คบเพลิงในอุโมงค์ใต้ดินสั่นไหววูบวาบ เงาทอดยาวของศิลาทาบทับลงบนผนังหินทรายสลักลวดลายอารยธรรมโบราณ เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่บีบเค้นหัวใจของนักโบราณคดีหนุ่มให้ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ
ตรงหน้าเขาคือแท่นหินโบราณที่เพิ่งถูกปัดกวาดชั้นฝุ่นหนาเตอะออกไป บนนั้นวางกล่องสำริดขึ้นสนิมสีเขียวมรกต ลวดลายสลักบนฝากล่องเป็นรูปงู่อบิสสิเนียนขดตัวกินหาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับสมุดบันทึกของพ่อเขา—ผู้ล่วงลับในหลุม
"คุณมือสั่นนะ ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยดังขึ้นจากความมืดมุมเสาหิน เรย์ก้าวออกมาจากเงาลับตา ดวงตาเรียวรีคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเป็นประกายวับวาว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนักค้าวัตถุโบราณอิสระผู้นี้ เดาใจยากเสมอว่ากำลังชื่นชมความสำเร็จ หรือกำลังคำนวณราคาค่างวดของสิ่งของตรงหน้า
ศิลาชักมือกลับช้าๆ ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าปลายนิ้วของตนกำลังสั่นเทา เขาป้องปรามความรู้สึกตื่นตระหนกด้วยการจัดปกเสื้อสนามสีเขียวเข้มให้เข้าที่อย่างใจเย็น แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุดอ่อน
"ผมไม่ได้สั่นเพราะความกลัว เรย์... ผมแค่กำลังระวังตัวจากคนบางคนที่จ้องจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นสินค้าประมูล" ศิลาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองสบตรงไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและก้องกังวานในความเงียบสงบ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ เรย์ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณากล่องสำริดบนแท่นหินอย่างพินิจพิจารณา กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองสูงแผ่ออกมาจากตัวของนักค้าวัตถุโบราณผู้นี้อย่างเด่นชัด
"คุณนี่มันหัวโบราณจนน่ารำคาญจริงๆ ศิลา" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันแต่นัยน์ตากลับว่างเปล่า "คุณคิดจริงๆ หรือว่าการเก็บซากปรักหักพังเหล่านี้ไว้ให้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ฝุ่นเกาะ จะมีค่ามากกว่าการนำมันออกมาให้โลกได้เห็นความจริง? หรือว่าคุณแค่กลัว... กลัวว่าความจริงในอดีตจะทำลายศรัทธาจอมปลอมที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความตายของพ่อคุณกันแน่?"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางใจดำราวกับลูกศรอาบยาพิษ กล้ามเนื้อกรามของศิลาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความทรงจำในวันที่พ่อของเขาต้องจบชีวิตลงอย่างไร้คำอธิบายในหลุมศพโบราณผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่นี่ไม่ใช่เวลามาแสดงความอ่อนแอ
ศิลาก้าวประชิดตัวเรย์อย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าเข้าที่ปกเสื้อของอีกฝ่าย บังคับให้เรย์ต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกมาในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
"อย่าเอาเรื่องพ่อผมมาพูดเล่น เรย์" ศิรากดเสียงต่ำ ร A-บความกรุ่นโกรธแฝงอยู่ในทุกพยางค์ "ผมยอมร่วมมือกับคุณ เพราะคิดว่าเราต้องการคำตอบเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า... สิ่งที่คุณต้องการคือความจริง หรือแค่วัตถุโบราณชิ้นนี้ที่จะทำให้คุณร่ำรวยบนความหายนะของคนอื่นกันแน่"
เรย์ไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันที่หน้าอกเลยแม้แต่น้อย มุมปากของเขายังคงยกยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มจ้องมองศิลากลับด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง มีความลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชานั้น คล้ายกับความดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคืออันตราย
มือเรียวยาวของเรย์ยกขึ้นมาแตะข้อมือของศิลาที่กำปกเสื้อตนอยู่ แรงบีบนั้นเบาหวิวแต่กลับมั่นคงจนน่าประหลาด นิ้วเรียวไล้ผ่านผิวเนื้ออุ่นเบาๆ
"ถ้าผมอยากได้แค่เงิน ศิลา... ผมคงไม่เสียเวลามาเดินวนอยู่ในอุโมงค์มืดๆ กับคนหัวแข็งอย่างคุณหรอก" เรย์กระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนเกือบชิดใบหูของอีกฝ่าย "เปิดกล่องนั้นสิ แล้วคุณจะรู้ว่าเราต่างหาก... ที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้"
ศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ สัมผัสจากปลายนิ้วของเรย์สร้างความปั่นป่วนในกระแสความคิดที่ควรจะสุขุมรอบคอบ เขาค่อยๆคลายมือออกจากปกเสื้อของเรย์อย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังกล่องสำริดตรงหน้า
คำพูดของเรย์มีน้ำหนักบางอย่างที่ถ่วงดุลความสงสัยของเขาไว้ แม้จะเต็มไปด้วยความระแวง แต่ความอยากรู้เกี่ยวกับอดีตและเบื้องหลังการตายของพ่อก็มีพลังมากพอที่จะทำให้ศิลายอมเสี่ยง
เขาหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ตัวล็อกรูปงูบนฝากล่องสำริด ความเย็นยะเยือกของเนื้อโลหะส่งผ่านผิวหนังสู่ปลายประสาท ศิลาหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อคำนวณกลไกภายใน สมองประมวลผลจากร่องรอยการสลักและน้ำหนักของโลหะ
*คลิก*
เสียงกลไกภายในดีดตัวออกเบาๆ พร้อมกับกลิ่นอายอับชื้นผสมกลิ่นสนิมโลหะเก่าแก่ที่โชยออกมาจากด้านใน ศิลาค่อยๆ เปิดฝากล่องสำริดออกช้าๆ แสงจากคบเพลิงสาดส่องลงไปกระทบวัตถุชิ้นแรกที่นอนนิ่งอยู่ภายใน
ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำ อัญมณี หรือวัตถุมีค่าใดๆ ตามที่เรย์อาจจะคาดหวัง แต่มันคือแผ่นศิลาขนาดเล็กที่สลักตัวอักษรโบราณแปลกประหลาด ซึ่งตัวอักษรเหล่านั้น... มีลายมือที่เขาคุ้นเคยจนจำได้ขึ้นใจ
มันคือลายมือของพ่อของเขาเอง
ศิลาหันขวับไปมองเรย์ด้วยความตกตะลึง ทว่าสิ่งที่พบกลับไม่ใช่ความประหลาดใจบนใบหน้าของนักค้าวัตถุโบราณ เรย์กำลังยิ้ม—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริงครับ ศิลา" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าฝלหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากปากอุโมงค์มืดเบื้องหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาตัดความมืดมิดอย่างไร้ความปรานี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ บันทึกนักโบราณคดี
เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ•ตอนที่ 9
รอยร้าวของความไว้ใจ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!