เสียงกระดาษ A4 สองแผ่นที่ถูกกรีดผ่านปลายนิ้ว ให้ความรู้สึกบาดลึกไม่ต่างอะไรกับคมมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อที่ตายซาก รสาไม่ได้สะดุ้ง ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเดิม มุมเดิม ในห้องทำงานที่กว้างใหญ่แต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นแห่งนี้มานานนับปี บรรยากาศรอบตัวถูกโอบล้อมด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด ทว่าในอกข้างซ้ายของเธอกลับสงบรากับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม
"คุณจะเซ็นมันได้หรือยัง ปรินทร์?"
น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของการตัดพ้อ อ้อนวอน หรือแม้กระทั่งความโกรธเกรี้ยวที่เคยแผดเผาหัวใจมานับครั้งไม่ถ้วน มันคือเสียงของคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง... แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยจิตวิญญาณที่แกร่งกล้ากว่าเดิม
ปรินทร์ ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงฝั่งตรงข้าม เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตช้าๆ เขาปรายตามองเอกสารในมือภรรยาด้วยความรู้สึกระอาแกมรำคาญใจ ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรธุรกิจพันล้านฉายแววดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง สำหรับเขาแล้ว การกระทำของรสาในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ 'ละครฉากเดิม' ที่ผู้หญิงไร้ที่พึ่งคนหนึ่งมักจะหยิบยกขึ้นมาใช้เรียกร้องความสนใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกละเลย
"รส... อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ น่า" ปรินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย ชายหนุ่มวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก "ผมมีประชุมสำคัญตอนบ่ายโมง เอกสารไร้สาระพวกนั้น เก็บกลับไปเข้าแฟ้มซะเถอะ ถ้าคุณอยากได้เงินค่า 용돈 (ยงดอน) เพิ่ม ก็บอกเลขาฯ ผมตรงๆ ไม่เห็นต้องเล่นละครขู่จะหย่าให้เสียเวลาเลยนี่ครับ"
คำว่า 'ละคร' และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจว่าเธอไม่มีวันไปไหนได้ คือกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูบานสุดท้ายในใจรสาให้ปิดตายลงอย่างถาวร
เขายังคงมองเธอเป็นแค่เงา เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน เป็นผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะเขาKINไปวันๆ โดยลืมไปเสียสนิทว่า ในอดีต... ก่อนที่เธอจะยอมสละอนาคตทั้งหมดเพื่อมาเป็นแม่บ้านให้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา รสาเคยเป็นใคร และถือครองอะไรไว้บ้าง
รสาแค่นยิ้มออกมาน้อยมาก น้อยเสียจนปรินทร์เกือบจะคิดว่าตาฝไป รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความสุข เจือจางไปด้วยความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด
"คุณคิดว่าฉันกำลังเรียกร้องความสนใจอย่างนั้นหรือครับ ปรินทร์?" รสาจงใจย้อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและเปี่ยมด้วยความรัก บัดนี้ว่างเปล่า ดุจดั่งกระจกเงาที่สะท้อนภาพความโง่เขลาของอีกฝ่ายกลับไปอย่างไร้ความปรานี
ปรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวาบผ่านความรู้สึกของเขา รสชาติในน้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่รสชาติของการตัดพ้อที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือความเด็ดเดี่ยวที่น่ากลัว ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชะโงกหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อกดดันเธอด้วยส่วนสูงและอำนาจที่เหนือกว่า
"อย่ามาเล่นเกมกับผม รส" ปรินทร์กดเสียงต่ำลง คล้ายตักเตือนผู้หญิงที่กำลังล้ำเส้น "คุณก็รู้ดีว่าคุณออกไปจากชีวิตผมไม่ได้... คุณไม่มีเงิน ไม่มีงานทำ ไม่มีแม้กระทั่งครอบครัวที่จะรองรับคุณได้ถ้าไม่มีผมคอยซัพพอร์ต ทุกอย่างที่คุณกินที่คุณใช้ในทุกวันนี้ มันมาจากเงินของผมทั้งนั้น ถ้าคุณไม่มีผม คุณก็เป็นแค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งเท่านั้นแหละ"
คำพูดที่เจือด้วยความดูถูกเหยียดหยามเหล่านี้ หากเป็นเมื่อก่อน... รสาคงจะสะอื้นไห้ หัวใจสลาย และยอมคุกเข่าขอร้องให้เขารักเธอกลับมา แต่ในวันนี้ ทุกคำพูดของเขาเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความแค้น มันไม่ได้เผาผลาญเธอให้มอดไหม้ แต่กลับหลอมสร้างหัวใจของเธอให้กลายเป็นเหล็กกล้า
รสาค่อยๆ วางเอกสารใบหย่าลงบนโต๊ะ ปลดแหวนแต่งงานเพชรเม็ดโตมูลค่าหลายล้านบาทออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แล้ววางทับลงไปบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างนุ่มนวล ทว่าเสียงกระทบเบาๆ กลับก้องกังวานในความเงียบของห้องทำงาน
กริ๊บ...
ดวงตาสีดำสนิทของหญิงสาวช้อนขึ้นสบตากับอดีตสามีอย่างไม่หลบเลี่ยง ความเยือกเย็นในแววตาของเธอทำให้ปรินทร์ถึงกับชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว
"คุณพูดถูก... ทุกอย่างในบ้านหลังนี้เป็นของคุณ ปรินทร์" รสาเอ่ยขึ้นทีละคำ ชัดเจนและบาดลึก "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งสินะครับ... ว่าตัวผมในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่ยอมให้คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีกต่อไปแล้ว"
"หมายความว่ายังไง?" ปรินทร์ถามสวนกลับทันควัน หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนว่าเขากำลังจะสูญเสียการควบคุมบางอย่างไป... บางอย่างที่สำคัญมาก
"หมายความว่า... เอกสารแผ่นนี้ ไม่ได้ขอร้องให้คุณเซ็นเพื่ออนุมัติ" รสาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เธอเคยรักหมดหัวใจ รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามแต่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก "แต่มันคือประกาศิต... ว่าคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธต่างหาก"
ในวินาทีที่ปรินทร์กำลังจะยื่นมือออกไปคว้ากระดาษแผ่นนั้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือผู้ถือไพ่เหนือกว่า ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"เข้ามา!" ปรินทร์ตะโกนสั่งด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตายังคงจดจ้องอยู่ที่รสาไม่วางตา
ประตูห้องทำงานเปิดผางออกอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเลขาฯ ส่วนตัวของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด หอบหายใจแรงราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาจากไหนสักแห่ง สองมือสั่นเทากำแท็บเล็ตและซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น
"คุณปรินทร์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาฯ หนุ่มละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "หุ้นของบริษัทเรา... ถูกเทขายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตลาดภาคบ่าย มูลค่าความเสียหายตอนนี้ทะลุสามพันล้านแล้วครับ!"
ปรินทร์หันขวับไปมองลูกน้องทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจเริ่มถอดสี "ว่ายังไงนะ?! ใครเป็นคนทำ ใครกล้าเล่นงานบริษัทผม?!"
เลขาฯ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบตามองรสาแวบหนึ่ง แล้วจึงหันมาเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของปรินทร์พังทลายลงในพริบตา
"คนที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมด... และถือครองหุ้นใหญ่ที่สุดในตอนนี้... คือ 'กองทุนรสา กรุ๊ป' ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ... และผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในกองทุนนั้น... คือคุณรสา อดีตภรรยาของคุณเองครับ!"
ปรินทร์เบิกตาโพรงด้วยความตกตะลึงสุดขีด ศีรษะหันขวับกลับมามองหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ราวกับเพิ่งมองเห็นปีศาจร้ายในคราบมนุษย์เป็นครั้งแรกในชีวิต
รสาแย้มยิ้มหยันให้กับความตกใจของอดีตสามี นิ้วเรียวยาวหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงของเขาขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด
"ยินดีต้อนรับสู่เกมแก้แค้นของฉันนะครับ... อดีตสามีผู้แสนโง่เขลา"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
รอยร้าวบนกระจกเงา กับความเย็นชาของอดีตสามี•ตอนที่ 1
เศษแก้วที่บาดลึก
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนกระจกเงา กับความเย็นชาของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
