เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคนดื้อรั้นในเขตห้ามเข้า•ตอนที่ 1

เขตห้ามเข้า

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงกุญแจเหล็กบิดล็อกดัง *คลิก* สองรอบซ้อนจากด้านนอก คือเสียงประกาศิตที่ทำให้ความอดทนของอาคินสิ้นสุดลงทันที นิ้วเรียวยาวที่กำลังบรรจงงัดแงะรหัสผ่านตู้เซฟฝังผนังชะงักกึก เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานความเงียบสงบในยามวิกาลพุ่งตัวไปยังบานประตูไม้สักทึบตันในเสี้ยววินาที สองมือหนากระชากกลอนประตูแล้วผลักออกเต็มแรง ทว่ามันกลับไร้การเคลื่อนไหว ราวกับถูกเชื่อมติดตายด้วยแม่เหล็กมหาศาล "เปิดประตู!" อาคินกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ความเย็นชาที่เคยใช้สยบอาชญากรมานักต่อนักกำลังถูกความหงุดหงิดแผดเผาจนแทบมอดไหม้ เบื้องหลังบานประตูนั้น ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบงันที่เย้ยหยัน และกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม—กลิ่นประจำตัวของเจ้าของเซฟเฮาส์ไร้ชื่อแห่งนี้ "คุณรินรดา คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่" เขากดเสียงลอดผ่านช่องประตูที่แง้มไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วก้อย "อย่าหาว่าผมไม่เตือน ถ้าคุณยังไม่ปลดล็อก ผมจะพังประตูนี้ซะ" "เชิญตามสบายเลยค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง เชิญตามสบายเลยครับ นักแกะรอยผู้ยิ่งใหญ่" เสียงหวานใสที่เจือแววเยาะหยันดังลอดมาจากอีกด้านของผนัง มันใกล้เสียจนอาคินรู้สึกเหมือนเธอกำลังกระซิบอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นกวนประสาทจนเส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบๆ อาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เขากวาดสายตาคมกริบสำรวจห้องพักสไตล์ลอฟท์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกแถวเก่าแก่ในเขตห้ามเข้า ย่านอุตสาหกรรมร้างที่ทางการสั่งปิดตายจากสารเคมีรั่วไหล ที่นี่ควรเป็นเซฟเฮาส์ลับที่ไม่มีใครรู้จัก ทว่าเขากลับเจอเบาะแสสำคัญของคดีฆาตกรรมอำพรางที่ตามหามาแรมเดือน และตอนนี้ เขากลับติดกับดักของสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและความปากร้ายเป็นที่หนึ่ง "คุณคิดว่าขังผมไว้แล้วจะได้อะไร เบาะแสในนี้ถูกถ่ายส่งออกไปหมดแล้ว" อาคินโกหกหน้าตาย น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "แน่ใจเหรอคะ?" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น ชัดเจนขึ้น รินรดาคงกำลังยืนพิงบานประตูอีกด้านอยู่แน่ๆ "เซฟเฮาส์หลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิด ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญที่สุด... ระบบล็อกประตูนี้เชื่อมต่อกับเซนเซอร์จับชีพจรของฉัน ถ้าฉันตาย หรือถ้าฉันไม่อนุญาต ต่อให้คุณมีทีมหน่วยสวาท ก็ไม่มีทางออกไปได้จนกว่าจะถึงเวลาแปดโมงเช้า" อาคินขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน เขาไม่สงสัยเลยว่าเธอพูดจริง รินรดาก็เป็นเช่นนี้เสมอ—ผู้หญิงที่ควบคุมทุกตารางนิ้วของชีวิตด้วยแปลนสถาปัตย์ในหัว และไม่เคยยอมให้ใครหน้าไหนมาเดินล้ำเส้นตารางชีวิตของเธอ ก้าวเท้าสั้นๆ ที่หยุดลงหน้าประตูก่อนหน้านี้ บ่งบอกว่าเธอยังไม่ได้เดินไปไหน อาคินตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ เสียงทุ้มต่ำถูกปรับให้นุ่มลงทีละน้อย แต่ยังคงความกดดันไว้เต็มพิกัด "เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่าครับ คุณรินรดา ผมแค่วิ่งตามหาความจริง และแฟ้มข้อมูลในตู้เซฟนั่นมันเกี่ยวโยงกับความปลอดภัยของประชาชนนับร้อย ปลดล็อกเถอะครับ แล้วผมสัญญาว่าจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง" "คำสัญญาของคุณมีค่าเท่ากับเศษกระดาษทิชชูค่ะ, คุณอาคิน" เสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แต่บาดลึก "คุณเข้ามาในเขตห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต งัดแงะทรัพย์สินส่วนตัว และยังทำลายกรอบรูปราคาแพงของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วย... คุณคิดว่าความหล่อเหลาและน้ำเสียงทุ้มๆ ของคุณ จะทำให้ฉันลืมความเสียหายทั้งหมดนั้นได้หรือไงคะ?" อาคินชะงัก เผลอก้มมองเศษกระจกกรอบรูปที่เขาปัดตกหล่นไว้เมื่อครู่โดยไม่ได้ตั้งใจ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย—ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้ตาเป็นสับปะรดหรืออย่างไร ถึงได้สังเกตทุกรายละเอียดแม้กระทั่งในยามที่สถานการณ์ตึงเครียดถึงเพียงนี้ "ผมยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดเป็นร้อยเท่า" อาคินพูดเสียงทุ้ม พร้อมกับขยับกายเข้าไปประชิดบานประตูไม้มากขึ้นจนหน้าอกเกือบแนบชิดแผ่นไม้ "แต่ตอนนี้ เปิดประตูให้ผมก่อนเถอะครับ... เรายืนคุยกันแบบนี้ มันค่อนข้าง... เสียเวลา" "เสียเวลา หรือว่าคุณกำลังอึดอัดที่ต้องยืนใกล้ฉันกันแน่คะ?" ประโยคย้อนถามที่เต็มไปด้วยความท้าทายทำเอาอาคินลมออกหู ร่างสูงตัดสินใจไม่เจรจาต่อรองอีกต่อไป เขาถอยหลังไปสองก้าว สูดลมหายใจเข้าปอดลึก แล้วพุ่งทะยานเข้ากระแทกไหล่หนาใส่บานประตูกลางลำตัวอย่างเต็มแรง! *โครม!* เสียงไม้ลั่นสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้กลอนประตูเหล็กกล้าสั่นสะเทือน แต่ระบบล็อกอัจฉริยะยังคงทำงานอย่างแข็งขัน อาคินเซถอยหลังเล็กน้อยด้วยความเจ็บแปลบที่หัวไหล่ ขณะที่เสียงหวานใสจากอีกด้านร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! อยากตายคาห้องนี้มากนักรึไงคะ!" "ถ้าคุณยังไม่เปิด ผมจะพังมันรอบที่สอง และรอบนี้รับรองว่าไม่ใช่แค่ประตูที่จะพัง..." อาคินขู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ในความมืดสลัวของห้อง "แต่ความอดทนของผมที่มีต่อคุณต่างหาก ที่จะขาดสะบั้นลง" ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ราวกับกาลเวลาหยุดเดิน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งสองที่กั้นอยู่คนละฝั่งของแผ่นไม้ รินรดากำลังลังเล และอาคินก็รู้ว่าเขากำลังเป็นฝ่ายกุมเกมจิตวิทยาในตอนนี้ ผ่านไปชั่วอึดใจ เสียงนิ้วเรียวกดรหัสผ่านแผงควบคุมด้านนอกก็ดังขึ้น *ติ๊ด... ติ๊ด... แกร็ก!* กลอนประตูลั่นเสียงปลดล็อก อาคินไม่รอช้า เขากระชากบานประตูเปิดออกกว้างทันที แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนกอดอกรออยู่ รินรดายืนพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง เส้นผมสีดำสนิทรวบตึงเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่คมชัด ชุดสูทลำลองเข้ารูปยิ่งขับเน้นความเป๊ะทุกตารางนิ้วของเธอให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวแม้แต่น้อย อาคินก้าวเท้าพรวดเดียวก็ประชิดตัวเธอได้ ร่างสูงกักตัวเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้างที่ยันลงบนเคาน์เตอร์ครัว ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด กลิ่นหอมหวานของเธอลอยวนอยู่ปลายจมูก จนสติที่เคยนิ่งสนิทเริ่มปั่นป่วน "เก่งนักนะ..." อาคินโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนคนฟังต้องสะดุ้ง "กล้าดียังไงมาขังผมไว้ รู้ไหมว่าผมเกลียดการถูกกักขังที่สุด" รินรดาแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ลมหายใจจะสะดุดไปชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ แต่เธอกลับเชิดคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม "ถ้าไม่อยากถูกขัง ก็อย่าเสนอหน้าเข้ามาในเขตห้ามเข้าตั้งแต่แรกสิคะ... คุณนักแกะรอย" เธอกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนที่จงใจยั่วโมโห "แล้วก็ถอยออกไปห่างๆ ด้วยค่ะ ฉันไม่ชอบให้ใครมาล้ำ—" คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอกอาคาร พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ *“ตำรวจ! ล้อมตึกนี้ไว้หมดแล้ว ใครที่อยู่ข้างใน ออกมาเดี๋ยวนี้!”* อาคินเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในทันที เขาหันขวับกลับไปมองประตูทางเข้า ก่อนจะก้มลงมองสถาปนิกสาวที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด รินรดาคว้าข้อมือหนาของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง "ไม่ใช่ตำรวจของทางการ..." เธอพึมพำเสียงสั่น "นั่นมัน... คนของพวกมัน!" อาคินรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ มืออีกข้างชักปืนพกออกจากซองใต้รอกแขนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เสียงกระจกหน้าต่างด้านนอกแตกละเอียดจากการถูกกระแทกด้วยวัตถุบางอย่าง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีสุดซี้ดในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคนดื้อรั้นในเขตห้ามเข้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%