เสียงกระดาษไขถูกฉีกขาดด้วยคมมีดคัตเตอร์ดัง *แคว่ก* สะท้อนก้องในห้องประชุมชั้นสี่สิบของตึกร้างที่ถูกเนรมิตให้เป็นสำนักงานเฉพาะกิจ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นปูนและกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมปนเปกันในอากาศยามค่ำคืน รินรดาตวัดปลายปากกาไฮไลต์สีส้มสะท้อนแสงลงบนแปลนผังเมืองโซนตะวันออก เส้นสีส้มนั้นกรีดผ่านพื้นที่ชุมชนแออัดริมรางรถไฟราวกับคมมีดที่กำลังเชือดเฉือนเนื้อหนังของมนุษย์จริงๆ
"คุณกำลังพยายามวาดภาพฝันบนซากศพนะครับ คุณรินรดา"
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจากโต๊ะเขียนแบบ เขากำลังใช้ดินสอ 2B ฝนน้ำหนักเงาลงบนภาพตัดขวางของอาคารพาณิชย์สูงตระหง่าน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่มผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนเข้าใจความเน่าเฟะของระบบโครงสร้างเมืองเป็นอย่างดี
รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นทั้งรุ่นพี่ในวิชาชีพและคู่ปรับทางความคิด เธอวางปากกาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังทึบระบายความหงุดหงิด "ภาพฝันอะไรกันคะ... เอ่อ... ครับ คุณธันวา คุณต่างหากที่กำลังช่วยพวกอัครพลฟอกขาวให้ความโลภด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่ดูไฮโซพวกนี้ พื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่ซากศพ แต่มันคือบ้านของคนสามร้อยครอบครัว"
ธันวาหยุดมือที่กำลังเกลี่ยผงกราไฟต์ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งความโกรธขึง มีเพียงความเหนื่อยล้าของคนที่เห็นวงจรอุบาทว์นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"บ้านเหรอครับ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชา "คุณเรียกเพิงสังกะสีที่ไม่มีแม้แต่ระบบบำบัดน้ำเสียว่าบ้านจริงๆ น่ะหรือครับ คุณรินรดา คุณเรียนจบปริญญาโทด้านผังเมืองจากปารีส ทฤษฎี 'New Urbanism' ของคุณมันสวยหรูบนกระดาษอาร์ตมัน แต่วันนี้คนพวกนั้นต้องการเงินสดเพื่อใช้หนี้ก้านกล้วยในระบบนอกระบบ ไม่ใช่สวนหย่อมสีเขียวที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้พวกเขา"
"เราต้องสร้างโอกาสให้พวกเขาได้ลุกขึ้นสู้ต่างหาก ไม่ใช่ผลักไสไลส่งพวกเขาไปอยู่ชานเมืองที่ไม่มีแม้แต่รถเมล์ผ่าน!" รินรดาโต้กลับ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความอัดอั้น เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะเขียนแบบ โน้มตัวลงเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา "คุณเลือกที่จะก้มหัวให้อำนาจเงินของอัครพล เพราะมันง่ายกว่าการยืนหยัดเพื่อความถูกต้องใช่ไหมคะ... ใช่ไหมครับ?"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางฮัมเบาๆ ในความมืด ธันวาไม่หลบตา เขาพิจารณาร่องรอยความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตาของนักผังเมืองสาวตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้ช่างเหมือนกับเขาเมื่อสิบปีก่อน ไม่มีผิดเพี้ยน ดื้อรั้น ศรัทธาในความยุติธรรม และพร้อมจะเอาไข่ไปกระทบหินโดยไม่รู้ว่าหินนั้นหนาแน่นแค่ไหน
"คุณคิดว่าผมขายวิญญาณให้เดולเวลอปเปอร์งั้นหรือครับ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนทำให้เขาดูคุกคามโดยธรรมชาติ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คุณมองโลกผ่านเลนส์อุดมการณ์ แต่มผมมองผ่านรอยร้าวของคานคอนกรีต คุณคิดว่าโปรเจกต์นี้ถ้าไม่มีผมรับจบ อัครพลจะล้มเลิกโครงการนี้เหรอครับ? เปล่าเลย... เขาก็แค่หา 'สถาปนิกหุ่นเชิด' คนอื่นที่ยอมเซ็นแบบโดยไม่สนว่าตึกจะถล่มทับใครบ้าง และเมื่อถึงวันนั้น จำนวนคนตายใต้ซากปรักหักพังจะไม่ใช่แค่สามร้อยครอบครัว แต่จะเป็นหลักพัน"
รินรดานิ่งงัด คำพูดของเขาเฉียบคมดั่งใบมีดที่กรีดแทงเข้าที่กลางใจ เธอยืนแข็งทื่อ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัวไม่แพ้กัน "คุณหมายความว่า..."
"ผมไม่ได้ขายวิญญาณครับ รินรดา" ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นจากตัวเขา "ผมแค่กำลังซื้อเวลา... ซื้อเวลาเพื่อให้ตึกนี้มีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่โครงสร้างห่วยๆ ของอัครพลจะยอมให้เป็น และในขณะเดียวกัน ผมก็กำลังขุดหลุมฝังศพให้เขาด้วยมือของผมเอง"
ก่อนที่รินรดาจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะก็ทำลายความตึงเครียดในห้องลง ประตูบานไม้สักถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐาน ผู้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินแห่งชาติ—บุคคลที่ควรจะลี้ภัยไปต่างประเทศตั้งแต่ปีที่แล้ว
มือชราของเขาวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ลงบนโต๊ะทำงานของธันวา เสียงกระดาษกระทบไม้ดังทึบ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่ยิ่งกว่าเสียงอสุนิบาต
"ผมคิดว่าพวกคุณคงอยากเห็นนี่นะ... สัญญาเงินกู้ระหว่างบริษัทออมทรัพย์ของอัครพลกับบัญชีลับของท่านรัฐมนตรี เมื่อสามวันก่อนการอนุมัติผังเมือง" ชายชำนาญการกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มเยาะ "และที่สำคัญที่สุด... ลายเซ็นบนหน้านี้ ไม่ใช่ของอัครพลครับคุณธันวา แต่มันคือลายเซ็นของ 'อาจารย์' ของคุณเอง"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงอย่างเดียวที่แสดงออกถึงความตกใจในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจซอกมุมมืดของเมืองใหญ่ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 3
จังหวะของเมือง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!