เสียงคุกเข่ากระแทกพื้นหินอ่อนขัดเงาของห้องโถงใหญ่ตระกูลซ่งดังขึ้นราวกับเสียงดนตรีประสานงอ
หลินเฟยปรายตามองกลุ่มคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนจมดิน ร่างที่เคยผึ่งผายและเชิดหน้าชูตาด้วยความหยิ่งยโสในอดีต บัดนี้กลับลีบเล็กและสั่นเทาอยู่เบื้องแทบเท้าของเธอ ซ่งอี้ อดีตคู่หมั้นผู้ไร้ค่าและเห็นแก่ตัว กำลังก้มหน้าจนหน้าผากเกือบแนบพื้น ขณะที่ป้าและญาติพี่น้องที่เคยรุมขับไล่เธอออกจากตระกูล ต่างส่งเสียงสะอื้นไห้ระงมราวกับสุนัขจนตรอก
"เฟยเฟย... คุณหนูหลิน... ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วยเถอะค่ะ!" เสียงป้าของซ่งอี้แหลมสูงและสั่นเครือ นางพยายามคลานเข้ามาใกล้ชายกระโปรงผ้าไหมชั้นดีของหลินเฟย แต่กลับถูกบอดี้ชายชุดสูทสีดำสนิทสองคนก้าวมาขวางไว้ด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความรู้สึก
หลินเฟยแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่ล้นมือ เธอหมุนแหวนเพชรเม็ดโตบนนิ้วนางอย่างเชื่องช้า แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องกระทบใบหน้างملกงามที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ รัศมีของมหาเศรษฐีระดับโลกแผ่ซ่านจนทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา
"เมตตาหรือคะ?" หลินเฟยทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยมีดน้ำแข็ง "ตอนที่พวกคุณโยนกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันออกไปที่ถนน พร้อมกับตราหน้าว่าฉันเป็น ‘ตัวกาลกิณี’ ที่เกาะตระกูลซ่งกิน คุณเคยคิดถึงคำว่าเมตตาบ้างไหมคะ ซ่งอี้?"
ร่างของซ่งอี้สะดุ้งเฮือก เขารีบเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิดที่สายเกินแก้
"เฟยเฟย... ผมผิดไปแล้ว ผมตาบอดเองที่หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น..." ซ่งอี้ละล่ำละลักพูด พนมมือไหว้ท่วมหัว "บริษัทของครอบครัวเรากำลังจะล้มละลาย หุ้นทั้งหมดดิ่งลงเหวเพราะคำสั่งเดียวของคุณ ได้โปรด... ถอนอายัดบัญชีแล้วปล่อยพวกเราไปเถอะนะ!"
"ปล่อยไป?" หลินเฟยย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอดีตชายคนรัก เธอยกนิ้วเรียวขึ้นเชยคางของซ่งอี้ให้เงີบขึ้นสบตา ก่อนจะปัดออกอย่างรังเกียจราวกับสัมผัสสิ่งสกปรก "คุณคิดว่าเงินมูลค่าหมื่นล้านที่ฉันใช้ซื้อกิจการของตระกูลคุณ เพื่อให้ฉันมายืนมองพวกคุณร้องขอความตายแบบนี้น่ะ มันราคาถูกนักหรือคะ ซ่งอี้?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจของทุกคนในตระกูลซ่ง ระบบมหาเศรษฐีในหัวของหลินเฟยส่งเสียงเตือนเบาๆ ยืนยันว่าสินทรัพย์ทั้งหมดของตระกูลซ่งได้ถูกโอนเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของเธออย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ในตอนนี้ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่หลินเฟยผู้หญิงที่เคยถูกทอดทิ้งอีกต่อไป แต่เธอคือเจ้าُمของอำนาจทางการเงินที่ชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ในเมืองนี้
ทว่า ในขณะที่เกมการแก้แค้นกำลังดำเนินไปถึงจุดสะใจสูงสุด เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากท้องฟ้าด้านนอก แรงลมมหาศาลพัดผ่านกระจกบานยักษ์จนผ้าม่านปลิวไสว ทุกคนในห้องต่างหันไปมองด้วยความตกใจ
คีย์ ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวด้วยท่าทีสง่างาม ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินตรงเข้ามาในห้องโถงท่ามกลางสายตานับสิบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่ ก่อนจะหยุดลงที่หลินเฟย รอยยิ้มอบอุ่นแต่ทรงเสน่ห์ระบายขึ้นบนริมฝีปากของเขา
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับที่รัก" คีย์เอ่ยถามเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นเอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทให้เธอ "แต่ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญอีกกลุ่มกำลังเดินทางมาสมทบนะ"
หลินเฟยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่ประตูห้องโถงใหญ่จะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งวงการการเงินระดับประเทศ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบชีวิต และสายตาที่จ้องมองมาที่เธอไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว... แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างถึงที่สุด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 32
ความสะใจที่ไม่มีสิ้นสุด
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!