"ถ้าคุณยังเดินเข้ามาใรespซนี้อีกแค่ก้าวเดียว ผมรับรองว่าคุณจะได้รู้ว่านรกในเซฟเฮาส์ร้างๆ มันหน้าตาเป็นยังไง, รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของอาคินไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากนักแกะรอยผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน ทว่าสำหรับสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างรินรดา คำขู่เหล่านั้นเป็นได้แค่ลมปากของคนใจแคบที่กำลังจนมุม
ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตลินินยับยู่ยี่จากการเดินทางไกลหยุดชะงัก เธอก้าวเท้าขวาที่กำลังจะล้ำเส้นชอล์กบนพื้นปูนออกไปตามคำสั่ง... แต่ไม่ใช่เพราะกลัว กลับเป็นเพราะเธอต้องการยืนประจันหน้ากับเขาให้ใกล้กว่าเดิมต่างหาก
"นรกเหรอคะ?" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายจนน่าหมั่นไส้ "ฉันนึกว่าฉันอยู่ในนั้นมาตั้งแต่คุณลากฉันเข้ามาขังไว้ในเขตห้ามเข้าบ้าๆ นี่ซะอีก อาคิน... คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เจ้าชีวิตเหรอ ถึงมาออกคำสั่งกับฉันได้ทุกเรื่อง!"
บรรยากาศในห้องรับแขกของเซฟเฮาส์ไร้ชื่ออวลไปด้วยประจุไฟฟ้าที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ พื้นที่แคบๆ บีบให้คนทั้งคู่ต้องยืนหายใจรดต้นคอกัน โต๊ะไม้เก่าๆ กลายเป็นเส้นแบ่งเขตแดนสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร
อาคินขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนเก่าๆ ที่กะพริบติดๆ ดับๆ นัยน์ตาคมกริบสีสนิมเหล็กจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับพยายามจะค้นหาว่าความดื้อรั้นที่ไม่มีวันหมดอายุนี้ถูกผลิตขึ้นมาจากอะไรกันแน่
ปกติแล้วอาคินคือผู้ชายประเภทที่ควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ ไม่ว่ากระสุนจะบินผ่านหัวกี่นัด หรือสถานการณ์จะวิกฤตแค่ไหน หัวใจของเขาไม่เคยเต้นผิดจังหวะ แต่กับผู้หญิงคนนี้... แค่เธอยืนเถียงด้วยเสียงสั่นๆ แต่แววตาดื้อรั้น เขากลับรู้สึกเหมือนความนิ่งสงบที่สะสมมาแรมปีพังทลายลงในพริบตา
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, ริน" อาคินก้าวเท้าเข้าประชิดโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ความสูงและสัดส่วนที่ได้รูปของชายหนุ่มทาบทับร่างบางจนเกือบมิด เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ "และไฟกองนี้... มันไม่ได้แค่จะอุ่นเครื่อง แต่มันจะเผาคุณให้เป็นจุลโดยที่คุณไม่มีวันได้ตั้งตัว"
รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยกระหน่ำตีซี่โครงราวกับจะกระเด็นออกมาข้างนอก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่ผสมผสานกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นยะเยือกของป่าสนรอบนอกตัวเขาทำให้เธอลืมบทพูดที่เตรียมไว้ในหัวไปจนหมดสิ้น แต่ความถือดีที่มีมากกว่าทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าระยะห่างเพียงคืบนี้มันอันตรายต่อหัวใจเธอยิ่งกว่ากระสุนปืนนัดไหนๆ
"ถ้าคิดว่าฉันกลัวไฟ ก็ลองจุดดูสิคะ!" เธอกัดฟันกรอด พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "คนอย่างอาคิน ดีแต่พูดขู่คนอื่นไปวันๆ สินะคะ ลับหลังก็แค่ผู้ชายใจร้ายที่ขังผู้หญิงไว้ในบ้านทิ้งๆ ขว้างๆ..."
*เพล้ง!*
ไม่ใช่เสียงกระจกแตก แต่เป็นเสียงกำแพงความอดทนของอาคินที่พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ มือหนาข้างหนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวบางรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนร่างของเธอแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งไร้ซึ่งช่องว่าง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นไปตรท้ายทอย ล็อคไม่ให้เธอเบือนหน้าหนีไปไหนได้
นี่ไม่ใช่ความรุนแรงในแบบที่เธอเคยคิด แต่เป็นความดุดันที่เจือความคลั่งไคล้จนน่ากลัว
"อยากลองมากใช่ไหม?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ร้อนรุ่มจนเธอแทบละลาย "ปากเก่งนักนะ... คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรคุณรึไง"
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างแนบแน่น ในความมืดสลัวและเสียงลมพายุข้างนอกที่โหมกระหน่ำ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวระรัวแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน อาคินมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาเย็นชาห่างเหินแบบเดิมอีกแล้ว แต่มันคือความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงันมานาน
รินรดาลืมหายใจ สมองขาวโพลน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่วิ่งพล่านไปทั่วสรรพร่าง ร่างกายของเธอร้อนผ่าว ราวกับถูกไฟที่เขาพูดถึงแผดเผาจริงๆ สัมผัสจากมือแกร่งที่เอวและท้ายทอยสร้างความสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ความดื้อรั้นทั้งหมดถูกแช่แข็งด้วยความใกล้ชิดที่เกินจะต้านทาน
ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาอีกนิด ปลายจมูกโด่งคมเกือบจะแตะเข้ากับแก้มเนียน ความนิ่งสงบที่อาคินรักษามาตลอดชีวิตพังทลายลงราบคาบเพราะความดื้อรั้นของผู้หญิงตรงหน้า และเขาก็ไม่คิดจะซ่อนมันไว้อีกต่อไปแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร และความรู้สึกกำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตอันตราย
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นท่ามกลางพายุฝน ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
"อาคิน! เปิดประตูโว้ย! พวกมันมาพบร่องรอยแล้ว รีบหนีเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้ว!"
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สเปซโอเดสซีย์" ด้วยนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคนดื้อรั้นในเขตห้ามเข้า•ตอนที่ 6
จังหวะปะทะ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคนดื้อรั้นในเขตห้ามเข้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!