"ฉันไม่คิดเลยนะคะว่า 'ศัตรูหมายเลขหนึ่ง' ที่เที่ยวตามล่าฉันทั่วตึก จะมีรสนิยมใช้รอยยิ้มปลอมๆ ต้อนรับแขกแบบนี้"
น้ำเสียงของหลินเฟยราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก เธอยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าบุคคลที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัวในแวดวงธุรกิจ ม่านตาของเงามืดเบื้องหน้าไหววูบเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรืออาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่สวยคู่นั้น มีเพียงความท้าทายที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงามที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี
จากเหตุการณ์และจุดทิ้งปมในตอนที่แล้ว... ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า บุคคลที่รอต้อนรับเธออยู่บนห้องเพนต์เฮาส์สูงสุดหรู จะไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดส่วนตัว แต่กลับเป็น 'คีย์' ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมหานครแห่งนี้ ผู้ซึ่งกุมชะตากรรมของตลาดการเงินครึ่งค่อนโลกไว้ในกำมือ!
บรรยากาศภายในห้องสวีทกว้างขวางตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชาดำชั้นดีและซิการ์ราคาแพง แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกทาบทับลงบนร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นจิบนิดๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา ราวกับกำลังพิจารณาชิ้นงานศิลปะชิ้นเอกที่หลุดลอยเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขา
"กล้าหาญดีนี่คะ คุณหลินเฟย" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก "คนส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ มักจะตัวสั่นด้วยความกลัวจนแทบไม่กล้าสบตาฉัน แต่คุณ... กลับยืนมองฉันด้วยสายตาเหมือนอยากจะพิพากษาฉันเสียอย่างนั้น"
หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ
"ความกลัวมีไว้สำหรับคนไม่มีปัญญาจะเอาคืนค่ะคุณคีย์" เธอตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันนิดๆ "และเท่าที่ฉันจำได้ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำชมเชยเรื่องความกล้าหาญ แต่ฉันมาเพื่อสะสางบัญชีที่ค้างคา... กับคนที่ส่งคนมาต้อนรับฉันอย่าง 'อบอุ่น' ซะเหลือเกินตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้"
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้นกว่าเดิม ความสนใจในตัวหญิงสาวพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ตั้งแต่เขารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดมา ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจขนาดนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น... กลิ่นอายความร่ำรวยและอำนาจลึกลับที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันช่างเย้ายวนใจเสียจนเขาแทบละสายตาไม่ได้
"หึ... น่าสนใจจริงๆ" คีย์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังทุ้ม ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หลินเฟยทีละน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ ถึงได้กล้ามาต่อรองกับฉันถึงถิ่นแบบนี้? หรือคิดว่าเงินในบัญชีไม่จำกัดวงเงินของคุณ จะซื้อความปลอดภัยให้ตัวเองได้ทุกสถานการณ์?"
หลินเฟยไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืดตัวตรงสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในอำนาจของระบบมหาศาลที่หนุนหลังเธออยู่
"เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอกค่ะคุณคีย์..." เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กระซิบเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ "แต่เงินของคุณ... หรือแม้แต่ตัวตนของคุณ ถ้าฉันต้องการจะกว้านซื้อมาไว้ในมือเพื่อเหยียบย่ำเล่นแก้เบื่อ... คุณคิดว่าฉันทำได้ไหมล่ะคะ?"
คำพูดนั้นทำเอาบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งเฮือกและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครหน้าไหนกล้าท้าทายท่านประธานคีย์ด้วยประโยคแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว!
ทว่า แทนที่คีย์จะโกรธเกรี้ยว เขากลับระเบิดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาอย่างชอบอกชอบใจ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานล้ำแต่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาวด้วยความหลงใหลที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางเธอขึ้นมาสบตาชัดๆ
"ผู้หญิงที่น่าสนใจที่สุดในรอบปี..." คีย์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะซ่อนเร้น "คุณทำให้ฉันอยากรู้นักว่า... ภายใต้เกราะป้องกันที่แข็งกระด้างนี้ หัวใจของคุณมันจะเต้นแรงแค่ไหน เวลาที่ฉันเป็นคนทำลายมันลงด้วยมือของตัวเอง"
หลินเฟยปัดมือเขาออกเบาๆ ด้วยท่าทีเรียเฉย เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายหรือหวั่นไหวให้เห็นแม้แต่น้อย กลับกัน เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เขาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
"ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะคุณคีย์... คนที่คิดจะเล่นกับไฟอย่างฉัน มักจะโดนแผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนาและการเชือดเฉือนอารมณ์จนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมๆ กับแสงไฟสีแดงที่กะพริบวาบไปมา ประตูห้องเพนต์เฮาส์ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวของคีย์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจสุดขีด
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของตึกถูกแฮกจากภายนอกโดยไม่ทราบสาเหตุ และตอนนี้... เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำกำลังบินล้อมตึกเราไว้แล้วครับ!"
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ตอนนี้ปรากฏข้อความแปลกประหลาดขึ้นมาเต็มหน้าจอ เป็นสัญลักษณ์รูปบัตรเครดิตสีดำสนิทที่กำลังโอนถ่ายสินทรัพย์ทั้งหมดของตู้เซฟในเครือข่ายของเขาทีละนิดอย่างบ้าคลั่ง!
เขารีบหันขวับกลับมามองหน้าหลินเฟยทันทีด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ขณะที่หญิงสาวยังคงยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เธอค่อยๆ ล้วงมือหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น
"อุ๊ย... ดูเหมือนว่าระบบกระเป๋าเงินของฉัน จะเผลอกดอนุมัติคำสั่งซื้อ 'ตึกหลังนี้' ไปซะแล้วสิคะ..." หลินเฟยเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ด้วยแววตาสبرงประกายความสะใจ "ยินดีด้วยนะคะคุณคีย์... ตอนนี้คุณกลายเป็น 'ลูกจ้าง' ของฉันอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 12
พบเจอกับผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!