พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 10

จุมพิตแรกที่เย็นเยียบ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“ถ้าคุณยังคิดจะกดดันฉันด้วยวิธีนี้ ท่านชายเอเลียส... ฉันเกรงว่าหน้ากากที่ท่านสวมไว้อาจจะแตกละเอียดลงเสียก่อนที่ความลับของตระกูลท่านจะถูกเปิดเผย” ลินินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันสน สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับมหาสมุทรที่กำลังพายุคลั่งของชายตรงหน้า มือบางของเธอถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้แน่น จดหมายที่เธอเพิ่งขโมยมาจากลิ้นชักลับในห้องทำงานของเขา เอเลียสไม่ตอบโต้ทันที เขายืนพิงชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แสงเทียนที่เต้นเร่าในเชิงทองเหลืองสะท้อนใบหน้าคมสันที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าที่สุภาพบุรุษผู้สง่างามคนหนึ่งควรจะเป็น กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหลุดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่พาดผ่านไหปลาร้า—ร่องรอยของอดีตที่เขาพยายามลบเลือน “คุณไม่รู้อะไรเลย ลินิน” เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก ต่างจากน้ำเสียงราบเรียบที่เขาใช้ในงานสังคม “อย่าได้ลองดีกับสิ่งที่อยู่ใต้เงาของตระกูลวาร์กัส ถ้าคุณไม่อยากถูกฝังไปพร้อมกับมัน” “ฉันพร้อมจะจมดิ่งลงไปแล้วค่ะ” ลินินก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของดอกกุหลาบสีดำจากตัวเธอทำให้เอเลียสชะงัก “เพราะตราบใดที่ท่านยังปิดบังความจริงเรื่องคามิลล่า หรือแม้แต่เรื่องคืนนั้นที่คฤหาสน์หลังเก่า... ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันหยุด” เอเลียสกระชากตัวเธอเข้ามาประชิด ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความเย็นเยียบจากฝ่ามือของเขาที่แตะลงบนต้นคอของหญิงสาวทำให้ลินินสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ทว่ามันไม่ใช่ความกลัวเสียทีเดียว มันคือความตื่นเต้นที่อันตราย “คืนนั้น...” เอเลียสพึมพำ ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้สั่นไหวอย่างรุนแรง “คุณไม่รู้หรอกว่ามันทำลายตัวตนของผมไปมากแค่ไหน” ในเสี้ยววินาทีนั้น เกราะป้องกันที่เขาสร้างขึ้นมานานปีดูเหมือนจะพังทลายลง เอเลียสหลับตาแน่น หัวของเขาพิงลงบนไหล่ของลินินอย่างเสียหลัก ความแข็งกร้าวในท่าทีเปลี่ยนเป็นความอ่อนแอที่ไร้การปกป้อง ลินินสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่ซึมผ่านผ้าไหมที่ไหล่เสื้อของเธอ ความเงียบเข้าครอบงำห้องทั้งห้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจของชายผู้ถือครองอำนาจล้นฟ้าที่กำลังสั่นไหวราวกับเด็กที่หลงทาง “ท่านชาย...” ลินินเรียกแผ่วเบา ใจของเธอที่เคยตั้งป้อมเกลียดชังกลับอ่อนยวบลงอย่างประหลาด เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างนั้นเบาๆ ความเย็นเยียบที่เคยแผ่ออกมาจากตัวเขาเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ เขากดจุมพิตลงที่ขมับของเธอ เป็นสัมผัสที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งแต่กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาที่แผดเผา มันคือจุมพิตแห่งการสารภาพบาป จุมพิตที่ไม่มีความซับซ้อนของเกมการเมือง มีเพียงความเปราะบางของวิญญาณสองดวงที่โคจรมาพบกันในจุดที่มืดมิดที่สุด “ช่วยผมที...” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ได้โปรด อย่าปล่อยให้ผมตายไปพร้อมกับคำโกหกเหล่านี้” แต่ในขณะที่ลินินกำลังจะเอ่ยคำปลอบโยน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะก้าวนั้นช่างคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน ประตูด้านหน้าห้องสมุดถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลดี้คามิลล่าที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววอาฆาตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ คามิลล่าแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก “ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เหลือเกิน ท่านชาย... แต่ท่านลืมไปแล้วหรือคะ ว่านอกจากภารกิจที่ตระกูลมอบให้แล้ว ท่านยังมี 'พันธะ' ที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตให้กับใครอีกคนหนึ่ง” เอเลียสผละออกจากลินินทันที แววตาของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นความว่างเปล่าราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกชักใย ลินินหันไปมองร่างที่ยืนขวางประตูด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นเงาของชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคามิลล่า—ชายที่มีใบหน้าเหมือนกับเอเลียสราวกับแกะ แต่ทว่าดวงตานั้นกลับเป็นสีแดงฉานดั่งเลือด ความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดกำลังจะถูกเปิดเผย และลินินรู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่า เธอไม่ได้กำลังเดินอยู่ในเกมการเมืองของมนุษย์ แต่นี่คือกับดักที่เข้มข้นยิ่งกว่านรกขุมไหนที่เธอเคยจินตนาการไว้ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของท่านชายเอเลียสในบทนี้นะคะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%