เสียงทุบโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาแปดหลักดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตลาดย่อยหลักทรัพย์ เสมือนเสียงเคาะโลงศพที่ตอกย้ำความพินาศย่อยยับของตระกูลซ่ง
"บ้าที่สุด! ทำไมหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมในเครือซ่งถึงร่วงลงติดฟลอร์ติดต่อกันเป็นวันที่สามได้ล่ะวะ! ใครเป็นคนเทขายออกมาร่วมสิบล้านหุ้นในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้!"
ซ่งอี้ตะโกนลั่น ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกพล่านจากการอดนอนและอารมณ์เดือดดาล เขาจ้องมองกราฟสีแดงฉานที่ดิ่งพสุธาบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ราวกับคนเสียสติ ปลายมือที่สั่นเทานั้นกำเอกสารรายงานความเสียหายแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่
เหล่าผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริหารต่างนั่งเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาประธานหนุ่มผู้กำลังสติแตก ทุกคนรู้ดีว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลไกตลาดตามธรรมชาติ แต่มี 'มือที่มองไม่เห็น' กำลังชักใยอย่างเลือดเย็น เพื่อบดขยี้อาณาจักรซ่งให้แหลกคามือภายในชั่วข้ามคืน
ในมุมห้องประชุมอันเงียบเชียบและตึงเครียด หลินเฟยกลับนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง เธอยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาอูหลงชั้นดีลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศอันร้อนรุ่มราวกับตกนรกทั้งเป็นรอบตัว ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา ดวงตากลมโตคู่สวยมองดูความพินาศตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนุกสนาน ราวกับกำลังชมภาพยนตร์ระทึกขวัญชั้นดีที่เธอเป็นผู้กำกับบทเองทั้งหมด
"คุณ... คุณหลินเฟย" ผู้ช่วยคนสนิทของซ่งอี้ก้าวเข้ามาด้วยขาที่สั่นเทา กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ตอนนี้ทางธนาคารใหญ่ปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินแล้วค่ะ... และ... และมีข่าวลือหนาหูว่ากองทุนปริศนาทุนหนากำลังกว้านซื้อหุ้นที่หลุดจำนำทั้งหมดในราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน..."
ซ่งอี้หันขวับมามองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเหยียบย่ำและทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนไม่อยากจะเชื่อ "เป็นฝีมือเธอ... หลินเฟย เธอทำอะไรกับบริษัทของฉัน!"
หลินเฟยวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคน เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อสูทสีขาวเข้ารูปให้เรียบร้อย ปรายตามองอดีตคนรักด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกเหยียบให้จมดิน
"ฉันทำอะไรอย่างนั้นหรือคะ ซ่งอี้?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามแต่ทรงพลังจนแทบหยุดหายใจ "ฉันก็แค่นักลงทุนผู้หวังดี... ที่เข้ามาช่วยช้อนซื้อ 'ขยะ' ที่พวกคุณปล่อยทิ้งเกลื่อนตลาด เพื่อไม่ให้มันรกหูรกตาประชาชีก็เท่านั้นเองค่ะ"
"เธอไม่มีทางมีเงินทุนมหาศาลขนาดนั้น! หุ้นร้อยละสี่สิบที่หลุดมือไป มูลค่ามันกี่หมื่นล้านเธอก็รู้!" ซ่งอี้คำรามลั่น พยายามพุ่งตัวเข้ามาหาด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทดำสองคนล็อกตัวกดลงกับเก้าอี้แทบไม่ทัน
หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยอำนาจและความสะใจ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าตนเองเหนือกว่า หยุดยืนตรงหน้าเขาเพียงไม่กี่ก้าว
"เงินหมื่นล้านเหรอคะ? สำหรับฉัน... มันก็แค่เศษเงินที่ใช้ซื้อความสุขในการตบหน้าคนตระบัดสัตย์อย่างคุณก็เท่านั้นแหละค่ะ" หลินเฟยโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "จำวันที่คุณเขี่ยฉันทิ้งอย่างไร้ค่าได้ไหมคะ? วันนี้... ฉันแค่เอาคืนเป็นร้อยเท่าพันทิวี... และนี่... เป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่คุณจะได้พบเท่านั้นค่ะ"
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงโวยวายของซ่งอี้ที่สติหลุดไปแล้ว เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในกระเป๋าเสื้อของหลินเฟياتดังก้องขึ้น
*[ระบบมหาเศรษฐีแจ้งเตือน: การเข้าซื้อหุ้นสามัญของตระกูลซ่งจำนวน 45% สำเร็จเสร็จสิ้น ยอดเงินคงเหลือในบัญชี: ไร้ขีดจำกัด]*
หลินเฟยปรายตามองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม เธอเตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมแห่งความพินาศนี้ เพื่อปล่อยให้ซ่งอี้จมดิ่งสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวัง
ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มกึกก้องมาจากภายนอก หน้ากระจกใสบานยักษ์ของห้องประชุมชั้นบนสุด แรงลมมหาศาลตีจนกระจกสั่นสะเทือน ร่างของใครบางคนก้าวลงมาจากเครื่องบินส่วนตัวที่ลอยลำอยู่กลางอากาศโดยไม่เกรงกลัวความสูง...
ประตูห้องประชุมถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'คีย์' ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลมหาอำนาจ ผู้ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนง่ายๆ แต่บัดนี้เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าหลินเฟยด้วยสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความรักและความคลั่งไคล้
"เฟยเฟย..." คีย์เอ่ยเสียงทุ้มนุ่มท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ก่อนจะยื่นเอกสารสีดำสนิทตราประทับทองคำแท้ให้เธอ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ฉันจัดการกว้านซื้อหุ้นอีก 10% ที่เหลือในตลาดให้คุณเรียบร้อยแล้วนะคะ... ตอนนี้คุณกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและเจ้าของที่แท้จริงของตระกูลซ่งอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ"
หลินเฟยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองเอกสารในมือสลับกับใบหน้าคมคายของผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอมา หัวใจที่เคยเย็นชากลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 35
วิกฤตหุ้นตก
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!