เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านรอยแยกของหมวกนิรภัยสีเหลืองสด ไม่ได้ทำให้สถาปนิกสาวผู้ยืนอยู่กลางไซต์งานก่อสร้างสะเทือนแม้แต่น้อย ลีลาวดีปรายตามองเศษปูนที่ร่วงกราวลงมาจากชั้นบน เกือบเฉียดปลายรองเท้าคัตชูหนังแท้ราคาแพงของเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เธอไม่ได้ถอยหลังหนี ทว่ากลับก้าวเท้าเข้าไปยืนประชิดโครงสร้างเสาคอนกรีตที่ยังเทไม่แห้งดีด้วยซ้ำ ปลายเรียวเล็บที่เคลือบเจลสีนู้ดเรียบหรูแตะลงบนพื้นผิวขรุขระอย่างถือดี
"ถ้าคุณคิดว่าการทิ้งเศษปูนลงมาจะทำให้ฉันขวัญกระเจิงและเดินหันหลังกลับไปสำนักงานล่ะก็... คุณคงต้องประเมินสมองส่วนหน้าของวิศวกรคุมงานอย่างคุณใหม่แล้วล่ะครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันหมายถึง 'คุณธนภัทร'"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกถูกส่งผ่านออกไป ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปร่งในชุดยูนิฟอร์มช่างที่ยืนกอดอกอยู่บนนั่งร้านชั้นสอง ดวงตาคู่คมกริบภายใต้แว่นตากรอบทองส่องประกายท้าทาย เธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะผู้รับเหมารายย่อยที่ยอมให้ใครมาบีบไล่ แต่เธอก้าวเข้ามาในฐานะ 'สถาปนิกเจ้าของแบบ' ผู้ถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการอนุมัติงบประมาณและเซ็นรับรองความปลอดภัยของโครงการมูลค่าหลายพันล้านแห่งนี้
ธนภัทรลดแขนลงอย่างช้าๆ เขากระโดดลงมาจากนั่งร้านความสูงเกือบสองเมตรอย่างไร้ที่ติ เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างเหล็กเปลือยเปล่า ร่างสูงใหญ่ในระยะประชิดทำให้แรงกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก แต่นั่นไม่ได้ทำให้หัวใจของลีลาวดีเต้นผิดจังหวะจากความหวั่นไหว... มันเต้นเร็วกระหน่ำด้วยความเดือดดาลต่างหาก
"สถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณคงไม่รู้หรอกนะครับว่า... หน้างานจริงกับเส้นสายบนกระดาษไขมันต่างกันฟ้ากับเหว แบบที่คุณวาดมาด้วยความมั่นใจเนี่ย มันกำลังจะทำให้คนงานของผมตายหมู่ถ้าดึงดันจะใช้เหล็กเสริมเกรดนี้" ธนภัทรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาสีดำสนิทของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาว่ากำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นนั้นเปราะบางแค่ไหน
"แปลกนะครับ ทั้งที่บริษัทของคุณเป็นผู้ชนะการประมูลรับเหมาโครงสร้าง แต่กลับมานั่งจับผิดแบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลแล้ว หรือว่า... งบประมาณก้อนโตที่ผมเพิ่งอนุมัติผ่านระบบบัญชีกลางเมื่อวานนี้ มันยังไม่พออุดปากคุณ หรือต้องให้ผมเพิ่มตัวเลขในเช็คใบนั้นอีกสักหลักดีล่ะครับ ถึงจะเลิกหาเรื่องตอดเล็กตอดน้อยแล้วเริ่มลงมือทำงานสักที?"
ลีลาวดีสวนกลับทันควัน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง เธอยื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตหน้าจอแตกเล็กน้อยจากกระเป๋าเอกสาร ก่อนจะกดเปิดไฟล์แปลนโครงสร้างที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน ยื่นจ่อหน้าอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
"อ่านซะ... ในฐานะวิศวกร คุณมีหน้าที่ทำตามแบบที่วิศวกรโครงสร้างต้นสังกัดอนุมัติ ไม่ใช่ใช้อารมณ์ส่วนตัวมาสั่งแก้ไขหน้างานตามอำเภอใจ ถ้าคุณอยากเปลี่ยนสเปกเหล็ก ก็ทำเรื่องยื่นเอกสารอนุมัติมาตามขั้นตอน ไม่ใช่ใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้เพื่อหวังจะลดต้นทุนเข้ากระเป๋าตัวเอง"
ธนภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยามเหยียด เขาไม่ได้สนใจหน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกปลาบไล่สำรวจตั้งแต่เรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูป ไปจนถึงรอยยิ้มหยันที่เขากล้ารับประกันว่า... อยากจะทำให้มันเปลี่ยนเป็นเสียงครางอ้อนวอนใต้ร่างเขานัก
"คุณยังดื้อด้านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ลีลาวดี... คิดว่ากอดเก้าอี้สถาปนิกใหญ่แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะ... โดยเฉพาะโปรเจกต์นี้ ที่ถ้าไม่มีลายเซ็นอนุมัติวัสดุจากผมภายในเที่ยงวันนี้ เครนยักษ์พวกนั้นก็จะหยุดทำงาน และค่าปรับวันละสิบล้านที่คุณแบกรับอยู่ มันก็จะพาทั้งบริษัทของคุณล่มจมภายในพริบตาเดียว"
คำขู่ที่กดดันจนแทบหายไม่ออกทำให้ลมหายใจของลีลาวดีสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างหยิ่งทะนง มือเรียวที่ถือแท็บเล็ตสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยศักดิ์ศรี
"งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้น..." ลีลาวดีดึงมือกลับ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีเวลาร้อนรน นิ้วเรียวกดปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า ก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ต่อสายตรงถึงห้องประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทแม่ในเครือข่ายระดับประเทศ
"ต่อสายให้ท่านประธานใหญ่... บอกเขาว่า สถาปนิกคุมโครงการ 'สถาปัตยกรรมแห่งอนาคต' ต้องการใช้สิทธิ์มาตรา 9 ยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัทรับเหมาปัจจุบันทั้งหมดทันที และเตรียมโอนงบประมาณสำรองฉุกเฉินวงเงินหนึ่งหมื่นล้านบาทให้กับบริษัทคู่แข่งรายใหม่ภายในสามนาทีนี้"
ธนภัทรชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินตัวเลขและอำนาจเด็ดขาดที่เธอถือครองอยู่ในมือ
แต่ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ที่บินแหวกกลุ่มควันสีเทาของไซต์งานก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว แรงลมมหาศาลพัดเอาฝุ่นละอองและเศษกระดาษปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ แรงกดดันจากใบพัดทำให้ทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้อง
ประตูห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ก้าวลงมา พร้อมกับเลขาฯ ส่วนตัวที่ถือเอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของทั้งคู่
"สวัสดีครับคุณลี... และสวัสดีครับคุณภัทร" ชายผู้มาใหม่ส่งยิ้มเย็นเยียบให้วิศวกรหนุ่ม "พอดีผมได้รับรายงานว่า... มีคนพยายามขัดขวางการทำงานของสถาปนิกคนโปรดของผม..."
ดวงตาของธนภัทรหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน ขณะที่ลีลาวดีกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย ประตูเฮลิคอปเตอร์อีกบานก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ก้าวลงมาพร้อมเอกสารคำสั่งศาลฉบับล่าสุด
"ขอโทษด้วยนะครับคุณลี... แต่ที่คุณสั่งเมื่อกี้... อาจจะทำไม่ได้แล้วล่ะครับ" ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยдяیว "เพราะตอนนี้ หุ้นทั้งหมดหวดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทคุณ... ถูกผมกว้านซื้อไว้หมดแล้วด้วยเงินสด"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียน "สายลมแผ่วเบา" เสมอนะครับ
สถาปนิกตัวร้ายกับนายวิศวกรปากแข็ง•ตอนที่ 1
ฝุ่นตลบที่ไซต์งาน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกตัวร้ายกับนายวิศวกรปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
