หยดน้ำตานักออกแบบ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์อุทธรณ์•ตอนที่ 3

กำแพงน้ำแข็ง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมวีไอพีผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด ลายเส้นการออกแบบเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ "Eternity Tear" ถูกตวัดด้วยปลายปากกาอย่างมั่น and เฉียบคม ทุกเส้นสายสะท้อนถึงความเจ็บปวดที่ถูกหลอมรวมเข้ากับความงามอันทรงพลัง เพชรน้ำงามเม็ดโตถูกวางไว้ตรงกลาง รัศมีของมันช่างบาดตา... เหมือนกับสายตาของคนที่กำลังจ้องมองเธออยู่จากมุมมืดของห้อง ธามันนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีเข้ม ดวงตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อน รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้รอเขาอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในบ้านหลังเดิมเมื่อสามปีก่อน เธอกลายเป็น "รินรดา นิลกาญจน์" ดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างไขว่คว้าหาตัว ความเยือกเย็นและท่าทีราวกับรูปปั้นน้ำแข็งของเธอกำลังกรีดแทงหัวใจเขาให้แหลกสลายทีละน้อย "แบบร่างนี้... มีความหมายลึกซึ้งดีนี่ครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธามันลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว "ดูคล้ายกับหยดน้ำตา... แต่กลับแข็งแกร่งจนไม่มีใครทำลายได้ เหมือนกับตัวคุณในตอนนี้เลย" รินรดายังคงนิ่ง เธอวางปากกาในมือลงช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับกำแพงน้ำแข็งหนาทึบที่ไม่มีวันละลาย "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ท่านประธานธามัน แต่ดิฉันคิดว่าเราควรคุยกันเฉพาะเรื่องธุรกิจ ดีไซน์ชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรำลึกถึงความหลัง หรือให้ใครมาวิเคราะห์ความรู้สึกส่วนตัวหรอกนะคะ" คำพูดที่ราบเรียบแต่เชือดเฉือนนั้นทำให้ธามันชะงัก หัวใจของเขาบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ ภาพวันเก่าๆ ย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่รินรดานั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืด วันที่เธอยื่นใบหย่าให้พร้อมกับรอยน้ำตาบนแก้ม... วันนั้นเขาใจร้ายและเย็นชากับเธอเพียงใด เขากล้าดียังไงถึงผลักไสเพชรแท้ล้ำค่าเช่นนี้ออกไปจากชีวิตเพียงเพราะความทะนงตนโง่เขลา? "ริน... ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดพลาดในอดีต" ธามันก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอเคยซบหน้าลงร้องไห้โฮลอยแตะจมูก "ตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่นึกถึงคุณ ไม่มีวันไหนที่บ้านหลังนั้นมีความหมาย... โปรดให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมครับ?" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หัวใจที่เคยด้านชากลับสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก แต่ความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตก็ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันได้อย่างดีเยี่ยม เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาสمเพชเจือความสมเพชตัวเอง "ไถ่บาปเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "คุณธามันคะ... ความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับ มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอาคำว่า 'ขอโทษ' มาลบล้างได้ง่ายๆ เหมือนรอยเปื้อนบนกระดาษหรอกนะคะ สิ่งที่คุณทำลายมันพังไปหมดแล้ว และตอนนี้... ฉันก็ไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดที่จะรอให้ใครมาเมตตาอีกต่อไปแล้วด้วย" เธอก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ธามันกลับคว้าข้อมือเธอไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสที่คุ้นเคยและไออุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้ทั้งคู่สะท้อนใจ แรงบีบที่กระชับแน่นไม่ได้คุกคาม แต่เต็มไปด้วยความวิงวอนและโหยหาอย่างสุดซึ้ง "ริน... ได้โปรด มองผมสิ มองผมเหมือนวันที่เรา..." "ปล่อยค่ะ!" รินรดาสลัดข้อมือออกอย่างแรง แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้า "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! สามปีที่ผ่านมา คุณควรเรียนรู้ได้แล้วนะคะว่าอะไรที่เป็นของคุณ และอะไรที่คุณไม่มีวันได้กลับคืนมา!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ธามันยืนนิ่งค้าง มือที่ว่างเปล่าของเขาสั่นเทา ความรู้สึกผิดโถมทับจนหน้ามืด เขาตระหนักแล้วว่ากำแพงน้ำแข็งที่รินรดาสร้างขึ้นนั้นหนากว่าที่เขาคาดคิดไว้ร้อยเท่าพันทวี และเขากำลังจะต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่มีเพื่อทำลายมันลง ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบกำลังจะกลืนกินทุกสรรพเสียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกัน ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกผลเปิดออกโดยพศิน คู่แข่งทางธุรกิจและชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างรินรดาในวันที่เธอมืดแปดด้าน "รินครับ เอกสารสำหรับงานประมูลคืนนี้เรียบร้อยแล้— อ้าว ท่านประธานธามันก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ขอโทษทีครับที่ผมเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว" พศินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความท้าทายถูกส่งให้ธามัน พร้อมกับมือหนาที่ถือวิสาสะโอบไหล่บางของรินรดาไว้อย่างสนิทสนม ธามันหรี่ตาลงมองมือของพศินที่แตะอยู่บนไหล่ของอดีตภรรยา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความหึงหวงและโทสะที่พุ่งพล่าน แต่ก่อนที่ธามันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร รินรดากลับหันไปยิ้มให้พศินอย่างอ่อนโยน—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้ธามันเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ไม่เป็นไรค่ะพศิน เราคุยกันธุระเสร็จพอดี... ไปกันเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้นานเกินไป" รินรดาปรายตามองธามันเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ก่อนจะหมุนตัวเดินเคียงคู่ไปกับพศิน มุ่งหน้าออกจากห้องประชุมโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย ธามันยืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย สายตาคมก้มลงมองพื้นผิวโต๊ะทำงานและสะดุดเข้ากับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกลืมทิ้งไว้บนเก้าอี้ของพศิน ซึ่งถูกลมจากเครื่องปรับอากาศพัดจนกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวหลุดออกมาคว่ำหน้าอยู่บนพื้น ด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจบางอย่าง ธามันก้มลงเก็บแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู และวินาทีแรกที่ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความและรูปถ่ายบนเอกสารแผ่นนั้น ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม—ภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบที่มีรอยยิ้มและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว พร้อมกับหัวข้อรายงานการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ระบุชื่อของ "รินรดา" และเด็กน้อยคนนั้นไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความเจ็บปวดและร่วมเดินทางไปกับหยดน้ำตาของรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยดน้ำตานักออกแบบ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์อุทธรณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%