ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 21

บทที่ 21

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ รสา?” เสียงของเพียงขวัญแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยในความเงียบงันของห้องครัวไม้สน กลิ่นหอมจางๆ ของเปลือกส้มที่ถูกนำไปเคี่ยวทำแยมยังคงอบอวล แต่ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวกับมีน้ำแข็งเกาะกุม รสาพรชะงักมือที่กำลังจัดเรียงขวดแก้วลงบนชั้นวาง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับให้ราบเรียบ เธอไม่ยอมหันไปสบตาเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูอยู่ข้างหลัง “ขวัญหมายความว่ายังไงคะ” รสาตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ที่นี่เงียบสงบดี และฉันก็มีความสุขดีกับสิ่งที่ทำอยู่” “ความสุข หรือแค่การซ่อนตัวคะ?” เพียงขวัญเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยของเพื่อนรักทำให้รสาใจเต้นผิดจังหวะ “คุณพายุเขาไม่ใช่คนที่จะเปิดใจให้ใครเข้ามาง่ายๆ และฉันก็เชื่อว่าคุณเองก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครผ่านกำแพงที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดตายหัวใจตัวเองได้ง่ายๆ เช่นกัน... แล้วทำไมคืนนี้ ดวงตาของคุณถึงดูเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำตายล่ะคะรสา?” รสาพรวางขวดโหลในมือลง เสียงแก้วกระทบไม้ดังกังวานก้องหอ้ง เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเพื่อนรัก แสงไฟสีนวลจากโคมไฟเพดานตกกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นรอยร้าวลึกในดวงตาที่เคยสงบนิ่ง พายุไม่ใช่แค่เจ้าของไร่ส้ม แต่เขาคือคนที่ทำให้ ‘ไอน้ำอุ่น’ ในใจของเธอเริ่มระเหยเป็นไออีกครั้ง—ทั้งที่เธอสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะเก็บหัวใจไว้ในตู้กระจกที่ไม่มีวันเปิดออก “เขาต่างจากคนนั้น... ขวัญรู้ดี” รสาเอ่ยแผ่วเบา มองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด เห็นเพียงเงาร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นส้มใหญ่ท่ามกลางแสงจันทร์ “เขาอบอุ่น แต่ความอบอุ่นนั้นมักจะตามมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ ถ้าเราคาดหวังกับมันมากเกินไป” เพียงขวัญถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้ามาบีบไหล่เพื่อนเบาๆ “บางทีสิ่งที่คุณกลัวที่สุด อาจไม่ใช่ความผิดหวังจากเขา... แต่เป็นการที่คุณอาจจะเผลอใจไปจนหมดสิ้น และไม่มีทางหวนกลับไปเป็นรสาคนเดิมที่หัวใจตายด้านได้อีกแล้วต่างหาก” รสาไม่มีคำตอบให้เพื่อนรัก เธอปลีกตัวออกมาจากห้องครัว เดินฝ่าความมืดสลัวของระเบียงบ้านไม้ไปยังลานกว้าง กลิ่นดินหลังฝนพรมและไอความเย็นของยอดดอยปะทะเข้ากับใบหน้า พายุยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้หันมามอง แต่แผ่นหลังกว้างนั้นดูเหมือนกำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้ด้วยความเงียบงัน “นอนไม่หลับหรือครับ?” เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกดังขึ้นโดยที่เขาไม่ได้หันมา “ค่ะ...” รสาตอบสั้นๆ พลางก้าวเข้าไปยืนเคียงข้าง “ไร่ส้มคืนนี้ดูเหงาๆ นะคะ” พายุหันมามองเธอ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะอ่านออก มันมีทั้งความอ่อนโยนที่ประหนึ่งจะละลายทุกอย่าง และความโศกเศร้าที่ฝังรากลึกเหมือนรากไม้แก่ “บางครั้งไร่ส้มก็ไม่ได้เหงาหรอกครับ... เป็นคนต่างหากที่ปล่อยให้ความเหงาเข้ามาแทรกซึมในช่องว่างระหว่างต้นไม้” มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมมาปัดเศษใบไม้แห้งที่เกาะอยู่บนไหล่ของรสาพร สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบไปทั่วร่างของหญิงสาว รสาพรตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นจังหวะเดียวกับความเงียบของป่าไม้เบื้องหน้า “รสา...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมานาน “ถ้าผมบอกว่า ความอบอุ่นที่ผมมอบให้คุณ ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาแผลใจให้ใคร... แต่มีไว้เพื่อให้คุณรู้สึกว่ายังมีที่ยืนที่ปลอดภัย... คุณจะเชื่อผมไหม?” รสาพรเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าคมสันของชายหนุ่มให้ชัดเจนขึ้น เธอเห็นความสั่นไหวในแววตาของเขา ความมั่นคงที่เคยมีดูเหมือนจะพังทลายลงเพียงเพราะสายตาของเธอ “ทำไมต้องเป็นฉันคะ พายุ?” พายุนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับจะรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดในชีวิต “เพราะตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในไร่ส้มแห่งนี้ ความทรงจำที่ผมเคยอยากลืมเกี่ยวกับครอบครัวที่สูญเสียไป... มันถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่จะตื่นมาเห็นคุณทุกเช้าในสวนส้ม” คำสารภาพนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำนิ่งสนิท แรงกระเพื่อมของมันถาโถมเข้าใส่รสาจนเธอกลั้นหายใจ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่หนักแน่นพอกับผืนดิน และความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ในนั้น “แต่คุณรู้ไหมคะว่า...” รสาเอ่ยเสียงสั่น “ว่าอดีตของฉันมันพังทลายแค่ไหน และฉันก็กลัวเหลือเกินว่าถ้าฉันก้าวไปหาคุณ ฉันจะทำให้ไร่ส้มของคุณพังทลายไปด้วย” พายุก้าวเข้ามาหาเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนเหลือเพียงอากาศที่กั้นกลาง เขายื่นมือออกมาราวกับจะคว้ามือเธอ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและอบอุ่นนั้นลงอย่างฉับพลัน พายุขมวดคิ้ว มือหนาหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาด้วยอาการชะงัก รสาพรเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเคร่งขรึมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขามองโทรศัพท์สลับกับมองเธอด้วยสายตาที่คล้ายกับกำลังจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต “ผมต้องรับสายนี้...” เขาพึมพำ ก่อนจะกดรับและเดินถอยห่างออกไปท่ามกลางความมืด รสาพรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น เธอตัดสินใจก้าวตามเงาดำนั้นไปเงียบๆ ด้วยความอยากรู้ที่บีบคั้น เธอหยุดอยู่ที่มุมกำแพงใกล้ห้องทำงานของเขา เสียงของพายุที่ดังลอดออกมาจากช่องประตูทำให้ร่างของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป “ผมบอกคุณแล้วไงว่าอย่ากลับมา... ไร่ส้มนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคุณ และรสา... เธอไม่ควรจะรู้เรื่องนี้เด็ดขาด!” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังตอบกลับมาผ่านสายโทรศัพท์ แม้จะแผ่วเบาแต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้โลกทั้งใบของรสาพรหมุนคว้าง “แต่พายุคะ... ถ้าฉันไม่กลับมา ก็ไม่มีใครบอกเธอได้หรอกนะว่า ‘อดีต’ ของเธอกับคุณน่ะ มันไม่ได้เริ่มต้นขึ้นที่ไร่ส้มแห่งนี้เพียงที่เดียว!” รสาพรหน้าซีดเผือด มือที่เกาะผนังปูนเย็นเยียบจนแทบไร้ความรู้สึก นี่มันหมายความว่าอย่างไร? เธอจำได้แค่ว่าเพิ่งเคยพบเขาตอนมาที่นี่ แล้วความสัมพันธ์ที่หญิงสาวลึกลับคนนั้นพูดถึงมันคืออะไรกันแน่? ความจริงที่เธอกำลังจะได้รู้... อาจจะทำลายไอน้ำอุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้นจนไม่เหลือซาก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับไอน้ำอุ่นในสวนส้มด้วยกันนะคะ น้ำผึ้งหยดแรกจะตั้งใจเขียนทุกตัวอักษรเพื่อมอบความสุขให้ทุกท่านเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%