ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ•ตอนที่ 4

พันธนาการที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราทว่าอلبอบอวลด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด ราวกับมีม่านหมอกแห่งสงครามประสาทแผ่ซ่านอยู่ทุกตารางเมตร ประโยคคำสั่งดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของของคิรากรยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ทว่าเธอไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่จะยอมยืนนิ่งให้เขาชักใยตามอำเภอใจ *“อยู่เงียบๆ ตรงนี้... แล้วรอดูว่าฉันจะจัดการกับคนที่กล้าแย่งของๆ ฉันอย่างไร”* คำพูดนั้นสะท้อนความป่าเถื่อนในแบบฉบับของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวกฎเกณฑ์ใดๆ บนโลกใบนี้ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ทว่ากลิ่นกายอันคุ้นเคยของเขาที่ยังเจือจางอยู่ในอากาศกลับทำลายสมาธิของเธอจนย่อยยับ ในเมื่อเขาหันไปเผชิญหน้ากับอัครินทร์ ศัตรูตัวฉกาจที่ยืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องล่างบริเวณห้องโถงจัดงานด้านนอก รินรดาจึงใช้จังหวะชุลมุนนี้ก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบ มือเรียวบางเอื้อมไปบิดกลอนประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว เธอต้องไป... เธอไม่อرځยอมตกเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจของใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซาตานในคราบสุภาพบุรุษอย่างคิรากร แกร็ก! เสียงกลอนประตูดังขึ้นเบาหวิวในความเงียบ ทว่ามันกลับดังราวกับเสียงฟ้าผ่าในโสตกรรณของคนที่ประสาทสัมผัสไวเป็นเลิศอย่างคิรากร ร่างสูงใหญ่ที่กำลังจะก้าวออกไปจัดการปัญหาหยุดชะงักทันที เขายังไม่ทันได้หันกลับมามองด้วยซ้ำ ร่างของเขาก็หายวับจากจุดเดิม และพุ่งเข้ามาประชิดด้านหลังของรินรดาด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ พรวด! “คิดจะไปไหน... หืม, รินรดา?” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง วินาทีต่อมา ข้อมือบางถูกพันธนาการไว้ด้วยมือหนาราวกับคีมเหล็กที่บีบรัดจนเจ็บร้าว แรงดึงมหาศาลกระชากเธอกลับหลังจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อราวกับกำแพงเหล็ก “ปล่อยฉันนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่!” รินรดาตวัดเสียงกร้าวใส่ พร้อมกับบิดข้อมือหนีสุดกำลัง ศักดิ์ศรีและความพยศในตัวถูกจุดประกายขึ้นจนดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “ไม่มีสิทธิ์?” คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นโอบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแน่นหนาจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน “ผู้หญิงที่อยู่ในกำมือของฉัน ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอ... เป็นสิทธิ์ขาดของฉันแต่เพียงผู้เดียว จำใส่สมองเอาไว้!” “คุณมันบ้า! ฉันไม่ใช่สิ่งของของคุณ!” “แต่อยากลองดีนักใช่ไหม ถึงได้คิดหนีในเวลาแบบนี้” คิรากรพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากันอย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากออร่าความมืดมนและดิบเถื่อนแผ่ซ่านจนรินรดาแทบหายใจไม่ออก แววตาคมกริบดั่งพญาสัตว์ป่าจ้องมองริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธแค้น “ในเมื่อเื้อนเอ่ยคำว่า ‘หนี’ ออกมาจากปากสวยๆ นี่บ่อยนัก ฉันคงต้องหาทาง... ล็อกตัวเธอไว้ด้วยวิธีอื่นที่ทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้อีกเลยดีไหม?” สายตาคู่นั้นกวาดมองเรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาสำรวจสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสราตรีหรูหราที่แนบเนื้อ ความเร่าร้อนและดิบเถื่อนในแววตาของมาเฟียหนุ่มทำให้รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความหายนะ “ถอยไปนะ... อื้อ!” คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคิรากรไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อnเอ่ยสิ่งใดอีกต่อไป ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงบดขยี้ที่ดุดันและเอาแต่ใจทำให้รสชาติความหวานกลายเป็นความเจ็บแปลบปะปนความวาบหวาม รินรดาส่ายหน้าหนีพัลวัน มือเรียวระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นกลับเปรียบเสมือนการสะกิดผิวกายของเสือร้ายให้มันฮึกเหิมยิ่งขึ้น มือหนาเลื่อนขึ้นล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาจูบที่ลึกล้ำและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ากวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์อันดิบสัญชาตญาณ ทำให้สติสัมปชัญญะของทนายความสาวผู้แข็งกร้าวเริ่มหลอมละลายลงทีละน้อย ร่างกายที่เคยขขัดขืนเริ่มอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูก ภายใต้พันธนาการที่แน่นหนาของเขา ความหอมหวานจากเนื้อนวลเนียนที่แนบชิด ยิ่งจุดไฟปรารถนาในกายของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม คิรากรผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้หญิงสาวได้ตักตวงอากาศหายใจ ทว่าหน้าผากของเขายังคงชิดติดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนระอุหอบกระชั้นรดรินกันและกัน แววตาของเขาฉายแววดำมืดราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะดึงเธอดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนจนไม่เหลือทางถอย “จำไว้ว่าอย่าลองดีกับฉันอีก รินรดา...” เสียงกระซิบแหบพร่าข้างริมฝีปาก เคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด “เพราะไม่ว่าเธอจะวิ่งหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้าย... เธอก็จะถูกดึงกลับมาซุกอยู่ใต้ร่างของฉันอยู่ดี” “คนทราม...” เธอกัดฟันเค้นเสียงด่าทอออกมารlอดไรฟัน แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยแรงปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดชนวนขึ้นมาก็ตาม คิรากรหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ระต้นคอออกอย่างทะนุถนอม ทว่าแววตากลับเด็ดขาดและเหี้ยมเกรียม “จะด่าว่าอะไรก็ตามใจ เธอยังมีเวลาอีกถมเถที่จะได้ใช้ปากคู่นี้... ครางชื่อฉันใต้ร่าง” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วก่อนที่ลูกน้องคนสนิทของคิรากรจะผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก โดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต “นายใหญ่ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... คุณอัครินทร์ไม่ได้มาคนเดียว ตอนนี้คนของมันแอบลอบเข้าไปในห้องควบคุมระบบความปลอดภัยของคฤหาสน์แล้วครับ!” รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าคมคายของคิรากรหายวับไปในพริบตา แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความต้องการทางอารมณ์แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจปีศาจในเสี้ยววินาที เขาดันตัวรินรดาให้อยู่ด้านหลังอย่างปกป้องสัญชาตญาณ ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ทรงพลังจนน่าขนลุก “ล็อกประตูทุกด้าน อย่าให้ใครออกไปได้แม้แต่คนเดียว... ส่วนแก...” คิรากรหันกลับมามองรินรดาแวบหนึ่ง สายตาคู่นั้นคมปลาบราวกับใบมีดโกน “ยืนนิ่งๆ อยู่หลังฉัน ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้วเธอก้าวขาออกนอกห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ทว่า ในวินาทีที่คิรากรหันหลังให้เพื่อเตรียมก้าวออกไปจัดการกับสถานการณ์วิกฤต เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นในความสลัว พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏเด่นหร่าขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอ— *[อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ คือคนเดียวกับคนที่สั่งเก็บครอบครัวของคุณเมื่อห้าปีก่อน]* หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เธอนิ่งงันค้างเติ่งราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขณะจ้องมองแผ่นหลังกว้างของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังก้าวเดินออกไปจากห้อง... โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงเสน่หาอันมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%