กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 11

รสชาติแห่งความทรงจำ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
คราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่ก้นหม้อดินเผาใบเก่า ไม่ได้ทำให้คุณค่าของแกงป่าปลาแห้งลดลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน กลิ่นหอมฉุนของพริกแกงตำมือที่ผสมผสานเข้ากับใบกะเพราป่าและพริกไทยอ่อน ยิ่งโชยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวจนพิมพ์มาดาต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกน้ำลาย "ถ้าคุณยังยืนเกร็งทำหน้าเป็นกระดานชนวนแบบนั้นอีกนิดเดียว ตะหลิวในมือฉันคงได้บินไปฟาดหัวคุณเข้าสักทีนะคะผู้กองศิลา" พิมพ์มาดาเอ่ยปากแซะสามีหนุ่มที่ยืนตัวตรงแหน่วอยู่ข้างเตาไฟราวกับกำลังเข้าเวรยาม ทั้งที่นี่คือบ้านพักของพวกเขาเอง ศิลาสะดุ้งเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากนายทหารพรานผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ดวงตาคมกริบที่มักมองกราดไปทั่วผืนป่าเพื่อระวังภัย บัดนี้กลับกวาดมองตามมือเรียวที่กำลังตักแกงร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีตุ่นอย่างทำอะไรไม่ถูก "ผมแค่นึกถึงเรื่องเก่า... ตอนที่อยู่ค่ายตชด.ชายแดนโน่น" ศิลาตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นไหววับคล้ายกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงเวลาที่ฝุ่นควันและคราบเขม่าคือเพื่อนแท้ "เวลาพวกผมออกลาดตระเวนหลายวัน ข้าวสารในเป้เปียกน้ำจนบูดเนละไน สิ่งเดียวที่พอจะประทังชีวิตได้คือปลากระป๋องที่แบกไปกับเกลือเม็ดใหญ่ๆ" พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังถือทัพพี เธ่อันตัวหันขวับไปมองหน้าสามี ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างคนนี้มักจะเงียบเสมอเมื่อพูดถึงความลำบาก แต่เธอกลับรู้ดีว่ารอยแผลเป็นที่พาดผ่านลาดไหล่ข้างนั้นมีที่มาอย่างไร "แล้วมันกลายมาเป็นเมนู 'ไข่เจียวใส่ปลar้าสับกับใบมะกรูดซอย' ที่คุณคะยั้นคะยอให้ฉันทำเมื่อวานได้ยังไงล่ะคะ?" นัยน์ตากลมโตหรี่ลงอย่างรู้ทัน มุมปากหยักยิ้มเย้า "อย่าบอกนะว่านั่นคืออาหารหรูหราที่สุดในความทรงจำของคุณตอนเป็นทหารพรานหนุ่ม?" "ไม่ใช่หรอก..." ศิลาปฏิเสธเสียงเบา เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาอย่างเงียบเชียบ มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่ผูกหลุดลุ่ยมาผูกใหม่อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ผ่านการฝึกฝนอาวุธทำให้หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ "แต่มันเป็นเมนูเดียวที่ทำให้ผมรอดชีวิตกลับมาเจอคุณได้ต่างหาก" บรรยากาศในครัวที่เคยมีเสียงตระเตรียมอาหารพลันเงียบงัดลง เหลือเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำแกงในหม้อและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเกลียดนักเวลาที่ผู้ชายคนนี้ใช้วิธีนิ่งเงียบแต่สายตากรุ้มกริมเข้ามาจู่โจมหัวใจ เธอเป็นเชฟมืออาชีพที่ควบคุมไฟในเตาได้ดั่งใจ แต่กลับควบคุมจังหวะหัวใจตัวเองไม่ได้เลยเวลาอยู่ใกล้เขา "ปากหวานแบบนี้... สงสัยวันนี้ฉันต้องเติมพริกแกงให้อีกสักทัพพีแล้วมั้งคะ จะได้เผ็ดร้อนจนคุณลืมวิธีพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้ไปเลย" พิมพ์มาดาแสร้งทำเป็นเชิดหน้าหนี พร้อมกับตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวไร่ในมิติพิเศษใส่จาน ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนหิว มิติพิเศษของเธอนั้นมหัศจรรย์เกินกว่าใครจะจินตนาการ ข้าวไร่เม็ดอ้วนสีนวลที่ปลูกในนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็เก็บเกี่ยวได้ และให้รสชาติหวานมันตามธรรมชาติอย่างที่ไม่มีแปลงเกษตรใดในโลกภายนอกเทียบเคียงได้ เมื่อนำมาทานคู่กับแกงป่าปลาแห้งและไข่เจียวฟูหนาที่ใส่ใบมะกรูดซอยละเอียด มันคือความตัดกันที่ลงตัวระหว่างความเผ็ดร้อนจัดจ้านและความนุ่มละมุนของข้าว "กินข้าวค่ะ เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน" พิมพ์มาดานั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเก่า ศิลานั่งลงฝั่งตรงข้าม มือใหญ่ตักข้าวใส่จานให้เธอก่อนจะเริ่มตักแกงราดข้าวของตัวเองอย่างเงียบๆ บรรยากาศการกินอาหารร่วมกันดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นที่ซึมซับลึกลงไปในเนื้อเยื่อของหัวใจ พิมพ์มาดาเฝ้ามองสามีตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย แม้เขาจะเป็นคนพูดน้อย แต่ทุกการกระทำกลับบอกชัดเจนว่าเขาชื่นชอบฝีมือของเธอแค่ไหน ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำไร่และจัดการกับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินกับบรรดาญาติสามีจอมเห็นแก่ตัวที่มักจะแวะเวียนมาหาเรื่อง ดูเหมือนจะจางหายไปสิ้นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของชายหนุ่ม "อร่อยไหมคะ?" เธอเอ่ยถาม ทั้งที่รู้คำตอบดี "อร่อยที่สุด..." ศิลาตอบสั้นๆ ตามเคย แต่สายตาที่มองมานั้นหวานเชื่อมจนพิมพ์มาดาต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาไปตักข้าวเข้าปากบ้าง เพื่อซ่อนพวงแก้มที่กำลังแดงซ่าน ทว่า ความสงบสุขในยามค่ำคืนนั้นไม่ได้อยู่กับพวกเขานานนัก *ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงที่พิมพ์มาดาจำได้ขึ้นใจว่าเป็นเสียงของ "ป้าสำลี" แม่สามีจอมจุ้นจ้านที่มักจะมาพร้อมกับปัญหาและกระเป๋าเงินที่ว่างเปล่าเสมอ "ไอ้ศิลา! นังพิมพ์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกสองคนกินอะไรกันหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน ปล่อยให้ฉันกับน้องยืนหนาวอยู่ข้างนอกเนี่ยนะ!" ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับนายพรานที่พร้อมล่าเหยื่อ เขาวางช้อนในมือลงช้าๆ พิมพ์มาดาสบตากับสามีแวบเดียวก็รู้ว่าค่ำคืนนี้คงไม่ได้จบลงด้วยความสงบสุขเสียแล้ว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษข้าวบนผ้ากันเปื้อนออกเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ประตูด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง "มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ..." พิมพ์มาดายิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์แบบฉบับเชฟสาวผู้กุมความลับ "สงสัยกลิ่นแกงป่าปลาแห้งฝีมือฉันคงเตะจมูกจนแม่สามีทนไม่ไหวอีกตามเคย" มือเรียวเอื้อมไปปลดกลอนประตูช้าๆ ทว่าก่อนที่บานประตูไม้จะเปิดออกจนสุด สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มอีกเงาหนึ่งที่ยืนหลบอยู่มุมมืดใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน—เงาที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้! ครัวคุณยาย ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อย่างอบอุ่นเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%