เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ•ตอนที่ 12

สัญญาณเตือน

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นฉุนกึกของผงถ่านและน้ำมันก๊าดที่ผสมปนเปกันในอากาศ ทำให้ศิลารู้สึกระคายเคืองโพรงจมูก แต่สิ่งที่ทำให้เขาหายใจได้ไม่ทั่วท้องจริงๆ กลับไม่ใช่กลิ่นนั้น ปลายปากกาเหล็กหัวแร้งในมือของเรย์กำลังกรีดลงบนแผ่นศิลาจารึกจำลองอย่างเชื่องช้า เสียง "แกรก... แกรก..." ดังบาดโสตประสาทในห้องใต้ดินที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องปฏิบัติการชั่วคราว แสงจากตะเกียงเจ้าพายุสาดส่องให้เห็นเงาทอดตัวยาวไหววูบไปตามผนังหินทรายเก่าแก่ บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและกดดันจนแทบจะควั้นเป็นก้อนได้ "คุณกำลังทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้วยความประมาท หรือตั้งใจทำลายมันตั้งแต่แรกกันแน่ครับ คุณเรย์" ศิลาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาแต่หนักแน่น ใบหน้าคมสันภายใต้แสงไฟสลัวฉายแววเคร่งเครียด ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังรอยสลักที่เพิ่งถูกขูดลบออกไปบางส่วนบนหน้าศิลา ชายหนุ่มขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความไม่ไว้วางใจที่ฉายชัดในแววตา เรย์หยุดมือลงอย่างช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกระหว่างความเย้ยหยันกับความขบขัน นักค้าวัตถุโบราณอิสระผู้นี้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกให้เห็น แม้ในยสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุด "ความประมาทไม่ใช่คำศัพท์ในพจนานุกรมของผมหรอกครับ คุณศิลา..." เรย์วางปากกาเหล็ก2ลงบนโต๊ะไม้ เสียงโลหะกระทบเนื้อไม้ดังสะท้อนก้อง "และเรื่องการทำลายหลักฐาน... ผมว่าคุณควรหันไปมองกระจกเงา หรือไม่ก็สำรวจกระเป๋าอุปกรณ์สำรวจของคุณเสียก่อน มากกว่าจะมากล่าวหาคนที่กำลังช่วยชีวิตคุณจากเงาลับๆ" "หมายความว่ายังไง" ศิลาหรี่ตาลง สัญชาตญาณนักโบราณคดีบอกให้เขาระแวดระวัง แต่ประสบการณ์ในฐานะผู้ร่วมชะตากรรมบอกให้เขายิ่งต้องคุมสติ เรย์ไม่ตอบทันที เขาหยิบกระดาษไขแผ่นหนึ่งที่ใช้ลอกลายจารึกขึ้นมา ชูกลางอากาศให้แสงจากตะเกียงส่องผ่าน เนื้อกระดาษเผยให้เห็นรอยขูดขีดที่ถูกจงใจแก้ไข เส้นอักษรโบราณรูปนกเหยี่ยวถูกต่อเติมด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งไม่ใช่หมึกคาร์บอนดั้งเดิมที่พวกเขาเคยตรวจสอบร่วมกันเมื่อสามวันก่อน "มีคนกำลังเล่นเกมซ้อนเกมกับเราครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบเป็นกระซิบ แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาฉายประกายจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "จารึกชิ้นนี้ไม่ได้ถูกค้นพบโดยบังเอิญในซากปรักหักพังใต้ผืนทรายอย่างที่เราเข้าใจตั้งแต่แรก มีคน ‘ปลอมแปลง’ มันขึ้นมาใหม่เพื่อส่งเราเข้าไปในสุสานหลวงแห่งนั้น... เพื่อให้พวกเราตาย" ศิลานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพความทรงจำตลอดการเดินทางร่วมกันผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ความยากลำบากในการขุดค้น กับดักกลไกโบราณที่เกือบคร่าชีวิต และความบังเอิญที่พอเหมาะพอเจาะจนน่าขนลุก ทุกอย่างล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน "คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว" ศิลาถามเสียงต่ำ พลางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ปะทะกัน "นานพอที่จะรู้ว่า... ทีมงานที่เราไว้ใจที่สุด กำลังขายข้อมูลความเคลื่อนไหวของเราให้กับกลุ่มนักล่าสมบัติมือสมัครเล่น ที่เบื้องหลังคือมหาเศรษฐีผู้ต้องการครอบครอง ‘หัวใจแห่งสุริยัน’ โดยไม่สนว่าต้องแลกด้วยศพของใครบ้าง" เรย์ตอบ สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของศิลา ราวกับต้องการค้นหาว่าอีกฝ่ายจะเลือกเชื่อใจ หรือเลือกหันหลังให้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของศิลา อุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วระหว่างเขากับเรย์ในอดีต บัดนี้กลับถูกหลอมรวมด้วยภัยคุกคามเดียวกัน ศิลาเป็นนักอนุรักษ์ที่ยึดมั่นในความจริง ส่วนเรย์เป็นนักแสวงหาผลกำไรที่ยึดมั่นในความอยู่รอด แต่ทั้งคู่ต่างก็ฉลาดเกินกว่าจะตกเป็นเหยื่อของหมากตัวนี้ "ถ้าอย่างนั้น..." ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ น้ำเสียงของเขากลับมาสุขุมรอบคอบตามวิสัยทัศน์ของนักโบราณคดีผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว "เราคงต้องเป็นฝ่ายเดินเกมรุกบ้างแล้วล่ะครับ" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจบางอย่างที่ได้ร่วมงานกับคนฉลาด "ผมชอบคำนี้ของคุณจริงๆ ครับ... แต่ก่อนที่เราจะเริ่มแผนการนั้น ผมว่าคุณควรดูนี่เสียก่อน" เรย์เอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกหนังแกะเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง ซึ่งซ่อนอยู่ใต้กองแผนที่โบราณ เขาเปิดมันออกไปยังหน้าสุดท้ายที่มีรอยเปื้อนคราบน้ำหมึกจางๆ ศิลาก้มลงมองตาม นิ้วเรียวยาวของเรย์ชี้ไปยังลายมือบรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสด ซึ่งเพิ่งถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด... ลายมือของสมาชิกในทีมขุดค้นที่เพิ่งแยกย้ายกันไปพักผ่อนเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง บนหน้ากระดาษนั้น มีข้อความสั้นๆ เขียนไว้ด้วยภาษาอียิปต์โบราณที่ถูกถอดความออกมาเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน: *“พวกมันรู้ตัวแล้ว... และพวกมันกำลังรอให้พวกคุณเปิดประตูห้องโถงชั้นที่สามด้วยตัวเอง”* ฉับพลันนั้น ไฟตะเกียงเจ้าพายุบนโต๊ะก็กระพริบวูบไหวราวกับถูกกระแสลมปริศนาดึงดูด ก่อนที่มันจะดับลงพรึบ ทิ้งให้ห้องใต้ดินตกอยู่ในความมืดมิดสนิท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังย่างก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูไม้บานผุ... ด้านนอกนั้นเอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ บันทึกนักโบราณคดี
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%