สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 22

สวนกลับด้วยมาตรฐาน

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสันห่วงเหล็กหนาเตอะกระทบลงบนพื้นโต๊ะไม้สักราคาแพงดัง *ปึก* สะท้อนก้องห้องประชุมกระจกใสระฟ้าชั้นสี่สิบสองของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แรงสั่นสะเทือนทำเอาแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวมุกบนโต๊ะกระเพื่อมเป็นวงคลื่น อัครพล เจ้าพ่อวงการพัฒนาที่ดินผู้มีเส้นสายโยงใยลึกรากแก้วในกระบวนการยุติธรรมและแวดวงการเมืองท้องถิ่น ไม่ได้ขยับตัวหนี เปลือกตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องแฟ้มเอกสารหนาเกือบสามนิ้วตรงหน้า ราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดเวลาที่ถูกวางไว้ผิดที่ "คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีทางชนะ รินรดา" อัครพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาคมกริบฉายแววคุกคามอย่างไม่ปิดบัง เขายกมือขึ้นลูบปมเนกไต์ผ้าไหมอิตาลีอย่างใจเย็น "กฎหมายผังเมืองไม่ใช่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่พลิกไม่ได้ มันก็เป็นแค่ตัวหนังสือที่นักกฎหมายของผมตีความ พลิกซ้ายพลิกขวาตามช่องว่างที่เปิดไว้ให้ทุนก้อนโตเคลื่อนตัว... คุณเป็นแค่นักวิชาการตัวเล็กๆ ในระบบราชการ คิดจะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงหรืออย่างไร" รินรดาไม่ได้สะท้านสะเทือนกับคำขู่รดต้นคอ เธอยืนหลังตรง ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาสุกสกาวด้วยประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว ชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นบุคลิกภาพที่เฉียบคม มือเรียวบางทั้งสองข้างประสานกันไว้บนโต๊ะ เธอไม่ตอบโต้อัครพลด้วยอารมณ์ แต่เลือกใช้ความเงียบกดดันกลับไปในจังหวะที่เฉียบขาด "กฎหมายอาจจะมีช่องว่างให้อัครพลกรุ๊ปมุดลอดได้เสมอครับ... แต่ช่องว่างนั้นต้องไม่กว้างพอที่จะกลืนกินทางระบายน้ำสาธารณะ และทำลายพื้นที่รับน้ำของชุมชนรอบข้าง" ธันวาซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง แสงไฟนีออนสะท้อนเงาบนกรอบแว่นโลหะของเขาเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เขานั่งหมุนปากกาในมือเล่นอย่างไม่ใส่ใจบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว ราวกับเป็นเพียงผู้ชมละครเวทีฉากหนึ่ง "ผมเตือนคุณแล้วอัครพล ว่าดีไซน์ที่ฝืนธรรมชาติ สุดท้ายมันจะฟ้องกลับด้วยต้นทุนทางสังคมที่แพงมหาศาล... และครั้งนี้ รินรดาเขาไม่ได้ใช้แค่อารมณ์รักความยุติธรรมมาเถียงคุณ แต่เธอใช้ 'มาตรฐาน' ทางวิศวกรรมที่คานอำนาจกับลายเซ็นของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ" อัครพลหันขวับไปมองสถาปนิกหนุ่มผู้เคยเป็นมือปืนรับจ้างออกแบบให้โครงการของตน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "ธันวา นายคิดว่าเอาเด็กฝึกงานจบใหม่มาถือหาง แล้วจะล้มโครงการหมื่นล้านของฉันได้หรือไง?" "เธอไม่ใช่เด็กฝึกงาน และนี่ไม่ใช่การถือหาง" ธันวาหยุดหมุนปากกา วางมันลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวลก่อนจะสบตากับอัครพลตรงๆ "นี่คือการตีตกด้วยข้อหาละเมิดผังเมืองรวมฉบับปรับปรุงใหม่ มาตราสิบสอง วรรคสาม... โครงการคอมפลెక్ซ์หรูของคุณรุกล้ำพื้นที่สีเขียวทึบและเขตชุ่มน้ำธรรมชาติเกินกว่าร้อยละสี่สิบ ซึ่งในทางเทคนิค ไม่มีวิศวกรคนไหนกล้าเซ็นรับรองโครงสร้างบนดินอ่อนยวบแบบนั้น เว้นเสียแต่ว่า... จะยอมแลกใบประกอบวิชาชีพกับคุก" รินรดาดึงแฟ้มเอกสารเล่มหนาเปิดกางออกไปยังหน้าที่ถูกคั่นด้วยกระดาษโน้ตสีเหลืองเรืองแสง นิ้วเรียวชี้ไปยังแผนผังเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่มีรอยขีดฆ่าและประทับตราสีแดงฉาน "ดิฉันไม่ได้ใช้แค่อำนาจตามอำเภอใจค่ะ คุณอัครพล" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานและชัดถ้อยชัดคำ "เอกสารฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบและลงนามรับรองจากคณะกรรมการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินระดับชาติแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทุกตารางเมตรที่คุณพยายามหลอกลวงประชาชนว่าเป็นพื้นที่พาณิชย์ บัดนี้ถูกผนวกกลับคืนเป็น 'พื้นที่สงวนเพื่อการระบายน้ำ' ตามพระราชบัญญัติผังเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ" บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่เคยคำรามเบาๆ กลับฟังดูดังก้องขึ้นมาในความรู้สึก อัครพลชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจเริ่มไหววูบ เขารู้ดีว่าหากพื้นที่ดังกล่าวถูกตีตกด้วยมาตรานี้ โครงการฟอกเงินอสังหาริมทรัพย์ที่กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนจากกลุ่มทุนสีเทาจะสะดุดกึกทันที และดอกเบี้ยมหาศาลจะย้อนกลับมาบดขยี้บริษัทของเขาภายในไม่กี่สัปดาห์ "พวกคุณ... วางแผนเรื่องนี้กันมานานแค่ไหนแล้ว" อัครพลเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายโน้มไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "นานพอที่จะทำให้เห็นว่า อำนาจเงินของคุณซื้อได้ทุกอย่าง... ยกเว้นความจริงทางกายภาพของเมือง" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น เขาเดินเข้าไปใกล้กระจกใสบานยرةที่มองเห็นตึกรามบ้านช่องเบื้องล่าง "คุณคิดจะสร้างอนุสาวรีย์แห่งความโลภทับถมลงบนทางน้ำไหลผ่านของคนนับแสน แค่เพราะอยากฟอกเงินให้สะอาดสะอ้าน แต่วันนี้... ตึกสูงพวกนั้นเป็นได้แค่ตึกกระดาษที่รอวันยุบตัว" รินรดาสเก็บเอกสารทั้งหมดลงในกระเป๋าเอกสารหนังสีดำอย่างเป็นระเบียบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอัครพลเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของนักผังเมืองสาวไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่พร้อมชนกับทุกอำนาจมืด "เอกสารชุดนี้ถูกส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียบร้อยแล้วนะคะ คุณอัครพล" รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "หวังว่าคุณจะเตรียมทนายฝีมือดีไว้สู้คดี มากกว่าจะมานั่งขู่พวกเราในห้องนี้" ทั้งสองคนหันหลังให้เจ้าพ่ออัครพล ก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังประตูห้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทิ้งให้อัครพลนั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ท่ามกลางแสงไฟยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาอาบไล่ใบหน้าเคร่งเครียดที่เริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม ทว่า ในขณะที่มือของธันวากำลังจะเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูห้องประชุม เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* มันไม่ใช่เสียงเคาะจากเลขานุการหน้าห้อง แต่เป็นเสียงเคาะที่หนักแน่นและจังหวะรัวกระชั้นชิดราวกับจงใจส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง ประตูกระจกบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิท สวมแว่นกันแดดสีชาแม้จะอยู่ภายในอาคาร ในมือของเขากำซองเอกสารสีน้ำตาลที่ผนึกตราครั่งสีแดงสดไว้อย่างแน่นหนา ชายคนนั้นกวาดสายตามองธันวาและรินรดาก่อนจะส่งยิ้มมุมปากที่แฝงความหมายลึกซึ้งให้ "ขออภัยที่ขัดจังหวะครับคุณธันวา คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นซองเอกสารในมือมาตรงหน้า "พอดีมีคำสั่งด่วนที่สุดจากเบื้องบน... ให้มาอายัดเอกสารผังเมืองชุดที่คุณเพิ่งประกาศใช้เมื่อเช้านี้ครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%