“ถ้าคุณยังคิดจะกดดันฉันด้วยวิธีนี้ ท่านชายเอเลียส... ฉันเกรงว่าหน้ากากที่ท่านสวมไว้อาจจะแตกละเอียดลงเสียก่อนที่ความลับของตระกูลท่านจะถูกเปิดเผย”
ลินินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันสน สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับมหาสมุทรที่กำลังพายุคลั่งของชายตรงหน้า มือบางของเธอถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้แน่น จดหมายที่เธอเพิ่งขโมยมาจากลิ้นชักลับในห้องทำงานของเขา
เอเลียสไม่ตอบโต้ทันที เขายืนพิงชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แสงเทียนที่เต้นเร่าในเชิงทองเหลืองสะท้อนใบหน้าคมสันที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าที่สุภาพบุรุษผู้สง่างามคนหนึ่งควรจะเป็น กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหลุดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่พาดผ่านไหปลาร้า—ร่องรอยของอดีตที่เขาพยายามลบเลือน
“คุณไม่รู้อะไรเลย ลินิน” เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก ต่างจากน้ำเสียงราบเรียบที่เขาใช้ในงานสังคม “อย่าได้ลองดีกับสิ่งที่อยู่ใต้เงาของตระกูลวาร์กัส ถ้าคุณไม่อยากถูกฝังไปพร้อมกับมัน”
“ฉันพร้อมจะจมดิ่งลงไปแล้วค่ะ” ลินินก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของดอกกุหลาบสีดำจากตัวเธอทำให้เอเลียสชะงัก “เพราะตราบใดที่ท่านยังปิดบังความจริงเรื่องคามิลล่า หรือแม้แต่เรื่องคืนนั้นที่คฤหาสน์หลังเก่า... ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันหยุด”
เอเลียสกระชากตัวเธอเข้ามาประชิด ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความเย็นเยียบจากฝ่ามือของเขาที่แตะลงบนต้นคอของหญิงสาวทำให้ลินินสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ทว่ามันไม่ใช่ความกลัวเสียทีเดียว มันคือความตื่นเต้นที่อันตราย
“คืนนั้น...” เอเลียสพึมพำ ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้สั่นไหวอย่างรุนแรง “คุณไม่รู้หรอกว่ามันทำลายตัวตนของผมไปมากแค่ไหน”
ในเสี้ยววินาทีนั้น เกราะป้องกันที่เขาสร้างขึ้นมานานปีดูเหมือนจะพังทลายลง เอเลียสหลับตาแน่น หัวของเขาพิงลงบนไหล่ของลินินอย่างเสียหลัก ความแข็งกร้าวในท่าทีเปลี่ยนเป็นความอ่อนแอที่ไร้การปกป้อง ลินินสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่ซึมผ่านผ้าไหมที่ไหล่เสื้อของเธอ ความเงียบเข้าครอบงำห้องทั้งห้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจของชายผู้ถือครองอำนาจล้นฟ้าที่กำลังสั่นไหวราวกับเด็กที่หลงทาง
“ท่านชาย...” ลินินเรียกแผ่วเบา ใจของเธอที่เคยตั้งป้อมเกลียดชังกลับอ่อนยวบลงอย่างประหลาด เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างนั้นเบาๆ ความเย็นเยียบที่เคยแผ่ออกมาจากตัวเขาเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ
เขากดจุมพิตลงที่ขมับของเธอ เป็นสัมผัสที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งแต่กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาที่แผดเผา มันคือจุมพิตแห่งการสารภาพบาป จุมพิตที่ไม่มีความซับซ้อนของเกมการเมือง มีเพียงความเปราะบางของวิญญาณสองดวงที่โคจรมาพบกันในจุดที่มืดมิดที่สุด
“ช่วยผมที...” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ได้โปรด อย่าปล่อยให้ผมตายไปพร้อมกับคำโกหกเหล่านี้”
แต่ในขณะที่ลินินกำลังจะเอ่ยคำปลอบโยน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะก้าวนั้นช่างคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน ประตูด้านหน้าห้องสมุดถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลดี้คามิลล่าที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววอาฆาตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ
คามิลล่าแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก “ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เหลือเกิน ท่านชาย... แต่ท่านลืมไปแล้วหรือคะ ว่านอกจากภารกิจที่ตระกูลมอบให้แล้ว ท่านยังมี 'พันธะ' ที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตให้กับใครอีกคนหนึ่ง”
เอเลียสผละออกจากลินินทันที แววตาของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นความว่างเปล่าราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกชักใย ลินินหันไปมองร่างที่ยืนขวางประตูด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นเงาของชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคามิลล่า—ชายที่มีใบหน้าเหมือนกับเอเลียสราวกับแกะ แต่ทว่าดวงตานั้นกลับเป็นสีแดงฉานดั่งเลือด
ความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดกำลังจะถูกเปิดเผย และลินินรู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่า เธอไม่ได้กำลังเดินอยู่ในเกมการเมืองของมนุษย์ แต่นี่คือกับดักที่เข้มข้นยิ่งกว่านรกขุมไหนที่เธอเคยจินตนาการไว้
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของท่านชายเอเลียสในบทนี้นะคะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 10
จุมพิตแรกที่เย็นเยียบ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!