“หากแกยังอยากเห็นหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนในสภาพที่ยังครบสามสิบสอง ก็จดจำคำสั่งของฉันให้ดี ลีลาวดี!”
เสียงแหบพร่าผ่านปลายสายดังลอดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบงัน จนกระทั่งปลายนิ้วเรียวของลีลาวดีที่กำลังจรดปากกาเซ็นเอกสารสำคัญถึงกับสั่นสะเทือน เอกสารบนโต๊ะเกือบจะยับยู่ยี่ด้วยแรงกำที่จิกทึ้งลงไปอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นมาตลอดหลายเดือน กลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจของเธอสะดุดกึกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอไว้แน่น
“แก… แกต้องการอะไร ถ้าแกกล้าแตะต้องน้องลันแม้แต่ปลายเล็บ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!” ลีลาวดีหวีดร้องใส่โทรศัพท์ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธดั่งไฟนรกที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
“หึ… แม่พระผู้ใจบุญผู้บริหารมือทอง กล้าดีนี่นะ ถึงกล้าต่อรองกับฉัน พรุ่งนี้เที่ยงตรง เอกสารสิทธิ์การถือหุ้นโครงการเมกะโปรเจกต์ต้องอยู่ที่โกดังร้างริมท่าเรือเก่า ถ้าช้ากว่านั้น หรือถ้าแกแจ้งตำรวจแม้แต่เงา… เตรียมตัวเก็บชิ้นส่วนลูกชายของแกใส่โหลแก้วได้เลย!”
*ติ๊ด!* สายถูกตัด
หัวใจของลีลาวดีหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนคว่ำด้วยความเคียดแค้นและหวาดกลัว ภาพรอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะคิกคักของน้องลันแฝดพี่ผู้ร่าเริงผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ย้ำเตือนว่าตอนนี้แก้วตาดวงใจของเธอตกอยู่ในเงื้อมมือของปีศาจเข้าให้แล้ว สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านจนแทบคลั่ง เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าและกุญแจรถอย่างไร้สติปัญญาที่จะไตร่ตรอง นึกถึงแต่ความปลอดภัยของลูกชายจนลืมคิดไปว่าเธอกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดรอไว้
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลภาคิน
ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มกำลังยืนมองภาพถ่ายเก่าๆ บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่เจ็บปวดและสำนึกผิดระคนกัน ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน สองเดือนแล้วที่เขาต้องทนทรมานกับการใช้ชีวิตอย่างไร้จิตวิญญาณ นับตั้งแต่ลีลาวดีหอบลูกแฝดหนีหายไปจากชีวิตอย่างไร้ร่องรอย ทุกค่ำคืนมีเพียงความว่างเปล่าและภาพจำของภรรยาผู้เคยถูกเขาเหยียบย่ำหัวใจอย่างเลือดเย็น เธอเคยร้องขอความรักและความเห็นใจจากเขา แต่เขากลับมอบให้เพียงความเย็นชาและถ้อยคำเชือดเฉือด จนกระทั่งในวันที่สายเกินแก้ เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่าหัวใจของเขาถูกผู้หญิงคนนั้นพรากติดตัวไปนานแล้ว
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ก่อนที่เลขាคนสนิทจะพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณลี… คุณลีลาวดีกำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือร้างเขตตะวันตกตามลำพังครับ ทางเราได้รับรายงานสายลับว่า ลูกชายคนโตของคุณลี ‘น้องลัน’ ถูกพวกคู่แข่งทางธุรกิจกลุ่มบริษัทตระกูลเชวงจับตัวไปเพื่อข่มขู่จะฮุบหุ้นโปรเจกต์ใหญ่ครับ!”
เพล้ง! กรอบรูปในมือของภาคินร่วงหล่นลงกระแทกพื้นแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งแดงก่ำขึ้นมาในทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
“ว่ายังไงนะ! ใครมันบังอาจแตะต้องลูกเมียของฉัน!” เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของภาคินดังลั่นห้องราวกับราชสีห์บ้าคลั่งที่ถูกกระชากหนามยอกอก “เตรียมรถ! ระดมคนทั้งหมดตามฉันไปเดี๋ยวนี้! ถ้าใครกล้าทำให้ลูกเมียฉันหลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว วันนี้ฉันจะลากคอมันลงนรกด้วยมือของฉันเอง!”
บรรยากาศภายในโกดังร้างริมท่าเรือเก่าช่างมืดมนและอับชื้น กลิ่นอายของความตายและสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ลีลาวดีก้าวลงจากรถด้วยเรียวขาที่สั่นเทาแต่แววตากลับลุกโชนด้วยโทสะ เธอกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่
“ปล่อยลูกฉันนะ!” ลีลาวดีตะโกนก้องท่ามกลางความเงียบงัน
ร่างเล็กๆ ของน้องลันถูกมัดติดไว้กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ที่มุมมืดของโกดัง ใบหน้าจิ้มลิ้มมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน ดวงตาคู่น้อยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนลีลาวดีแทบใจสลาย “คุณแม่… ฮึก… ช่วยน้องลันด้วยครับ”
“จุ๊ๆๆ ใจเย็นๆ สิครับ คุณลีลาวดี คนสวย” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าแก๊งคู่แข่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของลูกน้องฉกรรจ์อีกหลายคนที่ก้าวออกมาจากเงื้อมมือความมืด พร้อมอาวุธครบมือ “ของที่ฉันต้องการล่ะ เอามาเปลี่ยนกับชีวิตลูกชายเธอหรือยัง?”
ลีลาวดีสูดหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมเสียงสั่นเครือ “นี่ไงเอกสาร ปล่อยลูกฉันซะ!” เธอยื่นแฟ้มออกไปข้างหน้า
“ฉลาดนี่… แต่เสียดายที่ฉันเปลี่ยนใจแล้ววะ คนอย่างแกมันต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียก่อน!” ชายคนนั้นส่งสัญญาณให้ลูกน้องพุ่งเข้าชาร์จลีลาวดีทันที
“กรี๊ด!” ลีลาวดีถูกกระชากแขนอย่างแรงจนแฟ้มเอกสารหลุดมือ ร่างบางถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับกองลังไม้จนจุกเสียดไปหมด น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอเจ็บใจตัวเองเหลือเกินที่ไร้พลังจะปกป้องลูก
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังกลืนกินความหวัง เสียงเบรกเอี๊ยดอ๊าดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่หน้าโกดัง ตามด้วยเสียงพังประตูเหล็กดังโครมคราม!
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มปรากฏตัวขึ้นที่ปากประตู ภายใต้แสงสลัวของค่ำคืน ภาคินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นราวกับเทพมรณะ ดวงตาคมปลาบกวาดมองสถานการณ์ด้วยรัศมีอำนาจที่แผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นความร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
“ไอ้สุนัขตัวไหน… ที่บังอาจแตะต้องเมียและลูกของกู!”
เสียงคำรามก้องของภาคินก้องกังวานไปทั่วโกดัง ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนร้ายด้วยความบ้าระห่ำราวกับพยัคฆ์ร้ายที่สูญเสียลูกน้อยในอุ้งมือ การต่อสู้ตะลุมบอนเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปตามพื้นคอนกรีต ความโกรธแค้นและความสำนึกบาปในอดีตหลอมรวมเป็นพละกำลังมหาศาลทำให้ภาคินซัดพวกมันจนหมอบราบคาบในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา ภาคินรีบวิ่งเข้าไปแกะเชือกให้น้องลันและดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกด้วยความโล่งอก ก่อนที่สายตาคมกริบจะค่อยๆ เงยขึ้นสบตากับลีลาวดีที่นั่งทรุดตัวอยู่บนพื้นด้วยความอ่อนแรง
หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ภาพหญิงสาวที่เขาเคยผลักไสและเหยียบย่ำ บัดนี้กำลังมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งหวาดระแวง เจ็บปวด และไม่ไว้วางใจ
เขาก้าวเข้าไปใกล้ ช้าๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ ชายหนุ่มคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ ยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตา แต่กลับต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อปลายนิ้วเรียวของลีลาวดีปัดมือเขาออกอย่างไม่ลังเล
“อย่ามาแตะต้องฉัน…” น้ำเสียงหวานแหบพร่าเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง “คุณมาทำไม… คุณมาทำไมในเมื่อเราหย่าขาดกันไปแล้ว!”
ภาคินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วทรวงอกราวกับถูกไฟแผดเผา เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาเคยทำไว้มันมากมายมหาศาลเกินกว่าจะชดใช้ได้หมดในชาตินี้ แต่ทว่า… ในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอโทษที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมของลีลาวดีที่ถูกฉีกขาด
มันคือ… ใบรับรองผลตรวจสุขภาพและผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กแฝด ที่ระบุชื่อบิด1ชัดเจนว่าเป็นชื่อของเขาเอง… แต่ทว่า ที่มุมล่างของกระดาษ กลับมีผลตรวจอีกใบแนบอยู่ ซึ่งระบุผลการตรวจสารพิษในกระแสเลือดของเด็กแฝด และบันทึกข้อความลับจากแพทย์โรงพยาบาลใหญ่ ที่ระบุว่า...
*'สารพิษชนิดนี้ มีการตรวจพบในร่างกายของอดีตสามี (ภาคิน) เมื่อสามปีก่อน และถูกส่งต่อทางพันธุกรรมผ่านสายเลือด... ลูกแฝดไม่ได้ถูกวางยาโดยคนนอก แต่เด็กๆ กำลังป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรมที่ถูกส่งต่อมาจากตระกูลของภาคินเอง และเขากำลังจะรู้ความจริงว่า... ใครคือคนบงการที่แท้จริงที่เคยพยายามวางยาลีลาวดีในอดีต!'*
ดวงตาของภาคินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เมื่อเงาปริศนาของบุคคลที่สามก้าวเท้าออกจากความมืดพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน และเอמהทักทายเขาด้วยเสียงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 29
วิกฤตการณ์ครั้งใหม่
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!