เสียงแฟลชจากกล้องดิจิทัลของสำนักข่าวหัวสีชื่อดัง ไม่ได้เพียงแต่สาดแสงวาบเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างโครงการเดอะแกรนด์ พาร์ควิวเท่านั้น แต่มันกำลังสาดส่องความเน่าเฟะที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมคอนกรีตเสริมเหล็กให้ประจักษ์แก่สายตาสาธารณชน
ธันวา ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังเสาเข็มต้นใหญ่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก สำหรับเขาแล้ว สถาปัตยกรรมไม่ใช่เรื่องของความงามบนกระดาษไข แต่มันคือกระจกสะท้อนความโลภของมนุษย์ และตอนนี้ กระจกบานนั้นกำลังแตกละเอียดคามือของอัครพล
"คุณคิดว่าพวกมันจะขุดคุ้ยไปได้ลึกแค่ไหนกันครับ... ธันวา"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม แววตาของเธอมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยประกายแห่งชัยชนะชั่วคราว เธอยืนเคียงข้างเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ แต่ช่องว่างทางความคิดกลับยังคงกว้างใหญ่ไพศาลราวกับหุบเหว
ธันวาไม่หันไปมองเธอทันที เขายังคงจ้องมองนักข่าวสาวจากช่องโทรทัศน์ช่องดัง กำลังจ่อไมโครโฟนสัมภาษณ์ผู้จัดการโครงการด้วยคำถามที่เจาะลึกถึงโครงสร้างฐานรากที่ผิดเพี้ยนไปจากแบบแปลนเดิม
"ตื้นเกินไปที่จะเปลี่ยนระบบ แต่ก็ลึกพอที่จะทำให้คนบางคนนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตครับ คุณรินรดา" ธันวาตอบเสียงเรียบ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันเล็กน้อย "คุณคิดว่าการเอาความจริงไปออกจอโทรทัศน์ จะทำให้เสาเข็มต้นที่ตอกผิดสเปกมันย้ายตัวเองได้หรือครับ?"
รินรดาหันขวับมามองเขา ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจในความเย็นชาของสถาปนิกหนุ่ม "ความจริงไม่ได้มีหน้าที่ย้ายเสาเข็มหรอกค่ะ... เอ๊ย... ครับ" เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่ก็แก้กลับมาด้วยความถือดี "แต่มันมีหน้าที่พังทรากความอภิสิทธิ์ชนที่พวกคุณใช้เหยียบย่ำคนอื่นต่างหาก แรงกดดันทางสังคมคือปูนซีเมนต์ชั้นดีที่จะถ่วงให้อัครพลจมดิ่งลงไปในโคลน"
ธันวาหันมาสบตาเธอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังเล่นกับไฟป่า รินรดา" ธันวาเอ่ยชื่อเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว "คุณคิดว่าอัครพลคือนักธุรกิจสีเทาทั่วไปที่ยอมจำนนต่อข่าวหน้าหนึ่งงั้นหรือ? เขาคือนักเชิดหุ่นที่ถือสัมปทานครึ่งค่อนเมือง แรงกดดันทางสังคมที่คุณภาคภูมิใจนักหนา อาจเป็นแค่สายลมเย็นๆ สำหรับเขา แต่สำหรับคนตัวเล็กๆ ที่อยู่ในไซต์งานนี้... มันคือพายุที่พร้อมจะพัดเอาชีวิตพวกเขาปลิวหายไป"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงชัตเตอร์กล้องและเสียงคำถามจากสื่อมวลชนที่ดังแว่วมาเป็นระยะ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานหรูหราบนชั้น 42 ของตึกระฟ้าใจกลางเมือง อัครพลกำลังจ้องมองหน้าจอโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดความวุ่นวายเบื้องล่าง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มือหนากำแก้ววิสกี้แน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว
"ท่านประธานครับ ทางกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจเตรียมตีพิมพ์บทความเปิดโปงเรื่องการฟอกเงินในวันพรุ่งนี้เช้าแล้วครับ" เลขานุการส่วนตัวรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
อัครพลยกแก้วขึ้นจิบบل็อตวิสกี้สีอำพันช้าๆ ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิต เขาไม่ได้มองว่านี่คือวิกฤต แต่มันคือโอกาสในการคัดกรองคนที่ไม่ซื่อสัตย์ออกจากระบบ
"ปล่อยให้พวกมันพิมพ์ไป..." อัครพลกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบถึงกระดูกดำ "หมาที่เห่าเสียงดังที่สุด มักจะเป็นตัวที่ลืมระวังว่าด้านหลังของมันไม่มีเจ้าของคอยคุ้ม2ครองแล้ว... ไปจัดการส่งจดหมายต้อนรับให้บรรณาธิการคนนั้นซะ เอาแบบที่เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต"
ตัดกลับมาที่ไซต์งานก่อสร้าง รินรดากำลังจะโต้แย้งคำพูดของธันวา แต่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เธอหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาด แต่ทันทีที่เธอกดรับ เสียงปลายสายกลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ
*(เสียงลมหายใจหนักหน่วง... ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่า)*
"คุณรินรดาครับ... ถ้าคุณยังเดินหน้าหาหลักฐานเรื่องท่อระบายน้ำใต้ดินของโครงการนั้นต่อ... พรุ่งนี้เช้า คุณอาจจะได้เห็นข่าวหน้าหนึ่ง ที่ไม่ใช่เรื่องของอัครพล แต่เป็นเรื่องของครอบครัวคุณเอง"
รินรดาหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะหันขวับไปมองธันวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก
ธันวาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา ถอนหายใจยาวนานออกมาเฮือกหนึ่ง เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดึงเธอให้หลบพ้นจากรัศมีของแสงไฟสปอตไลท์จากสื่อมวลชนที่กำลังหันมาทางพวกเขา
"ผมเตือนคุณแล้ว..." ธันวาพูดกระซิบชิดริมหูเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจนใจและเวทนา "เกมนี้ไม่มีใครชนะหรอก รินรดา... เพราะคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ไม่เคยเล่นตามกติกาตั้งแต่แรกแล้ว"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคนก็ดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเข้าอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน แสงไฟฉายสודวับวาบตัดผ่านความมืดมิดเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนไว้ในรัศมีวงกบ... พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำกลุ่มหนึ่งที่เดินตรงดิ่งเข้ามาโดยไม่มีทีท่าว่าจะเจรจา!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 27
แรงกดดันทางสังคม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!