เสียงสะท้อนของโลหะกระทบกับผนังหินผุกร่อนในอุโมงค์ใต้ดินดังก้องกังวาน ราวกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของความตาย
ศิลาย่อตัวลงต่ำ มือข้างหนึ่งถือคบเพลิงที่เปลวไฟกำลังสั่นไหวตามกระแสอากาศอับชื้น แสงสีส้มสาดส่องกระทบเข้ากับรอยสลักอักษรลิ่มบนแผ่นศิลาโบราณตรงหน้า เขากำลังใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นทรายอายุกว่าสามพันปีออกอย่างเบามือที่สุด ทว่าสติสัมปชัญญะของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่เพียงแค่ตัวอักษรเหล่านั้น
"คุณกำลังเสียเวลาเปล่า, ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เรย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยแทบไม่มีเสียง รองเท้าคอมแบทเหยียบย่ำลงบนเศษซากปรักหักพังอย่างระแวดระวัง ดวงตาคู่คมภายใต้เงาฮู้ดกวาดมองไปรอบอุโมงค์ด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะหยุดลงที่แผ่นหลังของนักโบราณคดีหนุ่ม
ศิลาไม่หันกลับไปมองทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วสัมผัสร่องลึกของตัวอักษร ความเย็นเฉียบของหินส่งผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด
"การถอดรหัสประวัติศาสตร์ไม่ใช่การวิ่งแข่ง, เรย์" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความหนักแน่น "ถ้าคุณรีบเร็งจนมองข้ามรายละเอียด แม้แต่ความจริงข้อเดียวก็อาจถูกฝังกลบไปตลอดกาล... เหมือนกับที่พ่อของผมเคยบอกไว้"
เรย์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่อีกฝ่ายคุ้นเคยดี
"พ่อของคุณฝังตัวเองไว้ใต้กองทราย เพราะยึดติดกับสิ่งที่เรียกว่า 'จริยธรรม' ทางโบราณคดี" เรย์ก้าวเข้ามาประชิดจนไหล่แทบจะชนกัน เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของศิลา กลิ่นอายจางๆ ของฝุ่นผงทะเลทรายและบุหรี่ราคาแพงลอยปะทะจมูก "แต่โลกความเป็นจริงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความดีงามหรอกนะครับ, ศิลา... มันขับเคลื่อนด้วยมูลค่าของวัตถุที่อยู่ในมือต่างหาก"
ศิลาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของนักค้าวัตถุโบราณอิสระผู้นี้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ อุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านอยู่ในอากาศ ฝ่ายหนึ่งต้องการปกป้องอดีตเพื่อเข้าใจมนุษยชาติ แต่อีกฝ่ายกลับมองอดีตเป็นเพียงสินค้าชิ้นงามบนโต๊ะประมูล
ทว่า ในความต่างนั้น กลับมีความดึงดูดประหลาด—ความฉลาดที่ทันกัน ความลุ่มลึกที่ต่างฝ่ายต่างคาดไม่ถึง และความท้าทายที่ทำให้พวกเขายังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างกันในสถานที่มรณะแห่งนี้
ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น ศิลาก็ชะงักกึก สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่ทาบทับอยู่บนผนังหินด้านนอกปากอุโมงค์
ไม่ใช่เงาของพวกเขาเอง
"เงียบก่อน" ศิ้ายกมือขึ้นห้าม เรย์หุบปากทันทีโดยไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ สัญชาตญาณดิบของนักล่าสมบัติและประสบการณ์เฉียดตายสอนให้เรย์แยกแยะเสียงของภัยคุกคามได้ดีกว่าใคร
ความเงียบเข้าปกคลุมอุโมงค์ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยãดน้ำกระทบพื้นหินและเปลวเพลิงที่ปะทุเบาๆ
*กรอบแกรบ...*
เสียงรองเท้าบูทเหยียบย่ำลงบนเศษกรวดด้านนอกดังแว่วเข้ามา แม้จะพยายามเดินให้เงียบที่สุด แต่สำหรับหูของคนที่ผ่านสนามรบและแหล่งโบราณสถานมาโชกโชน เสียงนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงระฆัง
ศิลาหันไปสบตากับเรย์ ในเสี้ยววินาทีนั้น ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ถูกพับเก็บใส่ลิ้นชักชั่วคราว เหลือเพียงสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดและความเป็นมืออาชีพที่ตื่นตัวเต็มที่
เรย์ชักมีดพกเนื้อดีออกจากฝักอย่างไร้เสียง นิ้วเรียวยาวปลดเซฟปืนพกกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้แจ็คเก็ตอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบหันไปมองทางออกเดียวของอุโมงค์
"ดูเหมือนเราไม่ได้มากันแค่สองคนสินะครับ" เรย์กระซิบ เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาของนักล่าที่รู้ตัวว่ากำลังถูกล่า
"ไม่ใช่แค่แขกไม่ได้รับเชิญธรรมดาด้วย" ศิลาขยับตัวเข้าไปหลบหลังแนวเสาหิน พร้อมกับหรี่ตาลงวิเคราะห์ "รอยเท้าที่ผมเห็นเมื่อตอนขาเข้ามา... มันไม่ใช่รอยเท้าของนักท่องเที่ยวหรือพวกชาวบ้านท้องถิ่น น้ำหนักการลงน้ำหนัก การจัดแถว... นี่คือรูปแบบการเคลื่อน
กำลังพลทางยุทธวิธี"
เรย์หรี่ตามองลอดผ่านความมืดออกไป "กลุ่มอิทธิพลเถื่อนที่กว้านซื้อวัตถุโบราณผิดกฎหมายในแถบนี้... หรืออาจจะเป็นเครือข่ายของคนที่ต้องการปิดปากเราตั้งแต่แรกเริ่ม"
แสงไฟฉายวูบวาบสาดส่องเข้ามาในอุโมงค์ กวาดผ่านผนังหินและเศษซากปรักหักพังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นระบบ ปิดตายทุกเส้นทางถอย
เรย์เอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของศิลาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาด ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่ศิลาด้วยประกายคมปลาบที่ยากจะคาดเดา
"ถ้าพวกมันจับได้ เราไม่ได้แค่ตาย..." เรย์กระซิบชิดริมหีบ "แต่ความลับทั้งหมดที่พ่อคุณแลกด้วยชีวิต... จะหายสาบสูญไปตลอดกาล คุณจะเลือกส2ู้แบบโง่ๆ หรือจะเชื่อใจผมแล้วหาทางออกไปจากที่นี่ด้วยกัน?"
ศิลาก้มมองมือที่จับแขนตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเรย์ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของนักโบราณคดีผู้เคร่งครัด แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่แววตากลับไม่สะทกสะท้าน
"ผมไม่เคยฝากชีวิตไว้กับใครเรย์..." ศิลาตอบเสียงกระซิบที่เฉียบคมไม่แพ้กัน "โดยเฉพาะกับคนที่พร้อมจะขายประวัติศาสตร์แลกกับเงินสด... แต่ในเมื่อทางเลือกมันหมดลงแล้ว ผมคงต้องยอมเสี่ยงเล่นพนันกับคุณดูสักตั้ง"
เรย์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้มหยัน ก่อนที่ทั้งคู่จะดับคบเพลิงในมือพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสองคนลงไป ทว่าในความมืดนั้น เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนปริศนาก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาทุกที ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร และกำลังหยุดลงตรงหน้าทางเข้าอุโมงค์พอดี...
— บันทึกนักโบราณคดี
เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ•ตอนที่ 5
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!