แรงสั่นสะเทือนจากใต้พื้นพิภพไม่ได้ทำให้เซริอัสเสียอาการเท่ากับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างใบหู
"ตรวจพบสัญญาณชีพจรภายนอกระบบ... อัตราการเต้นของหัวใจเชื่อมโยง 98.4 เปอร์เซ็นต์"
เด็กหนุ่มในชุดคลุมนักเวิลด์ดี้มอมแมมขยับตัวหลบเศษหินที่ร่วงกะเทาะลงมาจากเพดานถ้ำ ไหวพริบระดับที่ผ่านการเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนมานับครั้งไม่ถ้วนทำให้เขารู้ว่าเงาดำมหึมาที่กำลังแผ่ไอทมิฬเบื้องล่างนั้นไม่ใช่บอสทั่วไปตามโปรแกรมการสร้างของดันเจี้ยน แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่ทรงพลังเกินกว่าจะประเมินด้วยตาเปล่า
"เซริอัส! ทางนี้!"
เสียงตะโกนพร้อมกับแรงฉุดกระชากที่ต้นแขนดึงสติของเขากลับมา ลิลลี่ อัศวินสาวผู้เคร่งขรึมและพ่วงตำแหน่งแนวหน้าจำเป็นกำลังใช้ดาบใหญ่ปักยันกับผนังหินที่กำลังปริร้าว เธอกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ชุดเกราะเหล็กกล้าเต็มไปด้วยรอยขูดขีดและคราบฝุ่นดินจากการปะทะเมื่อครู่
"ผมเห็นแล้วครับคุณลิลลี่ ใจเย็นก่อน... แรงสั่นสะเทือนนี่ไม่ได้มาจากเพดานถ้ำถล่มหรอกครับ" เซริอัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดจะสบายใจผิดจังหวะ ทว่าดวงตากลับกวาดมองหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่เด้งขึ้นมาขวางหน้าอย่างรวดเร็ว
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการซิงโครไนซ์ของคลื่นสมอง (Brainwave Synchronization)]
[คำเตือน: จิตใต้สำนึกของผู้ใช้งานกำลังถูกดึงเข้าสู่ "แกนกลางภายนอก" กรุณายืนยันตัวตนเพื่อความปลอดภัย]
นิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มแตะลงบนอากาศว่างเปล่าอย่างแม่นยำ เขากำลังวิเคราะห์ชุดข้อมูลที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำหลาก ในฐานะเนโครแมนเซอร์ที่ใช้ชีวิตอยู่กับการควบคุมซากศพและเศษเสี้ยวพลังงานวิญญาณ เขารู้ดีว่าความรู้สึก "แปลกปลอม" นี้คืออะไร
มันไม่ใช่เวทมนตร์... แต่มันคือคลื่นสัญญาณไฟฟ้า
"คุณกำลังทำอะไรอยู่! เจ้าตัวข้างล่างนั่นกำลังจะขึ้นมาแล้วนะ!" ลิลลี่หันมาตวาดด้วยความร้อนรน เธอมองเงาดำขนาดมหึมาที่กำลังกางกรงเล็บตะกุยขึ้นมาจากเหวนรกเบื้องล่าง ไอความมืดพวยพุ่งจนบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"ผมกำลังหาคำตอบครับว่าทำไมดันเจี้ยนนี้ถึง... รู้จักชื่อจริงของผม" เซริอัสหันกลับมาสบตากับอัศวินสาว แววตาที่ปกติมักจะฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบายในยามนี้กลับลุ่มลึกและจริงจังอย่างหาได้ยาก "คุณเคยคิดไหมครับคุณลิลลี่ ว่าทำไมมอนสเตอร์ในนี้ถึงได้ฉลาดเป็นกรด แถมยังมีการตอบสนองที่เหมือนมนุษย์เข้าไปทุกที?"
ลิลลี่ชะงักไปชั่วขณะ ดาบใหญ่ในมือผ่อนแรงลงเล็กน้อยเมื่อสมองประมวลผลตามคำพูดของอีกฝ่าย "เจ้า... หมายความว่ายังไง?"
"เพราะพวกมันไม่ได้ถูกสร้างจากโค้ดเวทมนตร์ไงครับ" เซริอัสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักจะทำให้คู่สนทนารู้สึกเหมือนกำลังตกลหลุมพรางทางความคิด "แต่พวกมันถูกควบคุมโดย... 'คน' ที่นั่งอยู่หน้าจออีกด้านหนึ่งของโลก"
สิ้นคำพูดของเซริอัส พื้นดินทั้งหมดก็หยุดสั่นสะเทือนกะทันหัน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งชั้นดันเจี้ยนราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ เสียงคำรามของเงาดำมหึมาเงียบหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงดังกริ๊กล็อค... เสียงคล้ายกับกลไกของเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงาน
ภาพตรงหน้าของทั้งคู่เริ่มแตกสลายเป็นละอองแสงสีฟ้าคราม ผนังหินแกร่งของดันเจี้ยนจางหายไป กลายเป็นเส้นตารางเรขาคณิตสามมิติที่ซ้อนทับกันนับพันชั้น กลิ่นอับชื้นของดินและเลือดมอนสเตอร์ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอับของห้องปิดตายและกลิ่นโอโซนจากแผงวงจรอเล็กทรอนิกส์
ลิลลี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นสัมผัสอากาศที่ตอนนี้กลายเป็นหน้าจอโปร่งแสงนับร้อยจอสะท้อนภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกภายนอกที่เธอบริสุทธิ์ไม่เคยรู้จัก "นี่มัน... เวทมนตร์อะไรกัน? ภาพพวกนี้คืออะไรทำไมถึงมีหน้าตาของ... ของผู้คนมากมายขนาดนั้น!"
"โลกความจริงครับ" เซริอัสเดินเข้าไปใกล้จอภาพหลัก ภาพที่สะท้อนอยู่บนนั้นคือร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียงพยาบาล โดยมีขั้วสัญญาณไฟฟ้าแปะอยู่ทั่วศีรษะและหน้าอก ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอผ่านเครื่องช่วยพยุงชีพ
หน้าจอข้างๆ กันแสดงกราฟอัตราการเต้นของหัวใจที่ตรงกันกับของเซริอัสอย่างไร้ที่ติ
"นาย... หมายความว่าตัวเรา..." ลิลลี่ก้าวถอยหลังด้วยความสั่นเทา ศักดิ์ศรีของอัศวินผู้กล้าหาญสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อพบว่าโลกที่เธอเติบโต ดาบที่เธอถือ และการต่อสู้ทั้งหมด แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงข้อมูลในกระแสไฟฟ้า
"ใช่ครับ" เซริอัสถอนหายใจยาว แววตาฉายประกายความเห็นอกเห็นใจเจือความขบขันเล็กน้อย "พวกเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อจริงๆ บนโลกใบนี้หรอกครับ... พวกเราเป็นเพียง 'ข้อมูล' ที่ถูกแปลงสภาพผ่านคลื่นสมองของผู้เล่นที่นอนหลับใหลอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และดันเจี้ยนแห่งนี้... ก็คือเซิร์ฟเวอร์หลักที่เชื่อมต่อจิตสำนึกของพวกเราเข้าด้วยกัน"
เด็กหนุ่มหันกลับมามองลิลลี่ที่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น เขายื่นมือออกไปหมายจะแตะปลอบโยนตามประสาคนมองโลกในแง่ดีผิดจังหวะ ทว่าจู่ๆ หน้าจอสีฟ้าครามทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติในการเข้าถึงข้อมูล]
[กำลังรีเซ็ตสภาพแวดล้อม... 3... 2... 1...]
เสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบและไร้ชีวิตชีวาไม่ได้มาจากระบบของดันเจี้ยนอีกต่อไป แต่มันดังมาจากลำโพงภายนอกที่สะท้อนก้องผ่านจิตสำนึกของพวกเขา
และก่อนที่เซริอัสจะได้ทันใช้สกิลเนโครแมนเซอร์สร้างเกราะป้องกัน พื้นที่ใต้เท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... มันไม่ใช่การตกสู่ชั้นล่างของดันเจี้ยน
ร่างของทั้งสองหลุดร่วงผ่านอุโมงค์แสงสีขาวโพลนที่เจิดจ้าจนแสบตา กลิ่นอายของโลกดิจิทัลหลอมรวมเข้ากับความทรงจำที่ขาดหายไป ภาพของห้องแล็บขนาดใหญ่ที่มีนักวิทยาศาสตร์ในชุดกาวน์สีขาวนับสิบคนกำลังยืนล้อมรอบแคปซูลแก้ว พลันปรากฏขึ้นในหัวของเซริอัสอย่างชัดเจน
ในวินาทีที่ร่างของพวกเขากำลังจะกระแทกพื้น เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องบน เป็นเสียงที่เซริอัสไม่เคยได้ยินมาก่อนในดันเจี้ยน... แต่กลับคุ้นเคยอย่างประหลาดราวกับเสียงของตัวเอง
"ยินดีต้อนรับกลับสู่โลกความเป็นจริงนะ... ตัวฉันเอง"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 21
เบื้องหลังความเป็นจริง
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!