กระดาษไขแผ่นบางถูกนิ้วเรียวยาวขยำจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือ เสียงฉีกขาดของเส้นใยเซลลูโลสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบห้าที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงในยามค่ำคืนราวกับดวงดาวบนพื้นดิน
ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาที่ปลายนิ้ว ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบหน้าม้าเรียบร้อยจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากของธนภัทรในเวลานี้ช่างบาดลึกเสียจนเธอแทบอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กฟาดลงไปตรงหน้าผากของเขาให้รู้แล้วรู้รอด
"คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่าครับ ภัทร" น้ำเสียงของสถาปนิกสาวลอดไรฟันออกมาทีละคำ เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "โปรเจกต์นี้ฉันวางผังโครงสร้างแกนกลางไว้แบบนี้เพื่อให้รับน้ำหนักแรงลมได้สูงสุดตามมาตรฐานสากล แต่คุณกลับบอกให้ฉันรื้อผนังรับแรงเฉือนออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเนี่ยนะ? คุณเรียนวิศวะมาจากสถาบันไหน ถึงได้กล้าเอาชีวิตคนนับพันมาเสี่ยงกับความโลภแค่เรื่องพื้นที่ขาย!"
ธนภัทรยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองเธอนิ่งสนิท เขายังไม่ยอมปริปากพูดอะไรในทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บด ขยี้ประสาทสัมผัสของคนตรงข้ามอย่างใจเย็น ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของเขาเคาะกับขอบโต๊ะประชุมกระจกใสเป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ตึ๊ก... ตึ๊ก...* มันคือจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของลีลาวดีที่กำลังเต้นเร็วกระชั้นด้วยความเดือดดาล
"ถ้าผมไม่บ้าพอ... ป่านนี้บริษัทสถาปนิกชื่อดังของคุณคงกลายเป็นบุคคลละลายทรัพย์ไปนานแล้วล่ะครับ คุณลีลาวดี" ธนภัทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ชายหนุ่มขยับตัวโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "คุณเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับความฝันบนกระดาษ สวยงาม หรูหรา ไร้ที่ติ... แต่โลกความเป็นจริงของธุรกิจ มันขับเคลื่อนด้วยตัวเลขและกำไร ไม่ใช่ความโรแมนติกแบบสถาปนิกอินดี้"
"ความรับผิดชอบต่างหากครับที่ขับเคลื่อนงานก่อสร้าง ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี!" ลีลาวดีตบโต๊ะเสียงดังลั่น ร่างเพรียวระหงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ล้อเลื่อนไถลถอยหลังไปกระแทกกับผนังห้อง เธอยื่นมือไปคว้าแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่แล้วกางกระแทกแผ่หลาลงตรงหน้าเขา "ดูนี่สิครับ! จุดเชื่อมต่อเสาเข็มกับฐานรากตรงนี้ ถ้าลดขนาดเหล็กเส้นเสริมตามที่คุณสั่ง แรงบิดจากแผ่นดินไหวระดับเจ็ดริกเตอร์จะทำให้ตึกนี้พับลงมาเหมือนกล่องกระดาษทิชชูในพริบตาเดียว คุณอยากให้ชื่อของคุณถูกจารึกไว้ในฐานะฆาตกรต่อเนื่องหรือไงกัน!"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากอากาศ ธนภัทรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของวิศวกรหนุ่มไม่มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับอมยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่ทำให้เธอนอนไม่หลับมาตลอดสามคืนเต็มหลังจากได้ยินประโยคประกาศิตเมื่อครู่
*“เพราะตอนนี้ หุ้นทั้งหมดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทคุณ... ถูกผมกว้านซื้อไว้หมดแล้วด้วยเงินสด”*
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ลีลาวดีจำได้ดีว่าในวินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน เธอมองหน้าผู้ชายที่เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในไซต์งานก่อสร้างเก่าๆ เมื่อหลายปีก่อน ผู้ชายที่เคยแบ่งขนมปังแห้งๆ และน้ำดื่มอุ่นๆ ให้เธอดื่มยามที่งบประมาณบริษัทติดลบจนแทบไม่มีเงินจ่ายค่าข้าว
แต่ตอนนี้... ธนภัทรคนเดิมได้ตายไปแล้ว เหลือเพียง "ท่านประธานคนใหม่" ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทสถาปนิกที่เธอรักและสร้างมันขึ้นมาจากหยาดเหงื่อ
"คุณซื้อหุ้นพวกนั้นมาได้ยังไง..." ลีลาวดีเค้นเสียงถาม ร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรงจนต้องทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม มือเรียวกำชายเสื้อสูทของตัวเองแน่นเพื่อระงับอาการสั่น "บริษัทของเราไม่ได้เปิดขายหุ้นสาธารณะในตลาดหลักทรัพย์ด้วยซ้ำ... คุณเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้นเพื่อมากว้านซื้อหุ้นนอกตลาดจากผู้ถือหุ้นเก่า"
ธนภัทรหยิบเอกสารสัญญาซื้อขายหุ้นฉบับจริงขึ้นมาวางบนโต๊ะ เลื่อนมันผ่านกระจกใสมาตรงหน้าเธออย่างเชื่องช้า ลายเซ็นบนกระดาษแผ่นนั้นคมชัดและเป็นชื่อของเขาจริงๆ — ธนภัทร สกุลวงศ์ไพศาล ทายาทตระกูลวิศวกรโยธายักษ์ใหญ่ที่ตัดขาดจากครอบครัวเพื่อมาเริ่มต้นจากศูนย์... หรือนั่นคือคำโกหกที่เขาใช้ปิดบังตัวตนที่แท้จริงกันแน่?
"ความลับทางธุรกิจครับ คุณลี" ธนภัทรตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "และเพราะตอนนี้ ผมคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด... แปลว่าในฐานะประธานบริษัทคนใหม่ อำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงอยู่ที่ผม ไม่ใช่คุณ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนแบบโครงสร้างหลักของฉัน!" ลีลาวดีคำรามลั่น ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอยอมก้มหัวให้ความยากลำบาก ยอมอดหลับอดนอนติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันเพื่อออกแบบตึกนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แต่สุดท้าย กลับถูกผู้ชายที่เธอเคยไว้ใจที่สุดเข้ามาทำลายมันพังทลายลงด้วยอำนาจเงินสดเพียงชั่วข้ามคืน
"ผมมีสิทธิ์ครับ... และมีสิทธิ์อย่างเบ็ดเสร็จด้วยซ้ำ" ธนภัทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ที่เธอนั่ง โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคย "ถ้าคุณยังดื้อดึงจะใช้แบบเดิมต่อไป... พรุ่งนี้เช้า ผมจะเซ็นคำสั่งปลดคุณออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีมสถาปนิกทันที และเอาแบบแปลนนี้ไปให้บริษัทอื่นแก้ใหม่ทั้งหมด"
"คุณมัน..." ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว ปลายจมูกรั้นรดรินรดด้วยลมหายใจร้อนผ่าว "คุณมันเลือดเย็นยิ่งกว่าคอนกรีตที่ยังไม่เซ็ตตัวเสียอีก ภัทร!"
"ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ" ธนภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนโมโห เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะปลายคางมนเพื่อเชยขึ้นมามอง แต่สถาปนิกสาวกลับปัดมือออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง *เพียะ!*
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบนหลังมือหนาของวิศวกรหนุ่ม แต่เจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคือง เขายังคงรอยยิ้มมุมปากไว้เช่นเดิม ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"แต่ถ้าคุณไม่อยากให้แบบแปลนนี้ถูกโยนลงถังขยะ... คืนนี้ ไปทานข้าวกับผมที่เพนท์เฮาส์ส่วนตัวสิครับ แล้วเราค่อยมาตกลงกันว่า... จะยอมแก้แบบ หรือจะยอมให้ผม 'ลงโทษ' คุณด้วยวิธีไหนดี"
ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปหมายจะต่อ 0ว่าแต่อีกฝ่าย แต่ทว่า—
เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่ประธานกรรมการอาวุโสของบริษัท—คนที่ควรจะเกษียณอายุไปพักผ่อนที่ต่างประเทศตั้งแต่ปีที่แล้ว—จะเปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมกับชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคน ท่าทีของชายชราผู้นั้นไม่ได้มีความนอบน้อมต่อเธอเหมือนเคย ตรงกันข้าม เขากลับโค้งคำนับให้ธนภัทรอย่างนอบน้อมราวกับบ่าวรับนาย
"ท่านประธานครับ..." ชายชราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย "ทุกอย่างตามที่คุณสั่ง... จัดการเรียบร้อยหมดแล้วครับ"
ธนภัทรผละตัวออกจากการโน้มตัวใกล้ชิด เขายืดตัวตรงอย่างสง่างาม หันไปพยักหน้ารับคำรายงานนั้นเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่กำลังนั่งแข็งค้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยความงุนงง
"ยินดีต้อนรับสู่การเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริงนะครับ คุณลีลาวดี... อ้อ และโปรดจำไว้ว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ตึกที่คุณรักทั้งหลัง ไม่ได้เป็นของบริษัทนี้อีกต่อไปแล้ว..." ธนภัทรเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเป็นประกายวับวาวด้วยความเร้นลับ "...แต่มันถูกโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดมาเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้คุณ... โดยมีผมเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นแต่เพียงผู้เดียว"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกตัวร้ายกับนายวิศวกรปากแข็ง•ตอนที่ 2
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกตัวร้ายกับนายวิศวกรปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
