"ข้าเอาหัวเป็นประกันว่าสมุนไพรบำรุงเลือดของนังสะใภ้บ้านตระกูลสิงห์ไม่ใช่ยาดี แต่เป็นยาพิษที่มันจงใจวางขายเพื่อฆ่าคน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงฮือฮาของชาวบ้านที่มารุมล้อมหน้าสถานีอนามัยประจำคอมมูน ป้ายไม้ตอกตัวหนังสือสีแดงฉานถูกปักประจานไว้ตรงกลางลานดิน มีห่อกระดาษสีน้ำตาลบรรจุผงสมุนไพรสีคล้ำวางอยู่บนโต๊ะตัวยาว โดยมีเป้าหมายคือการมุ่งร้ายทำลายชื่อเสียงของพัดชาอย่างจงแจ้ง
พัดชา (ภัทร) ปรายตามองก้อนผงสมุนไพรบนโต๊ะนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ เยือกเย็น และคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือลนลานแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ราวกับเรื่องวุ่นวายเบื้องหน้าเป็นเพียงฉากละครลิงที่จัดฉากขึ้นอย่างไร้รสนิยม
ผู้ที่ยืนแอ๊กอาร์ตอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น คือ "ป้าเฉิน" หญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้จอมโลภที่เคยถูกพัดชาตบหน้าด้วยหลักฐานการยักยอกเงินในครอบครัวเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ข้างกายเธอยังมี "หมอถัง" แพทย์ประจำสถานีอนามัยผู้มีนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูงและแอบอิจฉาความสำเร็จในการรักษาโรคด้วยตำรับยาโบราณของพัดชามาโดยตลอด ทั้งสองคนจับมือกันเป็นพันธมิตรชั่วคราวอย่างเปิดเผย
"พูดจาระวังปากด้วยนะครับ ป้าเฉิน" พัดชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานและทรงพลังจนคนรอบข้างเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ "สมุนไพรบำรุงเลือดชุดนั้น ผ่านการตรวจสอบสรรพคุณและมีทะเบียนการค้าถูกต้องตามกฎหมายของคอมมูน หากท่านกล่าวหาว่ามันคือยาพิษ ท่านมีหลักฐานทางการแพทย์ชิ้นไหนมายืนยัน หรือใช้เพียงความริษยาและน้ำลายสกปรกๆ ของท่านพ่นออกมาชk?"
"หลักฐานเรอะ! นี่ไงล่ะ!" หมอถังแทรกขึ้นด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยน ชูใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ขึ้นโบกสะบัดไปมา "มีชาวบ้านกินยาของเธอแล้วเกิดอาการแน่นหน้าอก อาเจียนเป็นเลือด หามส่งโรงพยาบาลอำเภอเมื่อคืนนี้ อาการแบบนี้ไม่เรียกว่ายาพิษแล้วจะเรียกว่าอะไร นังคนขายยาเถื่อน!"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังระงมขึ้นอีกครั้ง ชาวบ้านบางส่วนเริ่มมองพัดชาด้วยสายตาดوหวาดระแวงและเคลือบแคลงสงสัย ความสำเร็จในการทำธุรกิจสมุนไพรแปรรูปและผักปลอดสารพิษของพัดชากำลังขัดหูขัดตาใครหลายคนในหมู่บ้าน การล้มล้างความน่าเชื่อถือจึงเป็นวิธีเดียวที่จะกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นนี้ออกไปได้
พัดชากวาดสายตามองฝูงชนอย่างใจเย็น เขาสสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากห่อกระดาษสมุนไพรบนโต๊ะ ปลายจมูกที่ผ่านการฝึกฝนแยกแยะกลิ่นสารเคมีและสมุนไพรมานับไม่ถ้วน จับกลิ่นฉุนแปลกปลอมที่เจือปนอยู่ได้ทันที มันไม่ใช่สมุนไพรบำรุงเลือดสูตรของเขา แต่เป็น "รากโสมป่าเทียม" ผสมกับผงยาระบายราคาถูกที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารชั่วคราวเท่านั้น เป็นแผนการตื้นเขินที่ตั้งใจสร้างสถานการณ์เพื่อความสะใจและหวังเงินค่าปิดปาก
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ร่างสูงใหญ่ของ "สิงหา" ก็ก้าวเท้าเข้ามาแหวกฝูงชนอย่างเงียบเชียบ ทว่าทรงพลัง แรงกดดันจากชายหนุ่มผู้ผ่านการทำงานหนักกลางแจ้งมาอย่างโชกโอนทำให้ผู้คนที่ยืนขวางทางต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ สิงหาเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยา บ่ากว้างขวางโอบไหล่บางของพัดชาไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความปกป้องและเชื่อมั่นอย่างไม่มีเงื่อนไข
"ใครกล้ากล่าวหาเมียผม..." เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องตะโกน แต่กลับทรงพลังจนทุกคนต้องหันมามอง สิงหากวาดสายตาดุร้ายราวกับพญาอินทรีย์มองเหยื่อไปยังหมอถังและป้าเฉิน จนสองคนนั้นสะดุ้งโหย่งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"สิงหา! แกอย่ามาเข้าข้างคนผิดนะ เมียนายขายยาพิษฆ่าคนตาย นายระวังจะติดร่างแหไปด้วย!" ป้าเฉินแว้ดขึ้นกลบเกลื่อนความกลัว
พัดชายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือด้วยความสมเพชเวทนาอย่างชัดเจน เขาเอื้อมมือไปหยิบห่อสมุนไพรบนโต๊ะขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ สูดกลิ่นเพียงเสี้ยววินาทีก็รู้แจ้งถึงแผนการทั้งหมด
"ยาพิษงั้นหรือครับ..." พัดชาหัวเราะในลำคอเบาๆ "น่าเสียดายจริงๆ ที่สูตรยาบำรุงเลือดของผมใส่ 'ชะเอมเทศสกัดบริสุทธิ์' ซึ่งทำหน้าที่ล้างพิษและต้านฤทธิ์กรดในกระเพาะโดยตรง หากใครกินเข้าไป ต่อให้กินเกินขนาดสิบเท่า ก็ไม่มีทางอาเจียนเป็นเลือดอย่างที่หมอถังกล่าวอ้างเด็ดขาด... เว้นเสียแต่ว่า มีคนแอบเอา 'ผงสบู่ดำ' ผสมลงไปหลังจากที่ออกจากร้านของผมไปแล้ว"
คำพูดประโยคเดียวพุ่งตรงเข้าเป้ากลางแสกหน้าหมอถังและป้าเฉินจนหน้าซีดเผือด สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นสีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมทันที
"เธ... เธอพูดจาเหลวไหล! ใครจะไปทำแบบนั้น!" หมอถังโวยวายเสียงหลง
"เหลวไหลหรือไม่ เดี๋ยวเราก็รู้กันครับ..." พัดชาหันไปส่งสายตาให้สามี สิงหาพยักหน้ารับรู้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดให้มากความ ชายหนุ่มล้วงมือหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นใบเสร็จและบันทึกภาพถ่ายจากกล้องโพลารอยด์ที่สิงหาแอบไปติดกล้องวงจรปิดประดิษฐ์เองไว้ที่หน้าร้านเมื่อวานนี้ เพื่อป้องกันพวกโจรย่องเบา แต่กลับได้หลักฐานชิ้นโบว์แดงมาแทน
ภาพในกระเป๋าโพลารอยด์ปรากฏภาพของป้าเฉินกำลังแอบเทผงสีคล้ำบางอย่างลงในห่อสมุนไพรของร้านพัดชาด้วยมือตนเองอย่างชัดเจน ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่ส่องสว่างไร้ที่หลบซ่อน!
เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กระแสความโกรธเกรี้ยวไม่ได้พุ่งเป้ามาที่พัดชา แต่พุ่งตรงไปยังป้าเฉินและหมอถังที่ยืนตัวสั่นเทาหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ป้าเฉินอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าพัดชาด้วยความแค้นเคืองที่แผนแตก
"ความริษยาทำให้พวกท่านตาบอดและโง่เขลาถึงเพียงนี้เชียวหรือครับ" พัดชากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล ทว่าเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "ในเมื่อท่านตั้งใจจะเล่นเกมนี้ ผมในฐานะแพทย์และพ่อค้า ย่อมต้องจัด 'ของขวัญต้อนรับ' ชิ้นใหญ่ให้พวกท่านได้จดจำไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน"
พัดชาหันไปสบตากับสิงหา สามีหนุ่มพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ พร้อมกับที่รถจี๊ปของเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมูนแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าสถานีอนามัยพอดี เสียงเปิดประตูรถและฝ่าเท้านักกฎหมายดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน
ป้าเฉินและหมอถังหน้าถอดสีทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นดินทันทีเมื่อเห็นกุญแจมือในมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่ะเข้าควบคุมตัว ป้าเฉินกลับหันมาถลึงตาใส่พัดชาด้วยความอาฆาตมาดร้าย พร้อมกับตะโกนกรีดร้องด้วยเสียงอันดัง
"แกอย่าเพิ่งใจร้อนใจเร็วด่วนได้ นังหมอพัดชา! แกคิดว่าพวกฉันทำกันแค่สองคนเรอะ! เบื้องหลังของเรื่องนี้... คนที่สั่งให้ฉันมาทำลายแก คือ..."
ป้าเฉินยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อผู้บงการที่แท้จริงเบื้องหลัง แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของนักข่าวท้องถิ่นก็วูบวาบขึ้น พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของฝูงชนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสาดความสะใจและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 29
ความริษยาที่เกินขอบเขต
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!