้อนๆ ในกระทะเหล็กหล่อ เสียงฉ่าสะใจดังกลบเสียงสายฝนรอบกาย ชวนให้ท้องไส้ที่สงบอยู่เริ่มปั่นป่วนด้วยความหิวโหย
แต่แล้ว ประโยคห้วนทุ้มที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงฟืนปะทุและเสียงฝน ก็ทำให้มือที่กำลังถือตะหลิวของเธอนิ่งค้างไปทันที
"ทำอะไรกิน... กลิ่นมันรบกวนสมาธิคนลาดตระเวนรู้ไหมคุณ... แล้วคิดเหรอว่าอยู่คนเดียวกลางป่าแบบนี้ จะไม่มีใครมาแย่งกิน?"
พิมพ์มาดาตวัดสายตาดุดันไปยังมุมมืดใต้ชายคาเรือนไม้ไผ่ทันที สมองอันรวดเร็วของอดีตเชฟสาวประมวลผลในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงเสาเรือนอยู่นั้นชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำฝน เสื้อสนามสีเขียวเข้มแนบไปกับแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัด ไหล่กว้างที่มีร่องรอยการผ่านศึกมาอย่างโชคโชน และดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวที่จ้องมองมายังหม้อแกงไก่บ้านใส่หน่อไม้ดองของเธอด้วยประกายพราวระยับ
นั่นคือ "ร้อยเอกศิลา" นายทหารพรานผู้เงียบขรึมประจำหมวดชายแดน ผู้ชายคนเดียวในรัศมีสิบกิโลเมตรที่รู้ว่าเธอมีความลับ—ความลับที่ว่าเธอย้ายมาจากโลกคู่ขนาน พร้อมกับ "มิติพิเศษ" ที่ทำให้พืชผักเติบโตเร็วกว่าปกติและมีรสชาติหวานอร่อยราวกับปาฏิหาริย์
"ถ้ากลิ่นมันรบกวนสมาธิคุณนัก ทำไมไม่เดินหนีไปล่ะคะคุณทหาร หรือว่า... เดินทางไกลจนจมูกใช้งานไม่ได้ ถึงต้องมาatยืนทำจมูกฟุดฟิดอยู่หน้าครัวคนอื่นแบบนี้?" พิมพ์มาดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงไม่มียอมแพ้ ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ในใจจะแอบตกใจระคนหวาดเสียวกับความเงียบเชียบของอีกฝ่ายที่เข้ามาประชิดตัวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
ศิลาไม่ตอบทันที เขาขยับตัวก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟจากเตาฟืน ร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรทำให้ครัวเล็กๆ ดูแคบลงไปถนัดตา หยดน้ำฝนไหลตามกรอบหน้าคมคาย ไหล่หนา และหยุดลงที่สันกรามหยัก รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาดุดันนั้นลดลงเลย กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์แบบดิบเถื่อนที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง
ชายหนุ่มกวาดสายตามองหม้อแกงที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ก่อนจะเหลือบมองสะใภ้กำมะลอผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มหวาน เธอกล้าหาญเกินไป... ผู้หญิงตัวคนเดียวมาตั้งรกรากกลางป่าดงพงไพรที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย แต่กลับนั่งเคี่ยวพริกแกงทำอาหารหน้าตาเฉยราวกับอยู่ในห้องครัวหรูหรา
"ไม่ได้จมูกใช้การไม่ได้..." ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้ามาจนประชิดขอบเตา "แต่เพราะจมูกมันใช้งานได้ดีเกินไปต่างหาก ถึงได้รู้ว่าไก่บ้านป่าตัวนี้... เหนียวและเคี้ยวยาก ถ้าไม่ตุ๋นให้เปื่อยด้วยไฟอ่อนๆ อย่างน้อยสองชั่วโมง รับรองว่าเคี้ยวจนฟันโยกก็ไม่ขาด"
พิมพ์มาดากลอกตาเล็กน้อยกับความกวนประสาทที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าขรึมๆ นั้น นางเอกสาวผู้ผ่านการฟาดฟันกับแม่สามีใจร้ายและญาติสามีจอมเปรตในเมืองหลวงมาแล้ว ย่อมไม่สะทกสะท้านกับนายทหารป่าฝีปากคมคายคนนี้หรอก
"งั้นก็เชิญไปนั่งรอให้ฟันไม่โยกที่แคร่โน่นค่ะคุณร้อยเอก อย่ามาเกะกะขวางทางแม่ครัว อาหารมื้อนี้ฉันทำกินคนเดียว ไม่ได้เผื่อคนเดินตรวจป่าตัวเปียกที่ไหน" นางเอกสาวเชิ่ดหน้าปฏิเสธ พร้อมตักน้ำซุปมะเขือเทศสีแดงสดเติมลงในหม้อแกง เสียงซู่ซ่าดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับควันหอมกรุ่นที่พวยพุ่งยิ่งกว่าเดิม
ศิลาไม่ยอมขยับไปไหน เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นดินชื้นแฉะข้างเตาฟืนอย่างไม่ถือตัว มือใหญ่หยาบกร้านเอื้อมไปหยิบฟืนแห้งท่อนหนึ่งโยนเข้ากองไฟอย่างรู้หน้าที่ แสงไฟสีส้มสาดส่องใบหน้าคมเข้มให้ดูอบอุ่นขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บของสายฝน
"ผมไม่ได้มาขอส่วนบุญ..." ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบกลับจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานที่เปื้อนเขม่าควันจางๆ ที่แก้ม "แต่ผู้กองอย่างผม มีอำนาจตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่... และผมสงสัยว่า สมุนไพรกลิ่นหอมประหลาดที่คุณใส่ในแกงไร่นี่ มันคือพืชต้องห้ามหรือเปล่า"
พิมพ์มาดาชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าสามีจำเป็นที่แต่งงานกันตามพินัยกรรมเก่าแก่เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด "คุณศิลา! นี่คุณหาว่าฉันปลูกกัญชาหรือไงคะ ตาบ้าเอ๊ย! นี่มัน 'ใบยี่หรา' กับ 'ใบกะเพราป่า' ที่ฉันเก็บมาจากแปลงหลังบ้านต่างหากเล่า!"
ศิลาหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่พิมพ์มาดาเห็นรอยยิ้มมุมปากของนายทหารผู้เงียบขรึมคนนี้ รอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ล้อเล่นน่า..." ศิลาเอื้อมมือไปหยิบพริกขี้หนูสวนสีเขียวแดงสดที่พิมพ์มาดาล้างเตรียมไว้ขึ้นมาเม็ดหนึ่ง หมุนเล่นไปมาในอุ้งมือใหญ่ "เห็นคุณมือระวิงทำอาหารน่ากินขนาดนี้... คนอดมื้อกินมื้ออย่างผม จะอดใจไหวได้ยังไง"
บรรยากาศรอบกายที่เคยตึงเครียดจากพายุฝนและคำขู่ กลับเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงฝนตกปรอยๆ และเสียงน้ำเดือดปุดๆ ในหม้อแกง กลิ่นหอมของเครื่องแกงใต้ผสานกับกลิ่นดินหลังฝนตกอบอวลไปทั่วกระท่อมหลังเล็ก พิมพ์มาดาลอบถอนหายใจเบาๆ นางแอบซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวหอมมะลิในมิติพิเศษใส่จาน ส่งควันฉุยส่งตรงให้ชายหนุ่ม
"กินซะ... แล้วจะได้หุบปากสักที" นางยื่นจานข้าวให้เขาด้วยความหมั่นไส้
ศิารารับจานข้าวมาถือไว้ มือหนาวางปืนพกคู่กายไว้ข้างตัวอย่างระมัดระวัง เขารับช้อนตักแกงไก่หน่อไม้ดองราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันพุ่งขึ้นมาราวกับภาพวาด ก่อนจะตักเข้าปากคำใหญ่ ความเผ็ดร้อนของพริกแกงใต้ ความกรุบกรอบของหน่อไม้ดอง และความหวานนุ่มของเนื้อไก่ที่ละลายในปาก ทำให้นายทหารหนุ่มผู้ผ่านการกินอาหารแห้งรสชาติจืดชืดมาแรมเดือนถึงกับนิ่งงัน
ดวงตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับพิมพ์มาดาเป็นประกายวาววับ
"อร่อย..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "อร่อยจนไม่อยากเชื่อว่าฝีมือมนุษย์..."
พิมพ์มาดาเชิ่ดหน้าอย่างภาคภูมิใจในฝีมือเชฟเก่า "แน่นอนค่ะ ฝีมือคนสวยแถมฉลาดแบบฉันซะอย่าง..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะอบอวลไปด้วยความสุขของการกินอาหารฝีมือภรรยา ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าม้าควบย่ำโคลนอย่างเร่งรีบก็ดังฝ่าสายฝนเข้ามาหยุดกึกที่หน้าลานบ้าน ตามด้วยเสียงทุบประตูไม้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทของศิลา
"ผู้กองครับ! แย่แล้วครับ! ทางหมู่บ้านด้านล่าง... มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามา ค้นบ้าน ค้นเสบียง และประกาศตามหาตัว 'คุณพิมพ์มาดา' ครับ!"
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น วางจานข้าวลงทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์ร้ายในพริบตาเดียว มือใหญ่เอื้อมไปคว้าปืนพกขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว
พิมพ์มาดาหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่สวยกลับลุกโชนด้วยประกายความแค้นและท้าทาย—คนพวกนั้น... กล้าตามมาถึงชายแดนป่าลึกนี่เลยงั้นหรือ? ตระกูลสามีใจร้ายของเธอยังไม่ยอมรามือสินะ!
ศิลาหันมามองหน้าภรรยาตัวน้อย แววตาดุดันอ่อนลงชั่วพริบตา แต่คำพูดที่ออกจากปากเขากลับหนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา
"นั่งกินข้าวของคุณให้หมดซะ..." ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างน่ากลัว "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม... สามีของคุณเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความระทึกไปพร้อมกับครัวคุณยายนะคะ!
กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 2
แขกคนแรกในป่าใหญ่
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!