เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 2

เงินเข้าบัญชีหมื่นล้าน

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"ถ้าเธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับสามแสนบาทนี้ ก็กราบเท้าขอร้องฉันสิคะ เผื่อฉันจะเมตตาช่วยสงเคราะห์เศษเงินให้สักยี่สิบหยวน!" เสียงหัวoเราะเยาะหยันของซ่งอี้ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร ที่นี่คือสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์จิวเวลรีชื่อดัง และเป็นจุดที่เขาจงใจเลือกใช้เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหลินเฟยให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า ต่อหน้าบรรดาไฮโซและเซเลบริตี้ที่ยืนล้อมวงมองดูด้วยสายตาสمเพชเวทนา ดวงตากลมโตของหลินเฟยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... ดูท่าว่า คืนนี้ความบันเทิงคงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะคะ ร่างระหงในชุดเดรสสีดำสนิทไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยโง่เขลาเอาหัวใจทั้งดวงไปฝากฝัง ซ่งอี้ในยามนี้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ ใบหน้าหล่อเหลาเคลือบด้วยรอยยิ้มแห่งความเหนือกว่า เขากำลังยืนคลอเคลียอยู่กับไฮโซสาวทายาทห้างสรรพสินค้าชื่อดังผู้เป็นคู่หมั้นคนใหม่ "สามแสนหยวนเหรอคะ?" หลินเฟยทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กลับเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "สำหรับคุณซ่ง มันอาจจะเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบหลายปี แต่สำหรับฉัน... มันเป็นแค่ค่ากาแฟแก้วเดียวหลังอาหารเที่ยงต่างหากค่ะ" "ปากดี!" ซ่งอี้แค่นหัวเราะ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกหักหน้า "เลิกทำตัวเป็นคุณหนูตกอับที่เก่งแต่คำพูดเสียที! การ์ดในมือเธอน่ะ วงเงินคงเหลือเป็นศูนย์มาเป็นปีแล้วไม่ใช่หรือไง? สภาพอย่างเธอน่ะ แค่ค่าอาหารมื้อนี้ยังต้องล้างจานใช้หนี้เลยมั้ง!" เสียงซุบซิบนินทาดังระงมรอบตัว สายตาทุกคู่มองมาที่หลินเฟยราวกับเธอเป็นตัวตลกในละครสัตว์ หลินเฟยเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก เธอไม่ได้โต้เถียงด้วยคำพูดหยาบคาย นิ้วเรียวยาวหยิบกระเป๋าถือหนังจระเข้สีดำสนิทขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนจะล้วงหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปสีทองอร่ามและชื่อของเธอที่สลักไว้ด้วยนูนต่ำ บัตรแบล็กการ์ดรุ่นพิเศษที่ออกให้โดยธนาคารกลางระดับโลก ซึ่งมีผู้ถือครองทั่วโลกไม่ถึงสิบคน! เมื่อการ์ดใบนั้นปรากฏสู่สายตา บรรยากาศรอบโต๊ะก็พลันเงียบกริบลงทันที พนักงานต้อนรับอาวุโสของโรงแรมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง มือที่สั่นเท้ารีบหยิบเครื่องรูดบัตรไร้สายออกมารอรับคำสั่งอย่างนอบน้อมโดยไม่ต้องให้ใครบอก "รูดค่ะ" หลินเฟยโยนบัตรเครดิตสีดำสนิทลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ "อ้อ... ช่วยเคลียร์บิลทั้งงานนี้ รวมทั้งค่าความเสียหายที่อดีตคู่หมั้นของฉันทำหล่นแตกเมื่อครู่ด้วยนะคะ หักยอดรวมทั้งหมดไปเลยค่ะ ไม่ต้องทอน" ซ่งอี้หน้าถอดสี เขาจ้องมองบัตรในมือพนักงานด้วยความไม่เชื่อสายตา "เป็นไปไม่ได้! เธอบริษัทล้มละลายไปแล้ว! พ่อแม่เเธอตายหมดแล้ว! เธอเอาเงินมาจากไหน?!" "เงินของฉัน จะมาจากไหนก็ไม่เกี่ยวกับสุนัขที่ถูกฉันเขี่ยทิ้งหรอกค่ะ" หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำไว้นะคะซ่งอี้... สิ่งที่ฉันเคยสละทิ้ง มันเป็นแค่ขยะเปียกที่ฉันไม่ต้องการแล้วต่างหาก" *ปี๊บ!* เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นพร้อมกับสลิปกระดาษความร้อนที่ค่อยๆ พิมพ์ยาวออกมา ยอดเงินเจ็ดหลักปรากฏเด่นชัด พร้อมข้อความอนุมัติจากระบบธนาคารระดับโลกที่ยืนยันสถานะความมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัด พนักงานต้อนรับโค้งตัวลงเกือบเก้าสิบองศาด้วยความเคารพสูงสุด สองมือประคองบัตรแบล็กการ์ดคืนให้แก่เธอด้วยความระมัดระวังราวกับมันคือวัตถุโบราณล้ำค่า "เรียบร้อยครับคุณหลิน ยอดเงินหักเรียบร้อยแล้วครับ ขอบพระคุณที่ใช้บริการครับ" ใบหน้าของซ่งอี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไฮโซสาวข้างกายเขาเริ่มถอยหลังกรูดด้วยความรังเกียจและหวาดระแวง ความอับอายพุ่งขึ้นมาจุกถึงลำคอจนเขาพูดไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่ความสะใจกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างของหลินเฟย เสียงคำรามทุ้มต่ำและแรงลมมหาศาลจากภายนอกกระจกใสบานใหญ่ก็ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง *ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!* เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลทรงอิทธิพลระดับประเทศ ลมใบพัดตีระรอกน้ำในสระน้ำพุหน้างานกระเซ็นกระสาย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวลงมาจากบันไดเครื่องบิน ดวงคมกราบกวาดมองเข้ามาในงานด้วยแววตาเฉียบคมดุจพญาอินทรี คีย์... ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งประเทศ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังหลินเฟยอย่างอารักขา รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านจนแขกในงานแทบไม่กล้าหายใจแรง โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างจากท่าทีเยือกเย็นเมื่อครู่ลิบลับ "จัดการเสร็จหรือยังครับคนดี? เครื่องบินส่วนตัวพร้อมพาคุณไปเซ็นสัญญาซื้อเกาะส่วนตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกแล้วนะครับ" หลินเฟยหันไปสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าเดินตามเขาไป ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—บิดาแท้ๆ ของซ่งอี้ที่ล้มละลายไปแล้ว แต่กลับยืนอยู่หลังชายชุดดำลึกลับที่ถือแฟ้มเอกสารสำคัญ "คุณหลินเฟยครับ... เกรงว่าคุณยังไปไหนไม่ได้" ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "เพราะทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณเพิ่งใช้จ่ายไป... ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุดแล้วครับ!" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%